IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง, การทำสมาธิ ~ คนนี้มันเป็นอย่างนี้ นานาจิตตัง
George
โพสต์ Jun 6 2009, 12:12 AM
โพสต์ #1


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 672
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เขตปกครองตนเองพิเศษ มอดินแดง
หมายเลขสมาชิก : 3



สาธุ


--------------------
Go to the top of the page
 
+Quote Post
5 หน้า V  < 1 2 3 4 5 >  
Start new topic
คำตอบ (40 - 59)
zhant~
โพสต์ Jul 29 2009, 08:30 PM
โพสต์ #41


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25




~@ smile.gif การฝึกใจ จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif


สิ้นสงสัยด้วยการปฏิบัติที่ถูกต้อง

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ...
"อานนท์ ปฏิบัติให้มาก ทำให้มาก แล้วจะสิ้นสงสัย "
ความสงสัยไม่มีวันสิ้นไปได้
ด้วยการคิด blink.gif
ด้วยทฤษฎี tongue.gif
ด้วยการคาดคะเน wink.gif หรือ
ด้วยการถกเถียงกัน sad.gif

หรือจะอยู่เฉย ๆ ไม่ปฏิบัติภาวนาเลย
ความสงสัยก็หายไปไม่ได้อีกเหมือนกัน
กิเลสจะหายสิ้นไปได้ก็ด้วยการพัฒนาทางจิต
ซึ่งจะเกิดได้ก็ด้วยการปฏิบัติที่ถูกต้องเท่านั้น

การปฏิบัติทางจิตที่พระพุทธเจ้าทรงสอนนั้น
ตรงกันข้ามกับหนทางของโลกอย่างสิ้นเชิง
คำสั่งสอนของพระองค์มาจากพระทัยอันบริสุทธิ์
ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิเลสอาสวะทั้งหลาย
นี่คือแนวทางของพระพุทธเจ้า และสาวกของพระองค์

เมื่อเราปฏิบัติธรรม
เราต้องทำใจของเราให้เป็นธรรม
ไม่ใช่เอาธรรมะ มาตามใจเรา
ถ้าปฏิบัติอย่างนี้
ทุกข์ก็จะเกิดขึ้น
แต่ไม่มีใครสักคนหรอกที่จะพ้นทุกข์ไปได้

พอเริ่มปฏิบัติ
ทุกข์ก็อยู่ตรงนั้นแล้ว
หน้าที่ของผู้ปฏิบัติจะต้องมี สติ สำรวม และสันโดษ
สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราหยุด
คือเลิกนิสัยความเคยชินที่เคยทำมาแต่เก่าก่อน
ทำไมถึงต้องทำอย่างนี้
ถ้าไม่ทำอย่างนี้
ไม่ฝึกฝนอบรมใจตนเองแล้ว
มันก็จะคึกคะนอง
วุ่นวายไปตามธรรมชาติของมัน


ธรรมชาติของจิตฝึกได้เสมอ......


.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
zhant~
โพสต์ Jul 30 2009, 07:05 AM
โพสต์ #42


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25




~@ smile.gif การฝึกใจ จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif


ธรรมชาติของจิตฝึกได้เสมอ
ธรรมชาติของใจนี้มันฝึกกันได้
เอามาใช้ประโยชน์ได้
เปรียบได้กับต้นไม้ในป่า
ถ้าปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติของมัน
เราก็จะเอามันมาสร้างบ้านไม่ได้
จะเอามาทำแผ่นกระดานก็ไม่ได้
หรือทำอะไรอย่างอื่นที่จะใช้สร้างบ้านก็ไม่ได้
แต่ถ้าช่างไม้ผ่านมาต้องการไม้ไปสร้างบ้าน
เขาก็จะมองหาต้นไม้ในป่านี้
และตัดต้นในป่านี้เอาไปใช้ประโยชน์
ไม่ช้าเขาก็สร้างบ้านเสร็จเรียบร้อย

การปฏิบัติภาวนา และ การพัฒนาจิต ก็คล้ายกันอย่างนี้
ก็ต้องเอาใจที่ยังไม่ได้ฝึก เหมือนไม้ในป่านี่แหละ
มาฝึกมัน
จนมันละเอียดประณีตขึ้น
รู้ขึ้น และว่องไวขึ้น
ทุกอย่างมันเป็นไปตามภาวะธรรมชาติของมัน
เมื่อเรารู้จักธรรมชาติ เข้าใจธรรมชาติ
tongue.gif เราก็เปลี่ยนมันได้
wink.gif ทิ้งมันก็ได้
huh.gif ปล่อยมันไปก็ได้
biggrin.gif แล้วเราก็จะไม่ทุกข์อีกต่อไป

จิตยึดมั่น มันก็สับสนวุ่นวาย
ธรรมชาติของใจเรา มันก็อย่างนั้น
เมื่อใดที่ เกาะเกี่ยว ผูกพัน ยึดมั่น ถือมั่น
ก็จะเกิดความวุ่นวาย สับสน
เดี๋ยวมันก็จะวิ่งวุ่นไปโน่น ไปนี่
พอมันวุ่นวาย สับสนมาก ๆเข้า
เราก็คิดว่าคงจะฝึกอบรมมันไม่ได้แล้ว
แล้วก็เป็นทุกข์
นี่ก็เพราะไม่เข้าใจว่า มันต้องเป็นของมันอย่างนั้นเอง
ความคิด ความรู้สึก มันจะ วิ่งไป วิ่งมา อยู่อย่างนี้

แม้เราจะพยายามฝึกปฏิบัติ
พยายามให้มันสงบ
มันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้น
มันจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

เมื่อเราติดตามพิจารณา
ดูธรรมชาติ ของใจอยู่บ่อย ๆ
ก็จะค่อย ๆ เข้าใจว่า
ธรรมชาติของใจมันเป็นของมันอยู่อย่างนั้น
มันจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้




ปล่อยวางได้จิตใจก็สงบ......


