IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

ปวด..ปวด..ปวด..ตรงนี้มีนักกายภาพบำบัด...ถามได้จ้า.......
Ducklast
โพสต์ May 30 2009, 07:24 AM
โพสต์ #1


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 3,264
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23



คลีนิคกายภาพบำบัดย้ายมาเปิดใหม่ที่นี่ี่

อันนี้คือคลีนิคเก่า
http://www.ampoljane.com/main/index.php?p=...p=15&page=8

เชิญต่อ


--------------------
อฺตตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถนญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
สอนผู้อื่นเช่นใดพึงสอนตนเช่นนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
(พุทธ)ขุ.ธ.๒๕/๓๖
Go to the top of the page
 
+Quote Post
7 หน้า V  « < 5 6 7  
Start new topic
คำตอบ (120 - 126)
ViratFaidum
โพสต์ Jul 3 2012, 12:42 AM
โพสต์ #121


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 589
เป็นสมาชิกเมื่อ : 7-July 10
หมายเลขสมาชิก : 424



QUOTE(tek @ Jul 2 2012, 09:07 PM) *
ขอบคุณ คุณหมอมากครับ ผมเคยหาคำตอบมานานแล้วว่า เก๊าต์เกิดจากอะไร เจอแต่คำตอบว่ากรดยูริคมากไป โดยไม่อธิบายว่าสาเหตุที่กรดมากเพราะอะไร

จนมาอ่านเหตุและผลที่คุณหมอบอกจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมยูริคจึงสะสมได้

มีหลายข้อที่คุณหมอบอกถึงสาเหตุการปฎิบัติตนที่ทำให้เป็นเก๊าต์ ซึ่งตรงกับที่ผมปฎิบัติอยู่ (แบบผิดผิด) อยากบอกคุณหมอว่าแม่นมากมากครับ laugh.gif

นอกจากกินน้ำย่านางตามที่ อา AD แนะนำ จะนำความรู้ที่คุณหมอให้ ไปใช้อย่างแน่นอนครับ

rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif


ท่านเอ้ย ต้องทำใจ

โรคพวกนี้มันมีดี ตรงที่รักษาไม่หายนะจ้ะ

ของแสลงต้องให้ระวัง ส่วนของขลังก็ไม่ต้องกลัว

บุญเราสร้าง กรรมเราไม่ต้องก่อ

ยินดีที่ได้รู้จัก คนมีกรรมร่วมกัน โทร 0815932074 ครับผม...
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jul 3 2012, 07:57 AM
โพสต์ #122


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



การได้ทำงานและพบเห็นความทุกข์ขอคนไข้ที่กินยาเยอะขึ้นทุกวัน
แต่ไม่หายป่วย

อาจตอบหลายท่านในเว็บนี้ที่เวลาป่วยแล้วไม่หาหมอ
เพราะคงเคยมาบ้างแล้ว ที่กินยามากมาย
แต่ผลลัพธ์ก็ไม่สมราคาที่ต้องจ่ายไป

นั่นคือการแพทย์แผนตะวันตกที่รักษาคนตามชื่อโรคว่าเป็นนี่เอาีนี่แก้
เป็นนั่นเอานั่นแก้
พอไปอีกแผนกก็ให้ยามาอีกหอบ

เคยได้ยินกลุ่มชาวบ้านมารอรับยาหลังการเจาะเลือดไปตรวจหาเบาหวาน,ความดัน ที่โรงพยาบาล
คือพยาบาลที่ สถานีอนามัยเจาะไปส่งที่โรงพยาบาล แล้วไปรับยาที่แพทย์สั่งตามผลแล็บ(LAB.)มาให้
ชาวบ้านเขาคุยถามข่าวกัน
คนหนึ่งบอกว่าตน "เป็นแค่เบาหวานเหมือนเดิม ดีนะที่ยังไม่เป็นความดัน"
อีกคนว่า "ของข้อย เป็นเหมิด 2ปีก่อนก็แค่ เบาหวาน ความดัน มาปีนี้เป็นไตด้วย"

ฟังแล้วก็เกิดเครื่องหมายคำถามในใจ ว่า คนเราถ้าเป็นเบาหวาน
ต้องตามด้วยความดันสูง และไต ด้วยหรือ??

