IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ, "อัตโนประวัติ"~*~ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา .... Today
George
โพสต์ Jun 16 2009, 06:48 PM
โพสต์ #1


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 672
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เขตปกครองตนเองพิเศษ มอดินแดง
หมายเลขสมาชิก : 3





--------------------
Go to the top of the page
 
+Quote Post
3 หน้า V  < 1 2 3  
Start new topic
คำตอบ (40 - 51)
zhant~
โพสต์ Dec 22 2009, 04:44 AM
โพสต์ #41


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25






เหตุให้เกิดทุกข์
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ
เหตุให้เกิดทุกข์ ๒๙

ในทางโลกต้องศึกษาหาเรียนเอาแบบอย่าง จากผู้ที่มีความดี

เพื่อเราจะได้ประพฤติดี ปฏิบัติดีเหมือนท่านเหล่านั้น
ถ้าทางธรรมที่จะนำมาปฏิบัติได้อย่างไร
ก็ให้ศึกษาในอุบายวิธี ในการปฏิบัติจากท่านเหล่านั้น
เช่นการพิจารณาความแก่
เราก็จำความแก่จากผู้อื่นว่าเป็นลักษณะอย่างไร
โอปนยิโก ก็ให้น้อมความแก่ ของคนอื่นเข้ามาหาตัวเรา
ถ้าเรามีอายุมากเท่าเขา เราก็จะแก่เหมือนกันกับเขา

ไปเห็นคนเจ็บไข้ป่วยในโรงพยาบาล หรืออยู่ในที่ไหนก็ตาม
ก็จำมาพิจารณา
ความเจ็บป่วยของเขาว่ามีความทุกข์อย่างไร
ก็โอปนยิโก น้อมเข้ามาหาตัวเองว่า

ในชาตินี้หรือในชาติหน้า เมื่อเรามาเกิดในโลกนี้
ก็มีการเจ็บป่วยเหมือนเขาเหล่านั้นอย่างแน่นอน

เราไปเห็นคนตายที่โรงพยาบาลหรือที่ไหนก็ตาม
แม้แต่ไปงานศพในที่ใดก็จำเอาเรื่องของความตายมาพิจารณา
ว่า เมื่อท่านเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นปกติเหมือนคนทั่วไป
เมื่อท่านเหล่านั้นได้หมดลมหายใจ และจิตก็ได้ออกจากร่างกายนี้ไปแล้ว
ก็นำธาตุที่ไร้วิญญาณนี้มาเผาในที่แห่งนี้


ในที่สุดก็เหลือเพียงกระดูกเท่านั้นที่มองเห็น
เมื่อพิจารณาความตายของผู้อื่นอย่างไร
ก็โอปนยิโกน้อมเข้ามาหาตัวเองว่า
อีกวันหนึ่งข้างหน้า เราก็จะเป็นอย่างนี้เหมือนกัน

แต่บัดนี้เป็นคิวของเขา อีกวันต่อไปก็จะเป็นคิวของเรา
นี้คือสัญญาความจำในความจริง
นำมาสอนตัวเอง


ถ้าเป็นความจำของคนพาล สันดานชั่ว
ก็จะไปจำเอาในสิ่งที่ถูกใจตัวเอง
เช่น รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ให้เป็นไปในกิเลสตัณหา
เพื่อตอบสนองแห่งความรัก ความใคร่ของตัวเอง
เห็นคนอื่นมีความร่ำรวยด้วยวิธีใด
ทั้งที่เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ไม่ได้มาโดยความชอบธรรม
คดโกงกันอย่างไร ค้าขายสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างไร
ก็ใฝ่ใจจดจำ เพื่อสนองความโลภของตัวเอง

หรือมีใครมาขัดผลประโยชน์ในมิจฉาชีพ
ก็จดจำผู้นั้นไว้เพื่อชำระความแค้นกันทีหลัง
ถ้ามีใครพูดไม่สบอารมณ์ ก็จะจำคนนั้นเอาไว้
และยังผูกใจพยาบาทอาฆาตจองเวรต่อกันไป


ไม่มีความสำนึกในเรื่องของบาปกรรมที่จะตามสนอง
เป็นคนที่เห็นแก่ปากแก่ท้อง
เป็นคนใจดำอำมหิต ไม่คิดที่จะทำความดีให้แก่ตัวเอง และสังคม



เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๐ ถ้าคนมีจิตใจต่ำ การทำ การพูดทั้งความคิด และความเห็น......


tongue.gif เหตุให้เกิดทุกข์ ของหลวงปู่ทูล มี ๔๖ เหตุปัจจัยเป็นไฟล์ PDF


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
zhant~
โพสต์ Dec 26 2009, 08:20 AM
โพสต์ #42


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25





เหตุให้เกิดทุกข์
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ
เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๐

ถ้าคนมีจิตใจต่ำ
การทำ การพูดทั้งความคิด และความเห็นจะต่ำทรามทั้งนั้น
ขึ้นชื่อว่าคนพาลแล้วเชื่อใจได้ยาก
จะฝากฝังงานอะไรให้ดูแลรักษา
ก็จะเหมือนฝากปลาไว้กับแมว
ฝากข้าวสารไว้กับไก่ จะไม่มีผลดีอะไร


ใจของคนพาล จะให้ความเป็นธรรมแก่คนอื่นนั้นเป็นของยาก
ถ้าหากมาอยู่ในกลุ่มภาวนาปฏิบัติก็จะพาลหาเรื่องคนนั้นคนนี้
จนทำให้เกิดความแตกแยกความสามัคคีกันไป