.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Jul 31 2009, 07:30 AM
โพสต์ #43


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,423
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5




~@ smile.gif การฝึกใจ จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif


ปล่อยวางได้จิตใจก็สงบ
ถ้าเราเห็นอันนี้ชัด
เราก็จะทิ้งความคิด ความรู้สึกอย่างนั้นได้
ทีนี้ก็ไม่ต้องคิดนั่น คิดนี่อีก
คอยแต่บอกตัวเองไว้อย่างเดียวว่า "มันเป็นของมันอย่างนั้นเอง"
พอเข้าใจได้ชัด เห็นแจ้งอย่างนี้แล้ว
ทีนี้ก็จะปล่อยอะไร ๆได้ทั้งหมด
ก็ไม่ใช่ว่าความคิด ความรู้สึกมันจะหายไป
มันก็ยังอยู่นั่นแหละ แต่มันหมดอำนาจเสียแล้ว

เปรียบก็เหมือนกับเด็กที่ชอบซน เล่นสนุก ทำให้รำคาญ
จนเราต้องดุเอา ตีเอา
แต่เราก็ต้องเข้าใจว่า ธรรมชาติของเด็กก็เป็นอย่างนั้นเอง
พอรู้อย่างนี้
เราก็ปล่อยให้เด็กเล่นไปตามเรื่องของเขา
ความเดือดร้อน รำคาญของเราก็หมดไป
มันไปได้อย่างไร
ก็เพราะเรายอมรับ ธรรมชาติของเด็ก
ความรู้สึกของเราเปลี่ยน และเรายอมรับธรรมชาติของสิ่งทั้งหลาย
เราปล่อยวาง จิตของเราก็มีความสงบเยือกเย็น
นี่เรามีความเข้าใจถูกต้องแล้ว เป็นสัมมาทิฎฐิ

ถ้ายังไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้อง ยังเป็นมิจฉาทิฎฐิอยู่
แม้จะไปอยู่ในถ้ำลึกมืดสักเท่าใด ใจมันก็ยังยุ่งเหยิงอยู่
ใจจะสงบได้ก็ด้วยความเห็นที่ถูกต้อง เป็นสัมมาทิฎฐิเท่านั้น
ทีนี้ก็หมดปัญหาจะต้องแก้
เพราะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น

tongue.gif นี่มันเป็นอย่างนี้
smile.gif เราไม่ชอบมัน
unsure.gif เราปล่อยวางมัน
ohmy.gif เมื่อใดที่มีความรู้สึกเกาะเกี่ยว ยึดมั่น ถือมั่นเกิดขึ้น
biggrin.gif เราปล่อยวางทันที

เพราะรู้แล้วว่าความรู้สึกอย่างนั้น
มันไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อจะกวนเรา
แม้บางทีเราอาจจะคิดอย่างนั้น
แต่ความเป็นจริงความรู้สึกนั้น เป็นของมันอย่างนั้นเอง
ถ้าเราปล่อยวางมันเสีย

รูป ก็เป็นสักแต่ว่ารูป
เสียง ก็สักแต่ว่าเสียง
กลิ่น ก็สักแต่ว่ากลิ่น
รส ก็สักแต่ว่ารส
โผฎฐัพพะ ก็สักแต่ว่าโผฎฐัพพะ
ธรรมารมณ์ ก็สักแต่ว่าธรรมารมณ์

เปรียบเหมือนน้ำมัน กับ น้ำท่า
ถ้าเราเอาทั้งสองอย่างนี้เทใส่ขวดเดียวกัน
มันก็ไม่ปนกัน
เพราะธรรมชาติมัน ต่างกัน
เหมือนกับคนที่ฉลาด ก็ต่างกับคนโง่
พระพุทธเจ้าก็ทรงอยู่กับรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์
แต่พระองค์ทรงเป็นพระอรหันต์
พระองค์จึงทรงเห็นสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงสิ่ง "สักว่า" เท่านั้น

ใจ ก็สักว่าใจ ความคิด ก็สักว่าความคิด

พระองค์ทรงปล่อยวางมันไปเรื่อยๆ
ตั้งแต่ทรงเข้าพระทัยแล้วว่า.......
ใจก็สักว่าใจ
ความคิดก็สักว่าความคิด

พระองค์ไม่ทรงเอามาปนกัน
ใจก็สักว่าใจ
ความคิดความรู้สึกก็สักว่าความคิดความรู้สึก
ปล่อยให้มันเป็นเพียงสิ่ง "สักว่า"
รูปก็สักว่ารูป เสียงก็สักว่าเสียง ความคิดก็สักว่าความคิด
จะต้องไปยึดมั่น ถือมั่นทำไม