คุณตาของผู้เขียนเอง ที่ท่านถึงแก่กรรมไปตั้งแต่ พ.ศ. 2510
ท่านเป็นเบาหวานอยู่เป็นสิบๆ ปี ไม่เห็นท่านเป็นโรคความดันสูงเลย มีโรคเดียวจนตาย
(ท่านน่าจะเป็นจากกรรมพันธ์ุ์ เพราะแม่ผู้เขียนก็เป็นเบาหวาน ส่วนคุณยายนั้นไม่เป็น)
คุณพ่อของคุณตา เคยทราบว่าท่านเป็นคนจีนที่อยู่ในประเทศไทยมาแต่เก่าและเป็นหมอ(แผนจีน)ด้วย

การใช้ชีวิตของคุณตาก็เห็นท่านมียากินอยู่อย่างเดียว
แล้วทานวุ้นเส้นที่ผัดกับไข่โรยพริกไทยเยอะๆ เป็นอาหารหลัก
กับข้าวอื่นก็ตามปกติ ไม่หวาน มีผักทุกมื้อ และข้าวนั้น ท่านมักทานขนมปังดำ
ซึ่งสมัยเด็กๆ ได้ขึ้นรถรางไปซื้อที่ร้านที่แถวสะพานดำ

การใช้ชีวิตของท่าน
ตกเย็นท่านจะนำซออู้ไปรวมกลุ่มเล่นเพลงไทยเดิมกันที่ไหนสักแห่ง
ตกค่ำกลับมาจะมีบะหมี่หมูแดง, หรือน้ำเต้าหู้
หรือไอศครีมใส่ในกระป๋องนมหิ้วมาฝากลูกหลานที่ยังดูโทรทัศน์อยู่(มีแต่ขาว-ดำ)
วันไหนไม่ไปเล่นดนตรี ท่านจะเปิดวิทยุฟังเพลงไทยเดิม สุขใจไม่มีเครียด

ส่วนวันหยุด ท่านซึ่งเป็นครูภาษาอังกฤษ (จำได้ว่าสอนที่โรงเรียนบพิตรพิมุข)
ก็จะจัดการสอนภาษาอังกฤษแก่หลานๆ ตั้งแต่พื้นฐาน จนถึงยากๆ
ความบันเทิงอื่นๆ ที่เคยเห็นก็มีไพ่ผ่องที่เล่นในครอบครัว
มีเพียงแม่ผู้เขียนที่เล่นไม่เป็น และไม่สนใจเล่น

ตอนถึงแก่กรรมคุณตาก็ถึงแก่กรรมด้วยเหตุชราภาพธรรมดา หลับไปเฉยๆ
ไม่มีต้องหอบเข้าไอซียู หลับไปที่บ้าน ในวันที่ตอนเช้าก็ลุกได้อยู่

แต่ในสมัยนี้ คนไข้คนไหนไม่มารับยา
ก็มียาหอบใหญ่ไม่รู้กี่ขนานส่งถึงบ้าน
มีคนไปติดตามว่าเพราะเหตุใดไม่มาตามนัด
กินมากกินตลอดขนาดนั้น
ผลก็ยังมีโรคที่2 โรคที่3 ตามมาราวกับเป็นถนนทางเดินที่ทุกคนต้องก้าวไป

เห็นแบบนี้มากๆ เข้าตนเองจึงสนใจไปที่การแพทย์แผนจีน
ซึ่งที่โรงพยาบาลที่ทำงานอยู่ มีการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
ดูทางจิตและวิญญาณด้วยการให้สติทั้งผู้ป่วย
รวมถึงญาติใกล้ชิดตอนผู้ป่วยกำลังจะหมดลม(รายที่ทำนายได้ตามอาการ)
การทำตรงนั้น เรามีพระอาจารย์ซึ่งเป็นพระมาสอนพวกเราเจ้าหน้าที่ก่อน
มีพระอาจารย์องค์หนึ่งท่านจบแพทย์แผนจีนมาจากประเทศจีน
ได้เรียนรู้หลักการรักษาแบบการแพทย์แผนจีนจากท่านหลายเรื่อง
ที่ดูคนต้องดูภาพรวมทุกระบบในตัวเขาเชื่อมโยงกัน