ไม่มีความสำนึกในตัวเองว่า มีความผิดที่ตรงไหน
มีแต่ความเข้าใจว่าตัวเองถูกต้องทั้งหมด
ฉะนั้นสัญญาความจำจึงเป็นดาบสองคม


ให้สังเกตดูว่าขณะนี้เราใช้ความจำไปในทางไหน
ถ้าเห็นว่าไม่ดี ก็ควรปรับปรุงแก้ไข
พยายามฝึกใจให้จำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ตน และประโยชน์คนอื่นให้มากที่สุด
เพราะความผิด เป็นบทเรียนแล้วเปลี่ยนใจให้เป็นถูกได้
ความจำผิดอยู่ในที่ไหนก็ฝึกให้จำถูกอยู่ในที่เดียวกัน

สังขาร
สังขาร หมายถึงการปรุงแต่งของใจ
เรื่องที่จะเอามาปรุงแต่งนั้นจะเป็นสิ่งที่รัก และชอบใจ
เฉพาะเรื่องของกามคุณจะปรุงแต่งเป็นพิเศษ
มีกิเลสตัณหาเป็นกำลังสนับสนุน
ผลักดันให้คิดปรุงแต่งไปอย่างไม่มีขอบเขต


เหตุที่จะให้คิดปรุงแต่งไป
ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของความรักใคร่ ความยินดีทั้งนั้น
แต่ละคืนแต่ละวัน ใจจะจ้องมองหาเรื่องที่จะนำมาคิดอยู่ตลอดเวลา
มีทั้งเรื่องเก่า และเรื่องใหม่จะนำมาคิดติดพันต่อกันไป



ไม่มีกาลเวลา ขึ้นอยู่กับกิเลสตัณหามีความต้องการ
แล้วคิดปรุงแต่งโยงใยมาบวกกันกับปัจจุบัน
เพื่อให้จิตเกิดความผูกพันมีความกระสันในกามตัณหามากขึ้น
จะยืนคิดเดินคิดนั่งนอนคิด
จิตก็ฟุ้งไปในการปรุงแต่งได้เหมือนกัน







เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๑ biggrin.gif เหมือนการกินเหล้า จะกินในอิริยาบถใดไม่สำคัญ

blink.gif เหตุให้เกิดทุกข์ ของหลวงปู่ทูล มี ๔๖ เหตุปัจจัยเป็นไฟล์ PDF


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Dec 29 2009, 08:03 AM
โพสต์ #43


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,421
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5





เหตุให้เกิดทุกข์
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ
เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๑

เหมือนการกินเหล้าจะกินในอิริยาบถใดไม่สำคัญ
เมื่อน้ำเหล้าเข้าไปในท้องแล้ว จะเมาจนลืมตัวได้เช่นกัน นี้ฉันใด
ใจเมื่อได้รับการปรุงแต่งด้วยกิเลสตัณหา
ก็เมาไปตามกระแสโลกอย่างลืมตัว
ไม่มีวันที่จะอิ่มพอในความคิดของใจ
ฝั่งแม่น้ำมหาสมุทรสุดสาครไม่เต็มอิ่มด้วยน้ำฉันใด
ใจที่มีกิเลสตัณหาก็ไม่อิ่มพอในการปรุงแต่งฉันนั้น


การปรุงแต่งยังไม่หยุดเพียงเท่านี้
ยังมีความปรุงแต่งคาดการณ์โยงไปสู่อนาคตด้วย
เป็นความคิดที่หลอกใจ
ให้หลงอยู่ในโลกตลอดเวลา
เรียกว่า สร้างวิมานบนอากาศ วาดภาพด้วยจินตนาการอยู่ตลอดกาล
คิดหาในสิ่งที่รักที่ชอบใจไม่มีที่สิ้นสุด
คิดสร้างเรื่องในสมมุติขึ้นมาหลอกใจอยู่เสมอ


tongue.gif
ก็ต้องใช้สติปัญญา ขุดคุ้ยหาที่มาของทุกข์
ว่าเกิดจากเหตุอะไร ถ้าเข้าใจ และรู้เห็นในเหตุให้เกิดทุกข์ได้ชัดเจนแล้ว
วิธีที่จะทำลายในเหตุนั้น ไม่ให้ก่อตัวขึ้นอีกก็จะเป็นของง่าย

sad.gif ตัวสมมุติ และสังขารเป็นของคู่กัน ทำงานร่วมกัน
จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้เลย
จึงเรียกว่าสังขารการปรุงแต่งโดยสมมุติ
ถ้าไม่มีสมมุติสังขารจะปรุงแต่งอะไรไม่ได้
หรือมีสมมุติเพียงอย่างเดียว ไม่มีสังขารการปรุงแต่ง
สมมุติก็มีอยู่โดยธรรมชาติในตัวมันเอง laugh.gif

เหมือนกับแม่ครัว ถึงจะมีฝีมือดีในการปรุงอาหาร
ถ้าไม่มีอุปกรณ์เครื่องปรุง และไม่มีอาหารที่จะมาประกอบในการทำแล้ว
แม่ครัวก็ทำอะไรไม่ได้
หรือมีเครื่องปรุงอาหารอยู่พร้อมแล้ว
แต่ไม่มีแม่ครัวที่มาประกอบอาหาร
ความสำเร็จในอาหารจะไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใด นี้ฉันใด

สมมุติ และสังขารทั้งสองอย่างนี้ เป็นของคู่กัน ทำงานร่วมกัน

มีกามตัณหา เป็นกำลังสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา
จะปรุงแต่งในสมมุติอะไรเรื่องไหน
ตัณหา จะเป็นตัวกำหนดเรื่องให้ปรุงแต่งเอง
กิเลส จะเป็นตัวสื่อสารความสัมพันธ์อยู่ที่ใจอย่างแนบแน่น