ถ้าคิดได้ รู้สึกได้อย่างนี้เราก็จะ แยกกันได้
ความคิด ความรู้สึก (อารมณ์) อยู่ทางหนึ่ง
ใจก็อยู่ทางหนึ่ง
เหมือนกับน้ำมันกับน้ำท่า อยู่ในขวดเดียวกัน แต่มันแยกกันอยู่

พระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกของพระองค์
ก็อยู่ร่วมกับปุถุชนคนธรรมดา ที่ไม่ได้รู้ธรรม
ท่านไม่ได้เพียงอยู่ร่วมเท่านั้น แต่ท่านยังสอนคนเหล่านั้น
ทั้งคนฉลาด คนโง่ ให้รู้จักวิธีที่จะศึกษาธรรมปฏิบัติ และรู้แจ้งในธรรม
ท่านสอนได้ เพราะท่านได้ปฏิบัติมาเอง
ท่านรู้ว่ามันเป็นเรื่องของใจเท่านั้น เหมือนอย่างที่ได้พูดมานี้แหละ

ดังนั้นการปฏิบัติภาวนานี้ อย่าไปสงสัยมันเลย
เราหนีจากบ้านมาบวช
ไม่ใช่เพื่อหนีมาอยู่กับความหลง หรืออยู่กับความขลาด ความกลัว
แต่หนีมาเพื่อฝึกอบรมตัวเอง
เพื่อเป็นนายตัวเอง ชนะตัวเอง

ถ้าเราเข้าใจได้อย่างนี้
เราก็จะปฏิบัติธรรมได้
ธรรมะจะแจ่มชัดขึ้นในใจของเรา




ธรรมะมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง......


.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Aug 2 2009, 06:30 AM
โพสต์ #44


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43




~@ smile.gif การฝึกใจ จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif


ธรรมะมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ผู้ที่เข้าใจธรรมะก็เข้าใจตัวเอง
ใครเข้าใจตัวเอง ก็เข้าใจธรรมะ
ทุกวันนี้ก็เหลือแต่เปลือกของธรรมะเท่านั้น
ความเป็นจริงแล้วธรรมะมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง biggrin.gif
ไม่จำเป็นที่จะต้องหนีไปไหน

ถ้าจะหนี ก็ให้หนีด้วยความฉลาด
ด้วยปัญญา
หนีด้วยความชำนิชำนาญ
อย่าหนีด้วยความโง่
ถ้าเราต้องการความสงบ
ก็ให้สงบด้วยฉลาด
ด้วยปัญญาเท่านั้นพอ


เมื่อใดที่เราเห็นธรรมะ
นั่นก็เป็นสัมมาปฏิปทาแล้ว
กิเลส ก็สักแต่ว่ากิเลส
ใจ ก็สักแต่ว่าใจ
เมื่อใดที่เราทิ้งได้
ปล่อยวางได้ แยกได้
เมื่อนั้นมันก็เป็นเพียง สักว่า
เป็นเพียงอย่างนี้ อย่างนั้นสำหรับเราเท่านั้นเอง
เมื่อเราเห็นถูกแล้ว
ก็จะมีแต่ความปลอดโปร่ง ความเป็นอิสระตลอดเวลา

พระพุทธองค์ตรัสว่า
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลายท่านอย่ายึดมั่นในธรรม"
ธรรมะคืออะไร
คือทุกสิ่งทุกอย่าง
ไม่มีอะไรที่ไม่ใช่ธรรมะ
ความรัก ความเกลียด ก็เป็นธรรมะ
ความสุข ความทุกข์ ก็เป็นธรรมะ
ความชอบ ความไม่ชอบ ก็เป็นธรรมะ
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อยแค่ไหน ก็เป็นธรรมะ



ปฏิบัติเพื่อ "ละ" อย่าปฏิบัติเพื่อ "สะสม"......



.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
prigtai
โพสต์ Aug 2 2009, 06:21 PM
โพสต์ #45


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 2,524
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : NO HORISON
หมายเลขสมาชิก : 6



rolleyes.gif

เมื่อครั้งที่คุณพ่อไปรับตัวมาอยู่ที่ จ.อุบลฯด้วยใหม่ๆ
วันหนึ่งมีโอกาสได้ไปกราบหลวงพ่อชาที่วัดหนองป่าพง คุณพ่อพาไป
ในช่วงหนึ่งหลวงพ่อชาท่านได้ให้ลูกศิษย์ที่ไปกราบท่านในวันนั้นนั่งสมาธิ

ผมก็ต้องนั่งด้วยเพราะอยู่ในที่นั้นเหมือนกัน
ความที่ยังเป็นเด็กก็นั่งหลับตาตามคนอื่นเขาไปเรื่อย
สักพักรู้สึกว่ามันเมื่อยมันอึดอัดก็เลยลืมตาขึ้นพร้อมกับนึกในใจว่า "ทำบุญนี่มันยากเน๊าะ"
เท่านั้นแหละเสียงหลวงพ่อชาก็ลอยมาทันทีเหมือนกัน ท่านว่า
"ทำบุญถ้ามันยากลำบากนัก ก็อย่าไปทำบาปเพิ่มก็พอ"

เหมือนฟ้าผ่าเข้ามากลางใจเลยครับ
นับตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้และในกาลต่อไปหลวงพ่อชาท่านอยู่เหนือเกล้าผมมาตลอด

........................................ด้วยรัก...