เลยได้คำตอบว่าหลักการนี้ถูกลืม และหมดความสำคัญไปทีละน้อยในโรงพยาบาลใหญ่
กับการดูคนไข้โดยไม่ดูเรื่องการใช้ชีวิตและวิเคราะห์หาสาเหตุของโรคจนถึงต้นตอที่ทำใ
ห้คนๆนั้นมีอาการ
ทำให้คนไข้ไม่หายก็มาอีกจนล้นโรงพยาบาล
และหมอต้องตรวจคนไข้มาก
จนไม่มีเวลาให้คำอธิบาย หรือแนะนำอะไรที่หมอรู้แก่คนไข้

ที่สุดคนจำนวนหนึ่งจึงไม่อยากหาหมอ
ซื้อยา อาหารเสริมอะไรกินกันไป

ที่เขียนมาเยิ่นยืดนี้ ก็อยากให้ทุกท่านหันไปอีกด้าน
กับการแพทย์แผนตะวันออก

การแนะนำดีๆ ที่ให้มาปรับใช้ได้ยังมีอีกมาก
หมอเขียว ก็เป็นบุคคลากรสาธารณสุขที่ผสมผสานหลักการใช้ชีวิตเรียบง่าย
ใช้สมุนไพร การกินที่แก้อาการต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ในเว็บนี้มีผู้นำมาแนะแล้ว

ยังมีอีกท่านที่อธิบายสาเหตุและวิธีปรับตัวให้อาการโรคลดลงได้อย่างเข้าใจง่าย
และง่ายต่อการปฏิบัติ ที่นำVDO ของท่านมาโพสต์ในวันนี้เกี่ยวกับเก๊าต์
ท่านนี้จบทั้งปริญญาทางบัญชี และนิติศาสตร์ 2สาขา
แต่มาเป็นหมอทางเลือก ชื่อหมอแดง ดิอโรคยาค่ะ
ลองฟังคำอธิบายของสาเหตุเก๊าต์ของท่านดูนะคะ

ตนเองเคยแต่อ่าน ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น ของท่าน
อ่านแล้วได้ความรู้ที่นำไปแนะนำคนไข้ได้มาก เช่น ที่เล่าให้คุณtekอ่านวันก่อน

แล้วเชิญติดตามต่อเอาเองได้เลย มีในyoutubeอยู่เยอะแยะ(ยังเพิ่งเข้าไปดูเช่นกันค่ะ)
อ่านแล้วอันใดมีประโยชน์ก็มาช่วยกันโพสต์เพิ่มก็ได้นะคะ
การป่วยโรคนี้ แล้วดูแลตนเองให้ดีในระบบนี้ หายทรมานได้ค่ะ



.


--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
tek
โพสต์ Jul 3 2012, 09:03 AM
โพสต์ #123


ออกญา
****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 437
เป็นสมาชิกเมื่อ : 6-June 09
จาก : กทม.
หมายเลขสมาชิก : 63




"อาจตอบหลายท่านในเว็บนี้ที่เวลาป่วยแล้วไม่หาหมอ
เพราะคงเคยมาบ้างแล้ว ที่กินยามากมาย
แต่ผลลัพธ์ก็ไม่สมราคาที่ต้องจ่ายไป "


คุณหมอตอบได้ตรงใจผมมากครับ

อ่านบทความที่คุณหมอโพสต์แล้วชอบมาก (รวมทั้งบทความในหลวงปู่ดุลย์) อ่านแล้วเพลินได้ความรู้ดี
จะพยายามปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น

การกินอาหารนั้นสำคัญ เหมือนที่คุณหมอได้บอกกล่าว ดังคำที่ว่า "You are what you eat"

แต่บางครั้งเจออาหารที่ถูกปากถูกใจ (แต่มีผลต่อโรค) ก็อดไม่ได้เหมือนกัน laugh.gif

หากเจออะไรดีดีมีประโยชน์จะมาช่วยโพสต์เพิ่มครับ

rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif

ถึงอากาศจะร้อน ฝนจะตก ก็สบายใจ เพียงได้เข้ามา ในเวปนี้





--------------------
ไอน์สตน์ : ผมชื่นชมการแสดงของคุณที่สากลมาก คุณไม่พูดอะไรเลย แต่ทั้งโลกก็เข้าใจ

