IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

นางเงือก, มีจริงหรือไม่?
Ducklast
โพสต์ Mar 15 2016, 10:10 AM
โพสต์ #1


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 3,264
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23



เป็นเรื่องยากที่จะตอบคำถามว่านางเงือกมีจริงหรือไม่ ?

เท่าที่ทราบ มีหน่วยงานและผู้คน ทั้งทางชีววิทยาและไสยศาสตร์ ติดตามค้นคว้าหาความจริงมานานแล้ว

การปรากฏตัวของนางเงือก ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย คลิปวิดิโอหรือเรื่องราวจากบันทึกการค้นพบทั้งหลาย ก็ล้วนแต่ยังเป็นที่คลางแคลงใจว่าทั้งหมดนี้เป็นความจริงหรือเพียงข้อมูลจอมปลอม

เรื่องของนางเงือกได้กลายเป็นความเชื่อของคนทุกชาติทุกภาษาทั่วโลก
มีเรื่องราวที่ผูกขึ้นทั้งในแง่นิทานปรำปรา (myth)หรือเทพนิยาย (fairy tale)
แม้แต่เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง (Tales from real experience)ของบางคน

หลายคนเชื่อว่ามีเป็นความเป็นไปได้ที่ความลับของนางเงือกจะถูกเปิดเผยในอนาคต
ในขณะเดียวคนอีกมากมายยังเห็นเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ ซึ่งวันนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ จึงเป็นเพียงความเชื่อและความไม่เชื่อของคน ๒ ฝ่าย

----
บทความเงือกมีอยู่จริง : https://sites.google.com/site/ngeuxkmixyucring/
บทความการพบเห็นนางเงือกในคลองบางกอกน้อย : https://www.facebook.com/chach.hutanavin/po...678265018858330
ตัวอย่างคลิปวิดิโอการพบนางเงือก ๑ : https://youtu.be/iuXPdQqMYW0
ตัวอย่างคลิปวิดิโอการพบนางเงือก ๒ : https://youtu.be/cvsXiryu8jA
----

นางเงือกมีจริงหรือไม่ ?

หลายประเทศหลายเชื้อชาติในโลกมีความเชื่อในเรื่องนางเงือกคล้ายๆกัน

ส่วนใหญ่เห็นว่านางเงือกมีจริงอยู่ในเทพนิยายหรือในตำนานปะรำปะราเท่านั้น

นางเงือกในประเทศไทย มีชีวิตโลดแล่นในวรรณกรรมร้อยกรอง - พระอภัยมณี

คนไทในประเทศจีนและเหวียดนาม เช่นไทปายี ไทเมือง และไทกะเบียว เรียกมังกรว่า > เงือก

ตำนานเรื่องเล่าขานพื้นบ้านไทย อธิบายว่า นางเงือกมีใบหน้าเท่างบน้ำอ้อย มีเสียงไพเราะสะกดจิตผู้ได้ยินให้เดินตกน้ำได้

ไปตรงกับความเชื่อของคนยุโรปตอนเหนือว่า เสียงของเงือกมีพลังปิศาจ สามารถชักพาให้ผู้ที่ได้ยินเสียงคล้อยตามได้

การที่เรือเดินทะเลต้องชนกับหินโสโครก และอับปปางลงลำแล้วลำเล่านั้น
เป็นเพราะว่าถูกชักจูงให้เดินทางไปตามเสียงเพลงของเงือก
มันเป็นลำนำเพลงไพเราะ ซึ่งผู้ได้ยินมักลืมตัวขาดสติ