เป็นพี่เลี้ยงให้แก่ใจ อยู่ตลอดเวลา
ว่าใจมีความต้องการในเรื่องใด
ก็จะสมมุติ เรื่องที่ใจชอบออกมาเป็นฉาก ๆ

ความอยาก ของตัณหาก็ออกทำงานได้ทันที

แต่ละเรื่องจะมีความเกี่ยวเนื่องอยู่ในกามคุณทั้งนั้น





เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๒ biggrin.gif เฉพาะรูป เป็นอันดับหนึ่งที่จะนำมาเป็นพระเอกนางเอก ชูโรงมากที่สุด


tongue.gif เหตุให้เกิดทุกข์ ของหลวงปู่ทูล มี ๔๖ เหตุปัจจัยเป็นไฟล์ PDF



--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Dec 31 2009, 10:11 AM
โพสต์ #44


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43





เหตุให้เกิดทุกข์
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ
เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๒

เฉพาะรูป เป็นอันดับหนึ่ง
ที่จะนำมาเป็นพระเอก นางเอก ชูโรงมากที่สุด
เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ เป็นตัวแสดงประกอบฉาก
หรือเรียกว่าเป็นตัวสำรอง ในการเปลี่ยนรสชาติในความสุขทางใจ

หลักใหญ่จะเอารูปมาเป็นตัวสมมุติ
เรียกว่า สังขารการปรุงแต่งในรูป สมมุตินี้อย่างสุดตัว
มีความเห็นอย่างไรก็ปรุงเอง แต่งเองเอาเสียทั้งหมด รูปจะสวยงามอย่างไร
จะใช้เครื่องสำอางอะไร ชนิดไหน ก็นำมาประดับประดาตกแต่งอย่างเต็มที่
ในที่สุดใจก็หลงใหลไปตามสมมุติเสียเอง


สังขาร และสมมุติ
ทั้งสองนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ ในการที่จะต้องแก้ไข
เหมือนกับไฟไหม้ป่าผืนขนาดใหญ่
ถ้าไฟได้ติดเชื้อแล้วจึงยากที่จะดับลงได้
จะลุกลามตามเชื้อของไฟนั้น ไปไม่มีขอบเขตไม่มีประมาณ
ไฟจะลุกแรงบ้าง ค่อยบ้างตามเชื้อของไฟที่มีอยู่
ตราบใดเชื้อของไฟยังมี ไฟก็จะไหม้ต่อไปไม่มีท่าทีจะดับลงได้เลย


นี้ฉันใด เมื่อใจยังหลงใหลอยู่ในสมมุติสังขาร
กิเลสตัณหาก็จะเกิดเป็นไฟเผาใจ ให้เร่าร้อนอยู่ตลอดเวลา

huh.gif ราคัคคินา ไฟ คือราคะที่รับเชื้อมาจากสมมุติ
wink.gif สังขาร ก็จะเกิดความรักความชอบใจในกามคุณอยู่เรื่อยไป
sad.gif ไฟของราคะ มาผสมใจ
จึงได้กำเริบไปตามความกำหนัดยินดี ในกามคุณจนลืมตัว
ohmy.gif โทสัคคินา ไฟคือโทสะ
blink.gif ความโกรธก็จะเกิดขึ้นในสิ่งที่ไม่ชอบใจ

angry.gif สิ่งใดคนอื่นทำไปไม่ถูกใจ หรือคนอื่นพูดที่ไม่ถูกใจ
ก็จะเกิดเป็นไฟเผาใจให้เร่าร้อน กินไม่ได้นอนไม่หลับ

จนเกิดการทะเลาะวิวาท ฆ่ากันตีกันเจ็บป่วยล้มตายกันไป
หรือเกิดการอาฆาต พยาบาทจองเวรต่อกันไป

โมหัคคินา ไฟ คือความหลง
คำว่าหลงในที่นี้หมายถึง ความหลงผิดในหลักความเป็นจริง
ความจริงเป็นอย่างหนึ่ง แต่มาเข้าใจว่า เป็นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริง
สิ่งนั้นเป็นของที่ไม่เที่ยง แต่มาหลงว่าเป็นของเที่ยง
สิ่งที่เป็นทุกข์ ก็มาเข้าใจว่าเป็นสุข
สิ่งที่เป็นอนัตตา ก็มาเข้าใจว่าเป็นอัตตาตัวตน
เมื่อสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นไปตามที่เราเข้าใจ จึงได้เกิดเป็นไฟเผาตัวเอง





เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๓ สังขาร การปรุงแต่งในสิ่งใดก็เป็นได้ชั่วขณะ


tongue.gif เหตุให้เกิดทุกข์ ของหลวงปู่ทูล มี ๔๖ เหตุปัจจัยเป็นไฟล์ PDF



--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jan 3 2010, 08:50 AM
โพสต์ #45


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43





เหตุให้เกิดทุกข์
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ
เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๓

สังขาร
การปรุงแต่งในสิ่งใดก็เป็นได้ชั่วขณะ
เมื่อถึงกาลเวลา สิ่งที่เราปรุงแต่งก็เป็นไปในความจริงในตัวของมันเอง
การปรุงแต่งให้ถูกใจตัวเอง ก็จะเป็นไปตามกิเลสตัณหา
และปรุงแต่งไปตามวัย และเหตุปัจจัยในการปรุงแต่งก็ต่างกัน
เช่น วัยหนุ่มวัยสาว จะหาเอาเครื่องประดับประดาเครื่องย้อม เครื่องทา
นำมาประกอบซากศพเคลื่อนที่ก็พอจะดูกันได้