ชาลี : คุณน่าทึ่งมากกว่า คนทั้งโลกชื่นชมคุณ ทั้งๆที่ไม่เข้าใจว่า คุณพูดอะไร
Go to the top of the page
 
+Quote Post
tek
โพสต์ Jul 3 2012, 09:10 AM
โพสต์ #124


ออกญา
****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 437
เป็นสมาชิกเมื่อ : 6-June 09
จาก : กทม.
หมายเลขสมาชิก : 63



QUOTE(ViratFaidum @ Jul 3 2012, 12:42 AM) *
ท่านเอ้ย ต้องทำใจ

โรคพวกนี้มันมีดี ตรงที่รักษาไม่หายนะจ้ะ

ของแสลงต้องให้ระวัง ส่วนของขลังก็ไม่ต้องกลัว

บุญเราสร้าง กรรมเราไม่ต้องก่อ

ยินดีที่ได้รู้จัก คนมีกรรมร่วมกัน โทร 0815932074 ครับผม...


ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณอา มีอะไรเกี่ยวกับโรคจะโทรปรึกษาครับ ขอบคุณมากครับ

มีกรรมร่วมกันแบบนี้ไม่ค่อยดีครับ เวลาเป็นมันปวดครับ laugh.gif

rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif


--------------------
ไอน์สตน์ : ผมชื่นชมการแสดงของคุณที่สากลมาก คุณไม่พูดอะไรเลย แต่ทั้งโลกก็เข้าใจ

ชาลี : คุณน่าทึ่งมากกว่า คนทั้งโลกชื่นชมคุณ ทั้งๆที่ไม่เข้าใจว่า คุณพูดอะไร
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jul 5 2012, 11:10 PM
โพสต์ #125


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



ลองดูคำแนะนำจากหมอแดง (ต่อจากโพสต์ครั้งก่อน)
เรื่องการปรับตัวในคนเป็นเก๊าต์
รวมทั้งการแช่เท้าเพื่อปรับระบบไหลเวียนที่ติดขัดในน้ำขิง หรือน้ำผสมเหล้า

แต่ต้องบอกอีกนิดว่า การแช่เท้าในน้ำอุ่นใช้กับคนที่มีอาการเรื้อรังต่อเนื่อง
มิใช่ขณะที่มีอาการอักเสบ บวม แดง ร้อน นะคะ

หากกำลังอักเสบควรตั้งให้น้ำที่จะใช้แช่เท้าทิ้งไว้ให้หายร้อนก่อน



--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jul 7 2012, 03:18 AM
โพสต์ #126


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



QUOTE(rungrong @ Jul 3 2012, 07:57 AM) *
........................
........................


พระอาจารย์องค์หนึ่งท่านจบแพทย์แผนจีนมาจากประเทศจีน
ได้เรียนรู้หลักการรักษาแบบการแพทย์แผนจีนจากท่านหลายเรื่อง
ที่ดูคนต้องดูภาพรวมทุกระบบในตัวเขาเชื่อมโยงกัน

เลยได้คำตอบว่าหลักการนี้ถูกลืม และหมดความสำคัญไปทีละน้อยในโรงพยาบาลใหญ่

""""""""""""""""""""""""""""""

ที่สุดคนจำนวนหนึ่งจึงไม่อยากหาหมอ
ซื้อยา อาหารเสริมอะไรกินกันไป

ที่เขียนมาเยิ่นยืดนี้ ก็อยากให้ทุกท่านหันไปอีกด้าน
กับการแพทย์แผนตะวันออก

การแนะนำดีๆ ที่ให้มาปรับใช้ได้ยังมีอีกมาก

'''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''


วันนี้ขอกล่าวถึงชีวิตและงาน ของพระภิกษุองค์หนึ่ง
ที่ท่านนอกจากจะปฏิบัติบำเพ็ญศาสนกิจของพระป่าสายธรรมยุติแล้ว
(เป็นเจ้าอาวาส)