ในประเทศญี่ปุ่น มีความเชื่อเกี่ยวกับเงือกมากมายเช่นเดียวกัน
โดยความเชื่อหลักเกี่ยวกับการกินเนื้อเงือก คือ เมื่อในอดีต มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ช่วยนางเงือกเอาไว้ที่ชายหาด นางเงือกซาบซึ้งบุญคุณของหญิงคนนั้น จึงให้กินเนื้อเงือกเป็นการตอบแทน
แต่ทว่า อาถรรพณ์ของเนื้อเงือก จะทำให้ผู้ที่กินเข้าไปไม่แก่ไม่ตาย
หญิงสาวผู้นั้นมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีวันแก่ตาย
ได้เห็นผู้คนรอบข้างตายไปทีละคนจนทนไม่ได้
จึงบวชเป็นชีชื่อ แม่ชีเบคุนิ

ในประเทศญี่ปุ่น ตามวัดต่าง ๆ มักจะมีซากเงือกตั้งแสดงอยู่
เป็นของประหลาดและเป็นที่ตื่นตาสำหรับผู้ที่ได้พบเห็น
ซากของเงือกหรือสัตว์ประหลาดต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นแค่ของปลอมที่ทำขึ้นโดยการนำเอาอวัยวะของสัตว์ชนิดต่าง ๆ มาประดิษฐ์ขึ้น

----

ความเชื่อเรื่องนางเงือกคล้ายกับความเชื่อเรื่องพญานาค
คือไม่มีจริงในเชิงชีววิทยา
แต่มีจริงในเชิงสัญลักษณ์

---

หากจะเปรียบนางเงือกกับพญานาค ดูเหมือนว่านางเงือกจะมีความเป็นสิงที่มีชีวิตที่มีอยู่จริง มากกว่าพญานาคซึ่งถูกยกขึ้นสู่ภูมิเทพจำพวกหนึ่ง

----

แม้เงือกจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้
เช่นเดียวกับความพยายามจะพิสูจน์สิ่งลี้ลับที่อยู่ใกล้ตัวมนุษย์ที่สุด คือ "ผี"
ก็ยังไม่มีใครสามารถพิสูจนืได้ชัดเจนว่าผีมีจริง
ถึงพิสูจน์ไม่ได้ คนทั้งหลายก็พากันเชื่อว่าผีมีจริง

----

มีเรื่องเล่าจากปากของสุภาพสตรีชาวลาวท่านหนึ่ง ใช้นามแฝงใน ampoljane.com ว่า "ส้มโอ"
เธอมีศักดิ์ฐานะดี - เป็นบุตรสาวของอดีตฑูตลาวประจำประเทศฝรั่งเศส
การศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมจากสถาบันราชภัฏฯ อุบลฯ
ปัจจุบันรับราชการเป็นพัฒนากรอยู่ในสปป.ลาว

เธอได้เล่าถึงเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเกิดขึ้นจริงที่บริเวณน้ำตกหลี่ผี แขวงจำปาสัก ในขณะที่เธอยังเป็นเพียงเด็กเล็กๆ

บิดาของเธอไปตรวจราชการที่หลี่ผี
เธอติดตามไปด้วย

วันนั้นเวลาโพล้เพล้ เธอวิ่งไล่ลูกบอลที่กลิ้งไปทางริมน้ำ
เห็นผู้หญิงตัวใหญ่ นั่งหันหลังอยู่บนโขดหิน กำลังสางผมยาวเปียกน้ำอย่างช้าๆ

เห็นถนัดชัดเจนว่า..
ครึ่งบนเป็นคน
ครึ่งล่างเป็นปลา

อดรนทนlงสัยไม่ได้ จึงร้องตะโกนถามไป

"เจ้าเป็นไผ?"