--------------------
เราเกิดเป็นมนุษย์มีความสูงศักดิ์มาก แต่อย่านำเรื่องของสัตว์มาประพฤติ
มนุษย์ของเราจะต่ำลงกว่าสัตว์ และจะเลวกว่าสัตว์อีกมาก
เวลาตกนรกจะตกหลุมที่ร้อนกว่าสัตว์มากมาย อย่าพากันทำ


หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล


Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Aug 3 2009, 07:05 AM
โพสต์ #46


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43



QUOTE(prigtai @ Aug 2 2009, 06:21 PM) *
rolleyes.gif

เมื่อครั้งที่คุณพ่อไปรับตัวมาอยู่ที่ จ.อุบลฯด้วยใหม่ๆ
วันหนึ่งมีโอกาสได้ไปกราบหลวงพ่อชาที่วัดหนองป่าพง คุณพ่อพาไป
ในช่วงหนึ่งหลวงพ่อชาท่านได้ให้ลูกศิษย์ที่ไปกราบท่านในวันนั้นนั่งสมาธิ

ผมก็ต้องนั่งด้วยเพราะอยู่ในที่นั้นเหมือนกัน
ความที่ยังเป็นเด็กก็นั่งหลับตาตามคนอื่นเขาไปเรื่อย
สักพักรู้สึกว่ามันเมื่อยมันอึดอัดก็เลยลืมตาขึ้นพร้อมกับนึกในใจว่า "ทำบุญนี่มันยากเน๊าะ"
เท่านั้นแหละเสียงหลวงพ่อชาก็ลอยมาทันทีเหมือนกัน ท่านว่า
"ทำบุญถ้ามันยากลำบากนัก ก็อย่าไปทำบาปเพิ่มก็พอ"

เหมือนฟ้าผ่าเข้ามากลางใจเลยครับ
นับตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้และในกาลต่อไปหลวงพ่อชาท่านอยู่เหนือเกล้าผมมาตลอด

........................................ด้วยรัก...

อย่าว่าแต่พริกไทเลยค่ะ ตอนที่อาแอ๊ดไปเป็นแม่ออกที่วัดป่าพง
ตอนนั้นหลวงพ่อชาท่านมิดแล้ว ก่อนกลับออกมาจากวัด
อาจารย์เลี่ยม (เขียนถูกหรือเปล่านะ)ท่านยังทราบว่า
กลับมา กทม. อาแอ๊ดจะเจอกับอะไร
ท่านเทศน์ก่อนออกจากวัด สรุปใจความได้ว่า
เมื่อกลับไปแล้ว
ทุกอย่างที่เป็นสมบัตินอกกาย ใครอยากดีอยากได้
ให้เขาไปนะลูก เอาชีวิตไว้ก่อน ไม่ตายต้องหาใหม่
อย่าไปเสียดาย อย่าไปยึดติด ............
กลับมากรุงเทพฯ โดนค่ะโดนจริงๆ
ก็มีคนนำมีด กับปืนมาวางกลางบ้านจะเอาบ้านพร้อมที่163ตรว.
ให้เซ็นชื่อโอนสิทธิให้เขา อาจารย์เลี่ยมท่านสอนมาได้แม่นยำมาก
ยอมค่ะพร้อมกับทำการกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลที่อาแอ๊ดได้ทำกรรมเวรกับเขามา
ขอให้ยุติในชาตินี้ และขอตั้งจิตไม่พบเจอกับผู้ชายคนนั้นไม่ว่าภพนี้ หรือภพหน้า
*ทุกคนเกิดมาเพื่อชดใช้หนี้กรรมที่เคยกระทำมาจริงๆ*
ตอนนั้นที่ได้มาจากวัดป่าพงของหลวงพ่อคือ .........
ไม่มีอะไรแน่นอน บนความไม่แน่นอน และไม่ค่อยยึดอะไรเป็นของตน ได้บ้างไม่ได้บ้าง
แต่ที่แน่ๆ รู้ซึ้งกับคำว่า "ให้" และ "พอ" ได้พอสมควรทีเดียว
บอกได้เลยว่ารักการสอนธรรมะ ที่เข้าใจได้ง่ายๆ ของท่านจริงๆ
เพราะพอไปพบพานกับธรรมะขององค์อื่นๆ ที่ใครๆบอกว่าดี
บางครั้งไม่เข้าใจค่ะ แต่ของหลวงพ่อชา
แม้เล่าให้เด็กนักเรียนฟัง พวกเขายังชอบและเป็นคนดีได้หลายๆคน
เรื่องธรรมะนี่ ท่านว่ารู้แล้วให้สงบเสงี่ยมเจียมตนว่ารู้ รู้จิตรู้ใจตนเอง
ตามจิคตามใจ ให้นิ่งให้ปล่อยวาง แต่ใจเจ้าของ(อาแอ๊ดเอง)
ไม่ค่อยนิ่ง ไม่ค่อยวาง มันแกว่งน่ะค่ะ จึงทำให้ทุกข์
ต้องใช้คำว่า "พอ" "พอแล้ว" "พอเถอะ" บอกตนเอง
เรายังเป็นมนุษย์คนนึงยังไม่บรรลุอะไรนัก
อาแอ๊ดก็พอใจในชีวิตของอาแอ๊ดที่ได้มาเท่านี้แล้ว
- ได้อย่าง ก็ต้องเสียอย่าง เลือกเดินบนทางสักทาง ได้ไหม.........
- อยากจะได้มา ก็ต้องเสียไป แต่จะเสียใคร ให้มันรู้ (รู้จิตรู้ใจตนเอง)