ท่านยังสงเคราะห์ผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่เจ็บป่วย
โดยเฉพาะกลุ่มมะเร็งในระยะที่ยังช่วยตนเองได้
และผู้ป่วยโรคเรื้อรังอีกจำนวนไม่น้อยที่การแพทย์แผนปัจจุบันไม่ค่อยช่วยอะไร
เช่น สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ อัมพฤกต์ เป็นต้น

ท่านก็ช่วยสงเคราะห์ด้วยองค์ความรู้ของศาสตร์การแพทย์แผนจีน
ที่ท่านศึกษามาก่อนที่จะอุปสมบทจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน
และเคยทำหน้าที่แพทย์เดินทางไปรักษาชาวบ้านอยู่ในชนบทประเทศจีนนับ๑๐ปี
ก่อนกลับมาที่ประเทศไทย
การรักษามีทั้งการใช้สมุนไพร, การฝังเข็ม, การให้คติธรรมไปปฏิบัติ

มีคนไปขอรับยาจากท่านจากทั่วสารทิศ
ที่วัดป่ากุดฉนวนอุดมพร ต.กุดฉนวน อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ
ช่วงใด มีนักศึกษามาฝึกงานกับท่าน
ท่านก็จะเปิดให้บริการฝังเข็มด้วย
ปกติจะมีการนัดจ่ายยาแก่ผู้ป่วยมะเร็ง เดือนละครั้ง
(งดให้บริการในวันพระ และเสาร์-อาทิตย์ที่ไม่ได้นัด)

นักศึกษาที่มาฝึกงานกับท่านเป็นนักศึกษาหลักสูตรการแพทย์แผนจีน หรือแพทย์แผนตะวันออก
จากทุกมหาวิทยาลัย ทั้งหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติที่ท่านเป็นอาจารย์พิเศษด้วย
ทั้งมหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยจันทร์เกษม และอื่นๆ ที่มีการเปิดสอน
รวมทั้งนักการแพทย์แผนไทย

ซึ่งหลายๆ คนที่เคยมาฝึกการฝังเข็ม,การตรวจรักษาคนไข้
การเรียนรู้เรื่องพรรณพืชสมุนไพรจากป่า(ของจริงสดๆ ก่อนแปรรูป)
การคัดเลือกและเก็บสมุนไพร การนำไปผลิตและปรุงตัวยา ฯลฯ
ก็มักกลับมาช่วยท่านรักษาคนไข้กันเป็นระยะ

ทุกอย่างไม่มีการเรียกเก็บค่ารักษา มีเพียงตู้ตั้งไว้
ใครจะทำบุญก็ทำได้ตามศรัทธา หรือไม่มีก็ไม่ต้องคิดเรื่องนี้

แม้ตัวยาบางตัวจะมีราคาแพง เช่น พวกโสม ฯลฯ ท่านก็แจกจ่ายให้ไม่มีเลือกหน้า
สมุนไพรส่วนหนึ่งจะมาจากสวนที่ท่านเองเคยดูแลครั้งยังใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีน
ที่ญาติของท่านจะส่งมาให้เป็นระยะ
บางส่วน คนที่มารักษาตัว หรือมาช่วยงาน ก็หาส่งมาให้ตามที่มี
บางส่วนมีปลูกที่วัด บางส่วนก็ออกไปหาเก็บ ช่วยกันปลูกเพิ่ม
แล้วเอามาใช้ทำยากัน แรงงานอีกส่วนก็คือชาวบ้านที่มาช่วยงานวัด

คนที่ดีขึ้นจากการรักษามีมากขึ้นตามวันเวลา
นักศึกษาที่ผ่านการเรียนที่นี่ก็เช่นกัน คนที่เคยมาที่นี่ มักกลับมาอีกเสมอ ๆ
มาใช้ชีวิตเด็กวัด กินข้าววัด ช่วยงานวัด ช่วยสงเคราะห์ผู้ตกทุกข์ด้วยความเจ็บป่วย