ผู้หญิงลึกลับหันขวับมา ทำให้ได้เห็นใบหน้าชัดเจน
จากนั้นก็โผนลงน้ำ หนีหายไปอย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตา

---

เธอบอกอีกว่ารูปปั้นนางเงือกที่สงขลายังไม่เหมือนนางเงือกที่เธอเห็นเสียทีเดียว
ตัวจริงของนางเงือกใหญ่กว่า (เมื่อเทียบรูปปั้น) สวยกว่ารูปปั้นที่สงขลา

---

บนวัดภูมะโลง จำปาสัก ที่ซึ่งสำเร็จลุนเคยพำนักอยู่ กับวัดนาหล้งที่สำเร็จลุนไปจกเอาหนังสือก้อมจากโลงศพสมภารเจ้าวัด ต่างก็มีรูปปั้นนางเงือกอยู่ทั้งสองแห่ง

นางเงือกปูนปั้นจะบ่งบอกถึงอะไรไม่ทราบ











--------------------
อฺตตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถนญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
สอนผู้อื่นเช่นใดพึงสอนตนเช่นนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
(พุทธ)ขุ.ธ.๒๕/๓๖
Go to the top of the page
 
+Quote Post
 
Start new topic
คำตอบ (1 - 1)
Ducklast
โพสต์ Apr 13 2016, 08:15 AM
โพสต์ #2


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 3,264
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23




คุณพัทพล วิชิตพันธ์ เป็นลูกหลายจารย์ปู่คำผุก อุนาภาค เล่าเรื่องแปลกให้ฟังดังนี้

----

อ่านเจอเรื่อง เงือก ที่อาจารย์ เขียนไว้ เลยทำให้ คิด ถึงเรื่องเงือก ที่ พ่อผมเคยเล่าให้ฟังครับ

เงือก ในความหมายของพ่อผม เหมือนท่าน จะใช้เรียก ผี หรือ ปิศาจน้ำมากกว่าที่จะเป็น นางเงือกในแบบวรรณคดีไทยของเรา คือ เงือกของท่านนี้มักจะชอบทำให้คนจมน้ำตาย และมีส่วนเกี่ยวข้องเวลาที่มีคนตายด้วยอุบัติเหตุทางน้ำซะมากกว่า
เริ่มเรื่องแรกเลยนะครับ

ปีนั้นมีเด็กๆ กลุ่มหนึ่งไปลงเล่นน้ำในบึง หลายครั้งระหว่างที่เล่นๆกันอยู่ ก็จะมีเด็กผู้ชายแปลกหน้า อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน มาเล่นด้วย

พอบ่อยครั้งเข้า เด็กๆกลุ่มนี้ก็สังเกตเห็นว่า เด็กที่มาขอเล่นด้วยคนนี้ไม่เคยพูดคุยกับใคร
ตอนมาๆทางไหนก็ไม่มีใครสังเกตุเห็น และพอเล่นน้ำเสร็จก็หายไปเหมือนตอนมา เป็นอยู่แบบนี้ ประมาณ 5-6 ครั้ง

พวกเด็กๆจึงไปเล่าให้ผู้ใหญ่ ฟัง พวกจึงวางแผนจับ โดยให้กลุ่มเดิมกลับไปเล่นน้ำตามปกติ พอเด็กคนนั้นปรากฏตัวขึ้น พวกผู้ใหญ่ ก็ใช้ แห เหวียงใส่ ..เหวี่ยงไปทั้งหมด 7 ผืน

พอจับตัวขึ้นมาได้
ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านก็แห่ออกมาดู

พ่อผมบอกว่า เด็กคนที่เขาพากันจับขึ้นมาจากน้ำ นั้น ลักษณะภายนอกทั่วไป เหมือนคนปกติทุกอย่าง มีผิวสีคล้ำๆ ผมหยิกเหมือนฝอยขัดหม้อ แต่ หำมันดำมาก(พ่อผมเล่าพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง) มันกลัวคน นั่งตัวสั่น ชันเข่า ใครถามอะไรก็ไม่ตอบ (หรืออาจจะพูดภาษาของเราไม่ได้ก็ไม่ทราบ)

พอเจรจาไม่ทราบความ สุดท้าย ชาวบ้าน เลยแต่งบายศรี 1 คู่ มอบให้กับเด็กคนนี้ และปล่อยเขากลับลงน้ำเหมือนเดิม พร้อมกับ ขอว่าให้น้ำหนองนี้อย่าแห้ง และขอให้ฝนตกตามฤดูกาล