เมื่อถึงวัยตะวันจวนจะลับแสง จะปรุงแต่งให้ถูกใจตัวเองด้วยวิธีใด ก็ไม่สวยอยู่นั่นเอง
สังขารการปรุงแต่งเป็นร้านเสริมสวย
ที่กิเลสตัณหาได้สร้างขึ้นมาหลอกใจโดยตรง
การเสริมแต่งในสิ่งใดอยู่บ่อย ๆ ก็จะเป็นการปกปิดความจริง
ยากที่สติปัญญาจะเจาะลึกให้ถึง และรู้เห็นความเป็นจริงได้
เหมือนหีบศพที่ประดับด้วยดอกไม้ต่าง ๆ อย่างสวยงาม
ดูภายนอกมีแสงสีอย่างสวยหรู
ถ้าเปิดดูภายในแล้วจะรู้เห็นเป็นซากศพที่สกปรกโสโครก
ไม่มีใครที่อยากจะนอนกอดดมอยู่กับซากศพนั้นเลย
นี้ฉันใด สังขารการปรุงแต่งในสมมุติก็ฉันนั้น


ผู้มีความคิดความเห็นเป็นไปไนทางที่ต่ำ
ก็จะทำให้ใจเกิดความเห็นผิด เข้าใจผิดในสมมุตินี้เป็นอย่างมากทีเดียว
สิ่งทั้งหมดนั้นเป็นธรรมชาติของเขา แต่ก็ไปสมมุติว่าเป็นตัวเรา
และสมมุติว่าสิ่งนั้นเป็นของของเรา
ใจจึงได้เกิดความหลงไม่รู้จริงเห็นจริงของสมมุติ


จึงเรียกว่า อวิชชา คือ ความไม่รู้จริงเห็นจริง
จึงได้เกิดความเห็นผิดในความเป็นจริงต่อไป
จึงเรียกว่าโมหะ เมื่อไม่รู้เห็นตามความเป็นจริง และหลงในความเป็นจริงอยู่อย่างนี้
จึงมีช่องว่างเปิดทาง ให้แก่กิเลสตัณหาได้ทำงานได้อย่างเต็มที่

จะปรุงแต่งอย่างไร เพื่อให้ใจเกิดความเห็นผิด
จะคิดในสมมุติอย่างไร เพื่อให้ใจเกิดความไขว้เขว

เพื่อหันเหให้ใจเกิดความเข้าใจผิดได้ กิเลสก็ต้องปรุงแต่งไป
ใจเกิดความเคยชิน จึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาไป
ฉะนั้น การแก้ความไม่รู้เห็นตามความเป็นจริงของใจ
และความหลงในสมมุติภายในใจ จึงเป็นเรื่องใหญ่ในการปฏิบัติธรรม
สังขารการปรุงแต่ง จึงเป็นแนวความคิดของกิเลสตัณหา จะคิดปรุงแต่งในสมมุติอะไร
ใจก็หลงในสมมุตินั้น ๆ




เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๔ biggrin.gif
กิเลสมีความฉลาด และมีไหวพริบในเชิงคิดปรุงแต่งได้เป็นอย่างดี ....



tongue.gif เหตุให้เกิดทุกข์ ของหลวงปู่ทูล มี ๔๖ เหตุปัจจัยเป็นไฟล์ PDF



--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jan 5 2010, 07:38 AM
โพสต์ #46


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43





เหตุให้เกิดทุกข์
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ
เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๔

กิเลสมีความฉลาด และมีไหวพริบในเชิงคิดปรุงแต่งได้เป็นอย่างดี
คิดอย่างมีหลักการ และวิธีการอย่างหยดย้อยทีเดียว

ใจที่มีความโง่เขลา ไม่มีสติปัญญาอยู่ในตัว
จะถูกกิเลสเอาสิ่งที่ปลอมแปลงมาหลอก
ทำให้เกิดความเข้าใจผิดหลงผิดอย่างตายใจ
จึงได้เป็นแนวร่วมอยู่ กับกิเลสตัณหามาจนถึงปัจจุบัน

คำสอนของพระพุทธเจ้า
พระองค์ได้วางหลักการในวิธีแก้ปัญหาไว้แล้วเป็นอย่างดี
แต่เราไม่ยอมฝึกปัญญา เลือกเฟ้นหาหมวดธรรมมาปฏิบัติ
ให้ตรงกับประเด็นของปัญหาได้
เมื่อปัญหาเกิดขึ้นจาก ความคิดความเห็น
แต่เราไปปฏิบัติในวิธีหลบปัญหา
ไม่กล้าจะเผชิญต่อหลักความเป็นจริง
มีแต่หลบนิ่งอยู่ในความสงบตลอดเวลา
ถ้าภาวนาปฏิบัติด้วยวิธีอย่างนี้ จะแก้ปัญหาของใจไม่ได้เลย

เมื่อปัญหาเกิดจากความคิด
เราก็ต้องฝึกความคิด มาหักล้างกันเอง
เมื่อปัญหาเกิดขึ้นจาก ความเห็นผิด
ก็ต้องฝึกความเห็นถูก มาหักล้างเช่นกัน

ความคิดของกิเลส สังขารการปรุงแต่งในสิ่งต่าง ๆ นำมาหลอกใจได้
แต่ทำไมความคิดของสติปัญญา จึงไม่เอามาสอนใจตัวเอง
ไม่ควรปล่อยให้กิเลสส่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สอนใจเพียงฝ่ายเดียว
เราฝึกสติปัญญา หาข้อธรรมที่เป็นจริงสอนใจอยู่เสมอ