กลับมาอีกก็มักจะพากันนำผ้าป่ามาทอดเพื่อสมทบการทำกิจกรรมของที่นี่
และการก่อสร้างตัวอาคารอโรคยาศาลที่จะใช้เป็นที่ให้การรักษาคนไข้
และเป็นที่ศึกษาหาความรู้หลักการแพทย์แผนตะวันออกให้สำเร็จลุล่วง

นี่คือเว็บไซต์ของวัด www.arokayasala.com ในนี้มีตำราการแพทย์แผนจีน
ทั้งเรื่องสมุนไพร, ตำราฝังเข็มที่พระอาจารย์ท่านมีส่วนร่วมในการจัดทำไว้ให้โหลดมาอ่านกันมากมาย

และยังมี Facebook ที่สามารถจะเข้าไปร่วมเรียนรู้เรื่องสมุนไพร ก็เข้าไปที่ชื่อ "สมุนไพรพื้นบ้าน"
พระอาจารย์ท่านมีภาพสมุนไพรมาทายกันอยู่ตลอด (ถ่ายทำขึ้นเพื่อใช้เผยแพร่ความรู้โดยเฉพาะ)
รวมทั้ง 21-22 กรกฎาคมนี้ จะมีการไปเดินป่าดูสมุนไพรต้นเป็นๆ กันอีกครั้งด้วย

การเดินป่านี้ กลุ่มผู้ที่เรียนการแพทย์แผนไทยเรียกร้องกันมาก
เพราะตอนเรียนได้เรียนแค่จากรูปภาพ ไม่รู้จักรูป รส กลิ่น สี ของจริงกัน
สภาพที่สมุนไพรเหล่านี้อยู่ในป่าจริงๆ อยู่แบบไหน เกิดอยู่ในสภาพภูมิประเทศเยี่ยงไร

การจะเลือกเก็บมาใช้ประโยชน์ให้ได้จริงๆ ต้องเก็บอย่างไร เวลาไหน ช่วงฤดูไหน
เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องใส่ใจ ก่อนนำมาใช้
พระอาจารย์ท่านก็ไม่มีปิดบัง ต้องการให้รู้จริงกันให้มาก ๆ
และเอาไปช่วยกันใช้ให้เป็น ท่านก็จะนำพาไปเรียนรู้เป็นระยะ
เมื่อมีกลุ่มผู้สนใจต้องการเรียน

นี่ก็เพียงอยากให้เพื่อนสมาชิกในเว็บนี้
รู้จักการแพทย์แผนตะวันออกเพิ่มขึ้น และทราบว่าในประเทศนี้
มีกิจกรรมการเรียนการสอนที่เราสามารถจะเข้าไปค้นคว้าหาความรู้ได้ตรงนี้ อีกแห่งหนึ่งค่ะ
เชิญเข้าไปศึกษาได้ตามอัธยาศัยที่เว็บที่แจ้งไว้ได้เลยนะคะ

พระอาจารย์ท่านอยู่ในนั้น (ท่านจบปริญญาเทคโนโลยีการสื่อสาร อีกสาขาด้วยค่ะ)
ยังไม่ได้กราบเรียนขออนุญาต เลยไม่กล่าวถึงนามท่าน ในเว็บจะมีอยู่ค่ะ

วัดแห่งนี้ อยู่ห่างตัว อ.เมืองชัยภูมิ แค่ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เท่านั้น
หากมีโอกาสผ่านมาเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวก็เชิญมาร่วมบุญกันได้นะคะ
(เทศกาลชมดอกกระเจียว มิ.ย.-ก.ค.)
เป็นทางผ่านไป อ.เทพสถิต ที่มีป่าหินงาม+ทุ่งดอกกระเจียวค่ะ



.