เพลงนี้เป็นสัจจธรรมเหมือนกันนะคะ
QUOTE(zhant~ @ Jul 30 2009, 07:05 AM) *
จิตยึดมั่น มันก็สับสนวุ่นวาย
ธรรมชาติของใจเรา มันก็อย่างนั้น
เมื่อใดที่ เกาะเกี่ยว ผูกพัน ยึดมั่น ถือมั่น
ก็จะเกิดความวุ่นวาย สับสน
เดี๋ยวมันก็จะวิ่งวุ่นไปโน่น ไปนี่
พอมันวุ่นวาย สับสนมาก ๆเข้า
เราก็คิดว่าคงจะฝึกอบรมมันไม่ได้แล้ว
แล้วก็เป็นทุกข์
นี่ก็เพราะไม่เข้าใจว่า มันต้องเป็นของมันอย่างนั้นเอง
ความคิด ความรู้สึก มันจะ วิ่งไป วิ่งมา อยู่อย่างนี้

นี่ก็เป็นเกร็ดหนึ่งของชีวิตเท่านั้นค่ะ .......

tongue.gif เป็นแค่ความคิดเห็นของตัวอาแอ๊ดเอง ...... เท่านั้นจริงๆ



--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Aug 3 2009, 05:09 PM
โพสต์ #47


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43




~@ smile.gif การฝึกใจ จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif


ปฏิบัติเพื่อ "ละ" อย่าปฏิบัติเพื่อ "สะสม"
เมื่อเราปฏิบัติธรรมเราเข้าใจอันนี้
เราก็ปล่อยวางได้
ดังนั้นก็ตรงกับคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า
ไม่ให้ยึดมั่น ถือมั่นในสิ่งใด
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ในใจเรา ในจิตเรา ในร่างกายของเรา
มีแต่ความแปรเปลี่ยนไปทั้งนั้น
พระพุทธองค์จึงทรงสอนไม่ให้ยึดมั่น ถือมั่น
พระองค์ทรงสอนพระสาวกของพระองค์
ให้ปฏิบัติเพื่อละ เพื่อถอน
ไม่ให้ปฏิบัติเพื่อสะสม

ถ้าเราทำตามคำสอนของพระองค์
เราก็ถูกเท่านั้นแหละ
เราอยู่ในทางที่ถูกแล้ว
แต่บางทีก็ยังมีความวุ่นวายเหมือนกัน

tongue.gif ไม่ใช่คำสอนของพระองค์ ทำให้วุ่นวาย
ohmy.gif กิเลสของเรานั้นแหละที่มัน ทำให้วุ่นวาย
sad.gif มันมาบังคับความเข้าใจอันถูกต้องเสียก็เลย ทำให้เราวุ่นวาย


ความจริงการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น
ไม่มีอะไรลำบาก
ไม่มีอะไรยุ่งยาก
การปฏิบัติตามทางของพระองค์ ไม่มีทุกข์
เพราะทางของพระ องค์คือ "ปล่อยวาง" ให้หมดทุกสิ่งทุกอย่าง

จุดหมายสูงสุดของการปฏิบัติภาวนานั้น
ท่านทรงสอนให้ "ปล่อยวาง"
อย่าแบกถืออะไรให้มันหนัก
ทิ้งมันเสีย
ความดีก็ทิ้ง
ความถูกต้องก็ทิ้ง
happy.gif คำว่าทิ้งหรือ ปล่อยวาง
cool.gif ไม่ใช่ไม่ต้องปฏิบัติ
แต่หมายความว่าให้ปฏิบัติ "การละ" "การปล่อยวาง" นั่นแหละ




จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต .......


.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Aug 4 2009, 04:20 PM
โพสต์ #48


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43




~@ smile.gif การฝึกใจ จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif


จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต

พระองค์ทรงสอนให้พิจารณาธรรมทั้งหลาย
ที่กาย ที่ใจของเรา

ธรรมะ ไม่ได้อยู่ไกลที่ไหน
อยู่ที่ตรงนี้ อยู่ที่กาย ที่ใจของเรานี่แหละ
ดังนั้นนักปฏิบัติ
ต้องปฏิบัติอย่างเข้มแข็ง
เอาจริงเอาจัง ให้ใจมันผ่องใสขึ้น สว่างขึ้น
ให้มันเป็น ใจอิสระ

ทำความดีอะไรแล้วก็ ปล่อยมันไป
อย่าไปยึดไว้ หรือ งดเว้นการทำชั่วได้แล้ว ก็ปล่อยมันไป
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้อยู่กับปัจจุบันนี้
ที่นี้ และ เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่อยู่กับอดีต หรือ อนาคต

คำสอนที่เข้าใจผิดกันมาก แล้วก็ถกเถียงกันมากที่สุด
ตามความคิดเห็นของตนก็คือเรื่อง "การปล่อยวาง" หรือ "การทำงานด้วยจิตว่าง" นี่แหละ
การพูดอย่างนี้เรียกว่าพูด "ภาษาธรรม" เมื่อเอามาคิดเป็นภาษาโลกมันก็เลยยุ่ง
แล้วก็ตีความหมายว่าอย่างนั้น
ทำอะไรก็ได้ ตามใจชอบละซิ