เมื่อใจได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ตามความเป็นจริงเมื่อไร
ใจก็จะเปลี่ยนแปลงจากความเห็นผิด
แล้วเกิดความเห็นที่ถูกต้องชอบธรรมได้

ฉะนั้น การปฏิบัติเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในความเห็น จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ความเห็นผิด ให้เกิดความเห็นถูกได้
จะไม่เกิดเป็นสัมมาปฏิบัติแต่อย่างใด
ใจก็จะเป็นไปในสังขารการปรุงแต่งในสมมุติตลอดไป

ตามปกติ ใจจะมีพื้นฐานในความฉลาดอยู่แล้ว
แต่ขาดสติปัญญาให้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนเท่านั้น
การให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่ใจ มิใช่ว่ารู้ตามตำราเท่านั้น

ความรู้นี้เป็นทฤษฎีภาคการศึกษา
ใครศึกษามากก็รู้มาก ใครศึกษาน้อยก็รู้น้อย

แต่จะเอาความรู้นี้ ไปละอาสวกิเลสให้หมดไปจากใจ ไม่ได้เลย





เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๕ biggrin.gif เหมือนกับศัสตราวุธ ที่ตำรวจ ทหารมีไว้เพื่อป้องกันตัว....



tongue.gif เหตุให้เกิดทุกข์ ของหลวงปู่ทูล มี ๔๖ เหตุปัจจัยเป็นไฟล์ PDF



--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Feb 15 2010, 10:22 AM
โพสต์ #47


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43





เหตุให้เกิดทุกข์
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ
เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๕

เหมือนกับศัสตราวุธ ที่ตำรวจ ทหารมีไว้เพื่อป้องกันตัว
หรือมีไว้สำหรับต่อสู้ กับศัตรูคู่อริที่มารุกราน
ถ้าศัตรูได้อาวุธจากตำรวจทหารไปแล้วก็แพ้ได้ทันที นี้ฉันใด

ธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ดีแล้ว
สำหรับประหารกิเลส ตัณหา อาสวะน้อยใหญ่ให้หมดไปจากใจโดยตรง

ถ้าศึกษาธรรมะมาดีแล้ว
แต่ไม่มีปัญญาที่รักษา กิเลสที่แฝงอยู่ใน มานะอัตตา
ก็จะลอบลักเอาธรรมะไปครอบครองเสียเอง
มีแต่จะคุยโม้ โอ้อวดว่าเรามีความรู้ธรรมะดีเท่านั้น

จะเกิดความหลง ลืมตัวไปว่าเรียนจบอย่างนั้นมา อย่างนี้มา
เอาความรู้ไปข่มผู้อื่นโดยวิธีต่าง ๆ ดังได้เห็นอยู่ในที่ทั่วไป
ถ้าเป็นปืนก็ไม่มีลูก ถึงจะมีลูกก็ด้านไปเสียใช้ไม่ได้เลย
ถ้าเป็นคัมภีร์ ก็เป็นคัมภีร์เปล่า
เหมือนพระโปฐิละได้แบกอยู่ในสมัยนั้น


ฉะนั้นการรู้ธรรมะ ถ้าไม่มีปัญญา เป็นองค์ประกอบแล้ว
จึงยากที่จะเลือกเฟ้นเอาธรรมะ
มาปฏิบัติให้ถูกต้อง กับนิสัยตัวเองได้
ถึงจะเอาธรรมะหมวดไหน มาปฏิบัติก็ย่อมทำได้
ส่วนผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัตินั้น
จะออกมาเป็นอย่างไร
ให้ผู้ปฏิบัติได้สังเกตดูใจของตัวเอง ก็แล้วกัน
ความคิด ที่เป็นปัญญา กับ ความคิด ที่เป็นสังขาร
จะแตกต่างกันในความหมาย อย่างเห็นได้ชัดทีเดียว
เช่น รูปเพียงอย่างเดียวก็ใช้ความหมายไม่เหมือนกัน
ถ้าคิดไปตามสังขาร จะเป็นไปในลักษณะแห่งความสวยงาม
น่ารักใคร่พอใจ ให้เป็นไปในกามคุณ

ถ้าคิดให้เป็นไปทางปัญญา
จะคิดตรงข้ามกันว่า รูปนี้เป็นสิ่งสกปรก โสโครก
ไม่มีความสวยงามตามโมฆบุรุษ โมฆสตรีที่เข้าใจกัน
ที่เกิดของรูป ก็เกิดจากสิ่งสกปรก
จะอยู่ในท้องแม่ ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งสกปรกกันทั้งนั้น

ธาตุสี่จะอยู่ได้ ก็อาศัยสิ่งที่สกปรก คือ อาหารมาค้ำจุนเอาไว้
อาหารที่เคี้ยวอยู่ในปาก ก็เป็นสิ่งสกปรก
อาหารย้อยไป ไหลซึมออกมาตามขุมขน
ไหลออกมาทางตา
ไหลออกมาทางหู
ไหลออกมาทางจมูก และ
ออกมาทางทวารหนัก ทวารเบา
ล้วนแล้วแต่เป็นของสกปรกทั้งสิ้น
ถ้าคิดในลักษณะนี้เป็น ปัญญา







เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๖ biggrin.gif เฉพาะรูปถ้าคิดในรูปนี้ให้เป็นไปตาม อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เรียกว่าคิดในทาง ปัญญา เช่นกัน ยังไม่ถึงขั้นในการ เจริญวิปัสสนา



tongue.gif เหตุให้เกิดทุกข์ ของหลวงปู่ทูล มี ๔๖ เหตุปัจจัยเป็นไฟล์ PDF



--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
zhant~
โพสต์ Mar 7 2010, 06:33 AM
โพสต์ #48