--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jul 8 2012, 11:07 AM
โพสต์ #127


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



ภาพท่าดัดยืดกล้ามเนื้อลำตัวบริเวณหลังส่วนบนชุดนี้
เคยนำเสนอไว้ในตอนเก่าๆ เมื่อก่อนโน้น
โดยเป็นภาพบนLink วันนี้ทบทวนแล้วเห็นว่าจะมีประโยชน์กับคนที่อยู่หน้าจอนานๆ เป็นประจำ
จึงไปดึงมาแสดงไว้ให้เห็นง่ายๆ ตรงนี้


เหมาะสำหรับผู้เคยมีปัญหาข้อต่อกระดูกสันหลังระดับเหนือเอวเคยหัก หรือทรุด
หลังคด (ระดับบ่าไม่เสมอกัน เห็นได้เวลามองในกระจกเงา)

หรือมีปัญหาปวดเมื่อยที่คอ-บ่า สลับกับปวดที่บริเวณเอวเป็นประจำ
หรือคนที่ปวดเมื่อยหลัง แต่บอกตำแหน่งไม่ถูก
ที่มีนิสัยชอบใช้คอมพ์นานๆโดยไม่พัก ชอบนอนอ่านหนังสือ หรือ ชอบนอนดูทีวี



ท่าเหล่านี้ สามารถใช้ได้ทั้งป้องกัน และใช้แก้ปวด-เมื่อย

เป็นภาพจาก web.ให้ความรู้การดูแลตนเอง
ทางกายภาพบำบัด :PhysioAdvisor.com นะคะ



ท่าที่ ๑ นั่งหรือยืน ลำตัวตั้งตรง รีดบริเวณสะบักทั้ง๒ เข้าหากันจนสุด (เท่าที่ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ) ดังภาพ
ค้างไว้โดยนับ ๑-๕ แล้วคลายออก ทำซ้ำ ๑๐ ครั้ง




ท่าที่ ๒ ยังคงนั่งยืดลำตัวตั้งตรง สองมือประสานไว้ที่ด้านหลังลำคอ ค่อยๆ เอนศีรษะไปด้านหลัง
จนมองเห็นเพดาน และรู้สึกได้ถึงการยืดที่หลังส่วนบน นิดๆไปจนถึงปานกลาง (เท่าที่ยังไม่มีอาการเจ็บปวด) ทำซ้ำ ๑๐ ครั้ง




ท่าที่ ๓ ยังคงนั่งยืดลำตัวตั้งตรง กอดอกไว้ วางเท้าและสะโพกให้นิ่ง (ไม่หมุนตาม)
ค่อยๆ หมุนหันหน้าและลำตัวไปทางซ้าย จนสุดการยืด ทำซ้ำ ๑๐ ครั้ง แล้วทำด้านขวาเช่นเดียวกัน




ท่าที่ ๔ ยังคงนั่งยืดลำตัวตั้งตรง มือประสานไว้ที่ด้านหลังศีรษะ หรือที่คอ แขนอยู่ในระนาบเดียวกับลำตัว
ค่อยๆ เอียงให้ศอกโค้งลงไปหาสะโพก โดยตัวไม่ก้มไปด้านหน้า เอียงไปจนสุดไม่สามารถไปต่อได้อีก และยังไม่เจ็บ ทำซ้ำด้านละ ๑๐ ครั้ง




ท่าที่ ๕ ยังคงนั่งยืดลำตัวตั้งตรง เท้าแนบพื้น มือประสานไว้ด้านหลังศีรษะ-คอ
ค่อยๆ ก้มที่ลำตัวทีละน้อย โดยให้ศอกชี้ไปที่ต้นขาตลอดช่วง จนสุด และยังไม่เจ็บ ทำซ้ำ ๑๐ ครั้ง




ท่าที่ ๖ นอนหงายบนRoll (เป็นแท่งโฟมทรงตัว รูปทรงกระบอกยาว - อาจใช้หมอนข้างแข็งๆ แทน)
โดยพาดตัวตั้งแต่ศีรษะจนถึงสุดสะโพกบนแท่งนี้ ขา ๒ ข้าง ชันเข่าไว้
หายใจตามปกติ พยายามผ่อนคลายทั้งที่คอและที่ลำตัวให้มากที่สุด
วางตัวอยู่ในท่านี้ ๑๕ -๙๐ วินาที

ท่านี้เมื่อทำได้นานขึ้น อาจเพิ่มความก้าวหน้า
โดยการยกแขนชูไปทางศีรษะ แทนการวางไว้ข้างลำตัว โดยที่หลังแนบRoll ตลอด




ก็ขอให้มีความสุขสบายกันไปในวันหยุดนะคะ


--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post

7 หน้า V  « < 5 6 7
Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 19th January 2020 - 02:54 PM