ความจริงมันมีความหมายอย่างนี้
อุปมาเหมือนว่าเราแบกก้อนหินหนักอยู่ก้อนหนึ่ง
แบกไป ก็รู้สึกหนัก
แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับมันก็ได้
แต่แบกอยู่อย่างนั้นแหละ
พอมีใครบอกว่า ให้โยนมันทิ้งเสียซี

ก็มาคิดอีกแหละว่า "เอ...ถ้าเราโยนทิ้งไปแล้ว เราก็ไม่มีอะไรเหลือน่ะซิ"
ก็เลยแบกอยู่นั่นแหละ ไม่ยอมทิ้ง




ประโยชน์ของการปล่อยวาง


.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Aug 5 2009, 07:03 AM
โพสต์ #49


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,423
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5




~@ smile.gif การฝึกใจ จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

ประโยชน์ของการปล่อยวาง

ถ้าจะมีใครบอกว่า โยนทิ้งเถอะ
แล้วจะดีอย่างนั้น เป็นประโยชน์อย่างนี้
เราก็ยังไม่ยอมโยนทิ้งอยู่นั่นแหละ
เพราะกลัวแต่ว่าจะไม่มีอะไรเหลือ


ก็เลยแบกก้อนหินหนักไว้
จนเหนื่อย อ่อนเพลียเต็มที
จนแบกไม่ไหวแล้วก็เลยปล่อยมันตกลง
ตอนที่ปล่อยให้มันตกลงนี้แหละ
ก็จะเกิดความรู้เรื่อง การปล่อยวางขึ้นมาเลย

เราจะรู้สึก เบาสบาย
แล้วก็รู้ได้ด้วยตนเองว่า
การแบกก้อนหินนั้น มันหนักเพียงใด
แต่ตอนที่เราแบกอยู่นั้น
เราไม่รู้หรอกว่า
การปล่อยวางมีประโยชน์เพียงใด

ดังนั้นถ้ามีใครมาบอกให้ปล่อยวาง
คนที่ยังมืดอยู่ก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจหรอก
ก็จะหลับหู หลับตาแบกก้อนหินก้อนนั้นยังไม่ยอมปล่อย
จนกระทั่งมันหนักจนเหลือที่จะทนนั่นแหละ
ถึงจะยอมปล่อยแล้วก็จะรู้สึกได้ด้วยตนเอง
ว่ามันเบามันสบายแค่ไหนที่ปล่อยมันไปได้

ต่อมาเราอาจจะไปแบกอะไรอีกก็ได้
แต่ตอนนี้เราพอรู้แล้วว่า
ผลของการแบกนั้นเป็นอย่างไร
เราก็ปล่อยมันได้โดยง่ายขึ้น
ความเข้าใจ ในความไร้ประโยชน์ของการแบกหาม
tongue.gif และความเบาสบาย ของการปล่อยวางนี่แหละ
biggrin.gif คือตัวอย่างที่แสดงถึงการรู้จักตัวเอง


ความยึดมั่น ถือมั่นในตัวของเรา
ก็เหมือนก้อนหินหนักก้อนนั้น
พอคิดว่าจะปล่อย
"ตัวเรา" ก็เกิดความกลัวว่า
ปล่อยไปแล้วก็จะไม่มีอะไรเหลือ

เหมือนกับที่ไม่ยอมปล่อยก้อนหินนั้น แต่ในที่สุดเมื่อปล่อยมันไปได้
เราก็จะรู้สึกเองถึง ความเบาสบาย ในการที่ไม่ได้ยึดมั่น ถือมั่น





การฝึกใจต้องไม่ยึดมั่นถือมั่น


.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Aug 6 2009, 05:31 AM
โพสต์ #50


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43




~@ smile.gif การฝึกใจ จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

การฝึกใจต้อง ไม่ยึดมั่นถือมั่น

ในการฝึกใจนี้ เราต้องไม่ยึดมั่นถือมั่น
ทั้งสรรเสริญ
ทั้งนินทา

ความต้องการแต่สรรเสริญ และไม่ต้องการนินทานั้น
เป็นวิถีทางของโลก
แต่แนวทางของพระพุทธเจ้า
ให้รับสรรเสริญ ตามเหตุ ตามปัจจัยของมัน
และ ก็ให้รับนินทา ตามเหตุ ตามปัจจัยของมันเหมือนกัน


เหมือนอย่างกับการเลี้ยงเด็ก
บางทีถ้าเราไม่ดุเด็กตลอดเวลา มันก็ดีเหมือนกัน
ผู้ใหญ่บางคนดุมากเกินไป
ผู้ใหญ่ที่ฉลาดย่อมรู้จักว่า เมื่อใดควรดุ เมื่อใดควรชม

ใจของเราก็เหมือนกัน
ใช้ปัญญาเรียนรู้จักใจ
ใช้ความฉลาดรักษาใจไว้
แล้วเราก็จะเป็นคนฉลาดที่รู้จักฝึกใจ

เมื่อฝึกบ่อย ๆมันก็จะสามารถกำจัดทุกข์ได้
ความทุกข์เกิดขึ้นที่ใจนี่เอง
มันทำให้ใจ สับสน มืดมัว
มันเกิดขึ้นที่นี่ มันก็ตายที่นี่





ถ้ายึดมั่นเข้า เราก็ถูกกัด


.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
zhant~
โพสต์ Aug 7 2009, 08:07 AM
โพสต์ #51