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25



sad.gif ป่วยตั้งแต่วันที่ 4 เข้ามาแต่ไม่ได้โพสท์
วันนี้ขอโพสท์ให้หายคิดถึงนะคะ++ ยัง งง งง อยู่แต่ก็จะโพสท์ค่ะ tongue.gif



เหตุให้เกิดทุกข์
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ
เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๖
ถ้าคิดในรูปนี้ให้เป็นไปตาม อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เรียกว่าคิดในทางปัญญาเช่นกัน ยังไม่ถึงขั้นในการเจริญวิปัสสนา

การคิดในปัญญา และการเจริญวิปัสสนาก็เป็นเรื่องเดียวกัน
จะต่างกันเพียงหยาบ ละเอียดเท่านั้น
ถ้าคิดพิจารณาธรรมดาเรียกว่าคิดในขั้นปัญญา

คิดในขั้นปัญญาอยู่บ่อย ๆ
จนใจรู้เห็นเป็นไปตามความเป็นจริงได้
จึงเรียกว่าการเจริญวิปัสสนา


เมื่อเจริญวิปัสสนามีความรู้เห็นชัดเจน
จนเกิดความแยบคาย และหายสงสัยไปได้
ความเข้าใจผิด ความเห็นผิด ความยึดมั่น ถือมั่นไม่มีในใจ
นิพพิทา ความเบื่อหน่ายย่อมเกิดขึ้นที่ใจ
ในลักษณะนี้เรียกว่า วิปัสสนาญาณ

ความคิด และปัญญาของคนเรามีอยู่แล้ว
เราจะเอาความคิดที่เป็นปัญญา
มาพิจารณาตามหลักความเป็นจริงหรือไม่
หรือจะคิดไปตามกระแสของโลก ให้ใจได้เกิดความหลงต่อไป

ใจมีลักษณะไหวตัวไปได้ ตามความคิดนั้น ๆ
ถ้าคิดในทางโลก ใจก็จะมีความผูกพันยินดีอยู่ในทางโลก
ถ้าคิดในทางธรรมคือ ความเป็นจริงตามไตรลักษณ์อยู่บ่อย ๆ
ใจก็จะค่อยตามรู้เห็นในหลักความเป็นจริง ในความไม่เที่ยง

รู้เห็นตามความเป็นจริง แห่งความทุกข์กาย และทุกข์ใจ
และรู้เห็นตามความเป็นจริง ในเหตุให้เกิดทุกข์ คือตัวสมุทัยด้วย

ถ้าคิดพิจารณาในอนัตตา คือสิ่งที่สูญสลายไปอยู่บ่อย ๆ
ใจก็จะค่อยรู้เห็น ตามหลักความเป็นจริงนี้ได้อย่างชัดเจน


ฉะนั้นจงฝึกคิดทางปัญญา ในทางธรรมให้มากที่สุด
เพื่อจะเอาความคิดที่เป็นปัญญาทางธรรม
ไปลบล้างแนวความคิดปัญญาทางโลกให้ได้

ความคิดทางปัญญา และความคิดของกิเลสตัณหา
ฝ่ายไหนที่ถูกต้องตามหลักความเป็นจริง และ
คิดพิจารณาได้อย่างละเอียดพร้อมทั้งเหตุ และผล
ใจก็จะเกิดความเห็นคล้อยตาม ไปในความคิดฝ่ายนั้น ๆ


ถ้าจะว่าสงคราม ก็เป็นสงครามแห่งความคิด
เพื่อเปิดให้ใจได้รู้เห็น และตัดสินใจได้ด้วยเหตุผล
ถ้าความคิดฝ่ายกิเลสตัณหา มีน้ำหนักดีกว่า
ก็เอาชนะความคิดปัญญาในทางธรรมไปได้

ถ้าความคิดทางปัญญา
พิจารณามีความชัดเจน ถูกต้องพร้อมด้วยเหตุ และผล
ก็เอาชนะความคิดของกิเลสตัณหาไปได้





เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๗ biggrin.gif ดูซิว่าความคิดของกิเลส และความคิดของปัญญา
ในทางธรรมฝ่ายไหนจะแน่กว่ากัน


tongue.gif เหตุให้เกิดทุกข์ ของหลวงปู่ทูล มี ๔๖ เหตุปัจจัยเป็นไฟล์ PDF


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
zhant~
โพสต์ Mar 12 2010, 09:14 AM
โพสต์ #49


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25





เหตุให้เกิดทุกข์
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ
เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๗
ดูซิว่าความคิดของกิเลส และความคิดของปัญญา
ในทางธรรมฝ่ายไหนจะแน่กว่ากัน
แต่คิดว่า....ความคิดของกิเลสตัณหาจะเป็นต่ออยู่หลายช่วงตัวทีเดียว
เพราะในยุคนี้ผู้ปฏิบัติไม่ยอมฝึกปัญญากันเลย

อยากรู้ธรรมหมวดไหน
ความจริงในเรื่องอะไรก็ไปเปิดอ่านในตำรา
จึงได้แพ้แก่กิเลสตัณหาตลอดไป

เมื่อไรเราจะ ฝึกสติปัญญา เพื่อชนะความคิดของกิเลสตัณหาได้บ้าง
แต่ละวันเดือนปีมีแต่แพ้กิเลสตัณหาอยู่ตลอดเวลา
นี้ก็เพราะใจไม่มีปัญญาที่รอบรู้ตามความเป็นจริง