พอรับเอาบายศรี เขาก็ว่ายไปจนถึงกลางบึง แล้วก็จมหายลงไป

หลังจากนั้น ก็ไม่เคยได้ยิน ว่า มีเด็กแปลกๆ มาเล่นน้ำกับเด็กในหมู่บ้านอีก

-----

เรื่องที่สองครับ

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณลุงท่านหนึ่ง ผมจำชื่อไม่ได้ ขอใช้ชื่อสมมุติ ว่าลุงดำ นะครับ

ลุงดำ แก ป่วย เป็นโรค ....(ผมจำไม่ได้) เลยต้องขายควายทั้งหมดที่มีเพื่อไปเป็นค่ารักษาตัว พอถึงฤดูจะองลงทำนา แกไม่มีควายจะใช้ไถ่นา

วันนั้น (วันที่เจอ)ฝนตกปรอยๆ มาตั้งแต่เช้า แกเห็นควายตัวหนึ่ง เชือกที่ใช้สนตะพายมีสีแดง เดินเล็มหญ้า มาอยู่แถวๆเถียงนาแก

ทีแรกแกก็ไม่ได้คิดอะไรคิดว่าควายชาวบ้านแถวๆนั้น แต่พอมืดแล้ว ควายตัวนั้นก็ไม่กลับคอก จนสว่างก็ยังเล็มหญ้าอยู่ที่เดิม

ตอนนั้นลุงดำบอกว่า สงสัยควายเขาหลงมา อีกซักพักเจ้าของเขาก็คงมาตามกลับ แต่ผ่านไป 3 วันก็ไม่มีใครมาตามควายหาย แกเลยตัดสินใจ จับควายตัวนั้นมาไถนาตัวเองเลยครับ

ไถ ตกกล้า ไถด้น ไถดะ จนเสร็จทั้งทุ่ง

พอวันที่มันจะจากไป แกบอกว่าบรรยากาศเหมือนตอนมันมาเลย คือฝนตกปรอยๆ ตั้งแต่เช้า

วันนั้น มันมีอาการแปลก คือคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ค่อยฟังคำสั่ง

พอแกคลาดนาแปลงสุดท้ายเสร็จ ยังไม่ทันจะปลดคลาด ออกจากคอมันเลยครับ มันก็ วิ่งข้ามคันนา สะบัดคลาดจนหลุดออกเอง แล้วมันวิ่งตรงไปยัง บึง(บึงเดียวกับเด็กในเรื่องแรก) ลุงดำแกก็วิ่งตาม พอแกวิ่งไปถึงบึง ภาพที่ที่แกเห็น แกก็ถึงกับเข่าอ่อนเลยครับ

ควายที่แกจับมาไถนาตัวนั้น พอมันวิ่งไปถึงบึง มันก็วิ่งไปบนผิวน้ำเลย ไม่จมลงน้ำ แถมกลางบึง ยังมีควาย เชือกสนตะพายสีแดง เหมือนกัน อีก 2 ตัว วิ่งรออยู่กลางบึงอยู่ก่อนแล้ว

ลุงดำบอกว่า แกเห็นแล้วก็กลัวมาก แกบอกว่า
“มันคือเงือกปลอมตัวมา ดีนะ ที่มันไม่จับลุงกิน”

......แปลกมากครับ เหมือน "เงือก" ตามความเชื่อของชาวลาวแถบนั้น
สามารถ แปลงร่างเป็น อะไรๆที่นอกเหนือจากเป็นคนก็ได้


--------------------
อฺตตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถนญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
สอนผู้อื่นเช่นใดพึงสอนตนเช่นนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
(พุทธ)ขุ.ธ.๒๕/๓๖
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 19th November 2019 - 02:42 AM