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25




~@ smile.gif การฝึกใจ จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

ถ้ายึดมั่นเข้าเราก็ถูกกัด

เรื่องของใจมันเป็นอย่างนี้ บางทีก็คิดดี บางทีก็คิดชั่ว
ใจมันหลอกลวง เป็นมายา จงอย่าไว้ใจมัน
แต่จงมองเข้าไปที่ใจ
มองให้เห็นความเป็นอยู่อย่างนั้นของมัน
ยอมรับมันทั้งนั้น ทั้งใจดีใจชั่ว
เพราะมันเป็นของมันอย่างนั้น


ถ้าเราไม่ไปยึดถือมัน
มันก็เป็นของมันอยู่แค่นั้น
แต่ถ้าเราไปยึดมันเข้า
เราก็จะถูกมันกัดเอา แล้วเราก็เป็นทุกข์
ถ้าใจเราเป็นสัมมาทิฎฐิแล้ว
ก็จะมีแต่ความสงบ
จะเป็นสมาธิ
จะมีความฉลาด
ไม่ว่าจะนั่งหรือจะนอน
ก็จะมีแต่ความสงบ
ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร ก็จะมีแต่ความสงบ

วันนี้ท่าน(ภิกษุชาวตะวันตก)
ได้พาลูกศิษย์มาฟังธรรม
ท่านอาจจะเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง
ผมได้พูดเรื่องการปฏิบัติ
เพื่อให้ท่านอาจจะเข้าใจได้ง่าย
ท่านจะคิดว่าถูกหรือไม่ก็ตาม
ก็ขอให้ท่านลองนำไปพิจารณาดู
ผมในฐานะอาจารย์องค์หนึ่ง
ก็อยู่ในฐานะคล้ายๆกัน

ผมเองก็อยากฟังธรรมเหมือนกัน
เพราะไม่ว่าผมจะไปที่ไหน
ก็ต้องไปแสดงธรรมให้ผู้อื่นฟัง
แต่ตัวเองไม่มีโอกาสฟังเลย

คราวนี้ก็ดูท่านพอใจในการฟังธรรมอยู่
เวลาผ่านไปเร็ว เมื่อท่านนั่งฟังอย่างเงียบๆ
เพราะท่านกำลังกระหายธรรมะ ท่านจึงต้องการฟัง

เมื่อก่อนนี้ ............
การแสดงธรรมก็เป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่ง
แต่ต่อมาความเพลิดเพลินก็ค่อยหายไป
รู้สึกเหนื่อย และเบื่อ
ก็กลับอยากเป็นผู้ฟังบ้าง
เพราะเมื่อฟังธรรมจากครูอาจารย์นั้น
มันเข้าใจง่ายและมีกำลังใจ

แต่เมื่อเราแก่ขึ้น มีความหิวกระหายในธรรมะ
รสชาติของมัน ก็ยิ่งเอร็ดอร่อยมากขึ้น


การเป็นครูอาจารย์ของผู้อื่นนั้น
จะต้องเป็นตัวอย่างให้แก่พระภิกษุอื่นๆ
เป็นตัวอย่างแก่ลูกศิษย์ เป็นตัวอย่างแก่ทุกคน
ฉะนั้นอย่าลืมตนเอง แล้ว อย่าคิดถึงตนเอง
ถ้าความคิดอย่างนั้นเกิดขึ้น รีบกำจัดมันเสีย
ถ้าทำได้อย่างนี้ก็จะเป็นผู้ที่รู้จักตนเอง



ให้รู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลา

.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Aug 9 2009, 05:56 AM
โพสต์ #52


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43




~@ smile.gif การฝึกใจ จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

ให้รู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลา

วิธีปฏิบัติธรรมมีมากมายเป็นล้านๆ วิธี
พูดเรื่องการภาวนาไม่มีที่จบ
สิ่งที่จะทำให้เกิดความสงสัยมีมากมายหลายอย่าง
แต่ให้กวาดมันออกไปเรื่อย ๆ แล้วจะไม่เหลือความสงสัย
เมื่อเรามีความเข้าใจถูกต้องเช่นนี้
ไม่ว่าจะนั่ง หรือจะเดิน
ก็มีแต่ควาสงบ ความสบาย
ไม่ว่าจะปฏิบัติภาวนาที่ไหน
ให้มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
อย่าถือว่าจะปฏิบัติภาวนาแต่เฉพาะขณะนั่ง หรือเดินเท่านั้น
ทุกสิ่งทุกอย่างทุกหนทุกแห่งเป็นการปฏิบัติได้ทั้งนั้น

ให้รู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลา
ให้มีสติอยู่
ให้เห็นการเกิดดับของกาย และใจ
แต่อย่าให้มันมา ทำใจให้วุ่นวาย

ให้ปล่อยวางมันไป
ความรักเกิดขึ้น ก็ปล่อยมันไป
มันมาจากไหน ก็ให้มันกลับไปที่นั่น
ความโลภเกิดขึ้น ก็ปล่อยมันไป
ตามมันไป ตามดูว่ามันอยู่ที่ไหน
แล้วตามไป ส่งมันให้ถึงที่
อย่าเก็บมันไว้สักอย่าง





ฝึกใจได้ใจ จักปราศจากกิเลส

.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ



--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Aug 11 2009, 06:14 AM
โพสต์ #53


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,423
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5