มีแต่หลงความเท็จหลอกลวงของกิเลสตัณหาอยู่ตลอดเวลา
ใจจึงเกิดความเห็นผิด เข้าใจผิดอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
และจะมีความเห็นผิดเข้าใจผิดต่อไปไม่มีสิ้นสุดลงได้

tongue.gif ในช่วงนี้เรามีครูอาจารย์ที่ฉลาดรอบรู้ในหลักสัจธรรม
มีความสามารถพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการปฏิบัติอยู่แล้ว

sad.gif แต่ผู้จะปฏิบัติตามยังมีความประมาทมัวเมาในทางโลกมากเกินไป
ให้ความสำคัญในทางโลกมากกว่าทางธรรม
ถึงจะมีการปฏิบัติอยู่บ้าง ก็ทำไปพอเป็นพิธีเท่านั้น sad.gif


วิญญาณ
วิญญาณ หมายถึงการรับรู้
การรับรู้ของวิญญาณนี้ จะมีอยู่เป็นธรรมชาติ ในตัวมันเอง

ถ้าไม่มีสิ่งใดมาให้รับรู้ วิญญาณก็จะมีอยู่ไม่ได้หายไปไหน
ถึงจะนอนหลับไปวิญญาณก็มีอยู่ แต่รับรู้อะไรไม่ได้

ถ้าตื่นนอนขึ้นมาวิญญาณการรับรู้ ก็จะไต้สัมผัสต่ออายตนะภายใน เรียกว่า....
วิญญาณการรับรู้ทางตา
วิญญาณการรับรู้ทางหู
วิญญาณการรับรู้ทางจมูก
วิญญาณการรับรู้ทางลิ้น
วิญญาณการรับรู้ทางกาย
และวิญญาณการรับรู้ทางใจ


เมื่อวิญญาณการรับรู้ในอายตนะภายในมีความสมบูรณ์แล้ว
จึงได้สัมผัสในอายตนะภายนอกได้

ตาสัมผัสรูป ก็มีวิญญาณรับรู้ในรูป
หูสัมผัสเสียง ก็มีวิญญาณรับรู้ในเสียง
จมูกสัมผัสกลิ่น มีวิญญาณรับรู้ในกลิ่น
ลิ้นสัมผัสรส มีวิญญาณรับรู้ในรสต่าง ๆ
กายสัมผัสในสิ่งใด วิญญาณก็จะรับรู้ในสิ่งนั้น




เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๘
ใจมีอารมณ์อะไร วิญญาณก็จะรับรู้ในอารมณ์ประเภทนั้น

เรียกว่าวิญญาณสัมผัสสัชชาเวทนา


tongue.gif เหตุให้เกิดทุกข์ ของหลวงปู่ทูล มี ๔๖ เหตุปัจจัยเป็นไฟล์ PDF


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Mar 28 2010, 06:52 AM
โพสต์ #50


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,421
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5





เหตุให้เกิดทุกข์
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ
เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๗
ดูซิว่าความคิดของกิเลส และความคิดของปัญญา
ในทางธรรมฝ่ายไหนจะแน่กว่ากัน
แต่คิดว่า....ความคิดของกิเลสตัณหาจะเป็นต่ออยู่หลายช่วงตัวทีเดียว
เพราะในยุคนี้ผู้ปฏิบัติไม่ยอมฝึกปัญญากันเลย

อยากรู้ธรรมหมวดไหน
wink.gif ความจริงในเรื่องอะไรก็ไปเปิดอ่านในตำรา
ohmy.gif จึงได้แพ้แก่กิเลสตัณหาตลอดไป
sad.gif เมื่อไรเราจะ ฝึกสติปัญญา เพื่อชนะความคิดของกิเลสตัณหาได้บ้าง
แต่ละวันเดือนปีมีแต่แพ้กิเลสตัณหาอยู่ตลอดเวลา
นี้ก็เพราะใจ ไม่มีปัญญาที่รอบรู้ตามความเป็นจริง

มีแต่หลงความเท็จหลอกลวงของกิเลสตัณหาอยู่ตลอดเวลา
ใจจึงเกิดความเห็นผิด เข้าใจผิดอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
และจะมีความเห็นผิด เข้าใจผิดต่อไปไม่มีสิ้นสุดลงได้
ในช่วงนี้เรามีครูอาจารย์ที่ฉลาดรอบรู้ในหลักสัจธรรม
มีความสามารถพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการปฏิบัติอยู่แล้ว
แต่ผู้จะปฏิบัติตามยังมีความประมาทมัวเมาในทางโลกมากเกินไป
ให้ความสำคัญในทางโลกมากกว่าทางธรรม
ถึงจะมีการปฏิบัติอยู่บ้าง ก็ทำไปพอเป็นพิธีเท่านั้น


วิญญาณ
วิญญาณ หมายถึงการรับรู้
การรับรู้ของวิญญาณนี้จะมีอยู่เป็นธรรมชาติ ในตัวมันเอง
ถ้าไม่มีสิ่งใดมาให้รับรู้ วิญญาณก็จะมีอยู่ไม่ได้หายไปไหน


ถึงจะนอนหลับไปวิญญาณก็มีอยู่ แต่รับรู้อะไรไม่ได้
ถ้าตื่นนอนขึ้นมา วิญญาณการรับรู้ ก็จะไต้สัมผัสต่ออายตนะภายใน
เรียกว่าวิญญาณการรับรู้ทางตา
วิญญาณการรับรู้ทางหู
วิญญาณการรับรู้ทางจมูก
วิญญาณการรับรู้ทางลิ้น
วิญญาณการรับรู้ทางกาย
และวิญญาณการรับรู้ทางใจ



เมื่อวิญญาณการรับรู้ในอายตนะภายใน มีความสมบูรณ์แล้ว
จึงได้สัมผัสในอายตนะภายนอกได้
ตาสัมผัสรูปก็มีวิญญาณ รับรู้ในรูป
หูสัมผัสเสียงก็มีวิญญาณ รับรู้ในเสียง
จมูกสัมผัสกลิ่นมีวิญญาณ รับรู้ในกลิ่น
ลิ้นสัมผัสรสมีวิญญาณ รับรู้ในรสต่าง ๆ
กายสัมผัสในสิ่งใด วิญญาณก็จะรับรู้ในสิ่งนั้น




เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๘ biggrin.gif ใจมีอารมณ์อะไร วิญญาณก็จะรับรู้ในอารมณ์ประเภทนั้น ....


tongue.gif เหตุให้เกิดทุกข์ ของหลวงปู่ทูล มี ๔๖ เหตุปัจจัยเป็นไฟล์ PDF





--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Apr 4 2010, 05:19 AM
โพสต์ #51


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,421
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5





เหตุให้เกิดทุกข์
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ
เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๘

ใจมีอารมณ์อะไร วิญญาณก็จะรับรู้ในอารมณ์ประเภทนั้น
เรียกว่าวิญญาณสัมผัสสัชชาเวทนา
จึงเกิดเป็นมโนวิญญาณ การรับรู้อารมณ์ภายในใจ

รับรู้ในสิ่งใด ก็จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดเป็นอารมณ์ ในสิ่งที่สัมผัสนั้น เช่น
tongue.gif ตาสัมผัสรูป ก็จะเกิดอารมณ์แห่งความชอบใจ และไม่ชอบใจ
tongue.gif หูสัมผัสเสียง ก็จะเกิดเป็นอารมณ์ที่ชอบใจ และไม่ชอบใจ
tongue.gif จมูกสัมผัสกลิ่น ก็จะเกิดอารมณ์ที่ชอบใจ และไม่ชอบใจ
tongue.gif ลิ้นสัมผัสรสของอาหาร ก็จะเกิดความชอบใจ และไม่ชอบใจ
tongue.gif กายสัมผัสในสิ่งที่อ่อนแข็ง ก็จะเกิดอารมณ์ที่ชอบใจ และไม่ชอบใจ

จึงเรียกว่าอารมณ์ในกามคุณห้า
อารมณ์เหล่านี้จึงไปรวมอยู่ที่ใจแห่งเดียว
จึงเรียกว่าเวทนา ก็คืออารมณ์เกิดขึ้นจากกามคุณห้านั้นเอง
วิญญาณการรับรู้นี้จะมีในขันธ์ห้าต่อไป เช่น:-
รับรู้ในอารมณ์ที่เกิดจากรูป
รับรู้ในอารมณ์ที่เกิดจากเวทนา
รับรู้ในอารมณ์ที่เกิดจากสัญญาความจำ
รับรู้ในอารมณ์ที่เกิดจากสังขารการปรุงแต่ง และ...
รับรู้อารมณ์ภายในใจ

ฉะนั้น วิญญาณจึงมีหน้าที่เพียงการรับรู้เท่านั้น
การรับรู้อย่างนี้ยังไม่เป็นกิเลสตัณหาแต่อย่างใด

เมื่อได้รับรู้แล้วเกิดความรู้สึกว่าชอบใจ หรือไม่ชอบใจหรือเฉย ๆ
จึงเกิดเป็นกิเลสตัณหาขึ้นมาที่ใจ
เกิดเป็นความรัก ความใคร่ ความกำหนัดยินดี
ฉะนั้นผู้ปฏิบัติธรรมต้องรู้จักวิญญาณการรับรู้ว่า เป็นในลักษณะใด

ให้เข้าใจในลักษณะความรู้สึกที่ต่างกันในการรับรู้ของวิญญาณ
และให้เข้าใจในอารมณ์ที่เกิดจากความรู้สึกนั้น ๆ
ถ้าแยกออกมาเป็นสัดส่วนได้อย่างนี้
จะเข้าใจในคำว่าวิญญาณนี้ได้เป็นอย่างดี
จะทำความเข้าใจในการปฏิบัติได้ถูกต้อง
ไม่เกิดความสับสน เพราะรู้จักความหมายได้ดีแล้ว

คำว่า "รู้" ในคำเดียวนี้มีความหมายได้หลายอย่าง
เช่น
วิญญาณการรับรู้
ธาตุรู้ ความรู้สึก
ญาณรู้ ญาณทัศนะ

ญาณที่รู้เห็น
มรรคญาณ ญาณหยั่งรู้ในองค์มรรค
อุเบกขาญาณ ญาณหยั่งรู้ในการวางเฉย
ปัญญาญาณ ญาณรู้รอบด้วยปัญญา
วิปัสสนาญาณ ญาณที่รู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมตามความเป็นจริง



เหตุให้เกิดทุกข์ ๓๙ biggrin.gif วิสุทธิญาณ ญาณหยั่งรู้ในความบริสุทธิ์ ในความหมายในคำว่า ญาณ นี้มีมาก จะหาอ่านตามตำราได้


tongue.gif เหตุให้เกิดทุกข์ ของหลวงปู่ทูล มี ๔๖ เหตุปัจจัยเป็นไฟล์ PDF



--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Feb 14 2011, 10:38 AM
โพสต์ #52


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43





ღ•♥My Destiny♥•ღ

/a>

wub.gif


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post

3 หน้า V  < 1 2 3
Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 19th September 2019 - 09:28 AM