~@ smile.gif การฝึกใจ จงอยู่กับปัจจุบัน อย่าจมอยู่กับอดีต smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

ฝึกใจได้ใจ จักปราศจากกิเลส
ถ้าท่านปฏิบัติได้อย่างนี้
ท่านก็จะเหมือนกับบ้านว่าง
หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ นี่คือใจว่าง
เป็นใจที่ว่าง และ อิสระจากกิเลส ความชั่วทั้งหลาย
เราเรียกว่าใจว่าง
แต่ไม่ใช่ว่างเหมือนว่าไม่มีอะไร
มันว่างจากกิเลส
แต่เต็มไปด้วยความฉลาด ด้วยปัญญา
ฉะนั้นไม่ว่าจะทำอะไร
ก็ทำด้วยปัญญา
คิดด้วยปัญญา
จะมีแต่ปัญญาเท่านั้น

นี่เป็นคำสอนที่ผมขอมอบให้ในวันนี้
ถ้าการฟังธรรมทำให้ใจท่านสงบ ก็ดีแล้ว
ไม่จำเป็นต้องจดจำอะไร
บางท่านอาจจะไม่เชื่อ ถ้าเราทำใจให้สงบ
ฟังแล้วก็ไม่ให้ผ่านไป
แต่นำพิจารณาอยู่เรื่อย ๆอย่างนี้
เราก็เหมือนเครื่องบันทึกเสียง เมื่อเรา "เปิด" มัน
มันก็อยู่ตรงนั้น
อย่ากลัวว่าจะไม่มีอะไร
เมื่อใดที่ท่านเปิดเครื่องบันทึกเสียงของท่าน
ทุกอย่างก็อยู่ในนั้น

ขอมอบธรรมะนี้ต่อ พระภิกษุทุกรูป และต่อทุกคน
บางท่านอาจจะรู้ภาษาไทยเพียงเล็กน้อย ก็ไม่เป็นไร
ให้ท่านเรียนภาษาธรรมเถิด เท่านี้ก็ดีเพียงพอแล้ว.




ทำใจให้เป็นบุญ
บรรยายที่วัดหนองป่าพง ให้แก่ชมรมพุทธศาสตร์เอสโซ่
เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๔



.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
zhant~
โพสต์ Aug 13 2009, 05:23 AM
โพสต์ #54


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25




~@ smile.gif ทำใจให้เป็นบุญ smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

บรรยายที่วัดหนองป่าพง ให้แก่ชมรมพุทธศาสตร์เอสโซ่
เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๔

โอกาส ที่พวกเราจะได้มารวมกันแต่ละครั้งนี้ก็ลำบากนะ นับว่าเป็นมงคลอันหนึ่ง ที่ได้มาถวายสังฆทาน และได้มาฟังธรรมที่วัดหนองป่าพง เมื่อคืนคงได้ฟังหลายกัณฑ์ละมังนี่ อาตมาได้ขอโอกาส แก่พระสงฆ์ทั้งหลายและญาติโยมแล้ว ให้พระสงฆ์ทำธุระแทน

กำลังมันน้อยทุกวันนี้
ลมมันน้อย เสียงมันก็น้อย ทำไมมันจึงน้อย
มันจะหมดนะแหละ น้อยลง น้อยลงเดี๋ยวก็หมดแหละ
มาที่นี่นับเป็นโชคดีที่ยังเห็นตัว เห็นตนอยู่นะ
ถ้านาน ๆ ไปมันจะไม่ได้เห็นแล้ว
จะเห็นก็แต่วัด เท่านั้นแหละ ต่อจากนี้ให้ตั้งใจฟังธรรม


ระยะเวลานี้พวกเราแสวงบุญกันมาก
มีคนแสวงบุญกันมากทุกแห่ง
ที่ไหนที่ไหนก็มาผ่านวัดป่าพง
ที่จะไปก็ผ่านนี้ ที่ไม่ผ่านกลับ มาก็ต้องผ่านนี้
ทอดผ้าป่าทอดกฐินทุกครั้ง ถ้าขาไปไม่พบ ขากลับก็ต้องมาผ่าน
ก็คือต้องผ่านทั้งนั้น ฉะนั้นวัดป่าพงจึงเป็นเมืองผ่าน
ผ่านไปชั่วคราว ผ่านไปผ่านมา
บางคนที่มีธุระรีบร้อนก็ไม่ได้พบกัน
ไม่ได้พูดกัน ฉะนั้นจึงต้องอาศัยเวลาของพวกเรา

โดยมากก็มาแสวงหาบุญกัน
แต่ว่าไม่เคยเห็นญาติโยมที่ แสวงหาการละบาป
มีแต่แสวงบุญเรื่อยไป
ไม่รู้จะเอาบุญไปไว้ตรงไหนก็ไม่รู้
ผ้าสกปรกไม่ฟอก แต่อยากจะรับน้ำย้อมนะ
นี่มันเป็นอย่างนั้น

คำสอนของพระท่านพูดไปโดยตรงง่าย ๆ
แต่มันยากกับคนที่ จะต้องปฏิบัติ
มันยากเพราะคนไม่รู้
เพราะคนรู้ไม่ถึง มันจึงยาก
ถ้าคนรู้ถึงแล้ว มันก็ง่ายขึ้นนะ


อาตมาเคยสอนว่าเหมือนกันกะรู
มีรูอันหนึ่ง
ถ้าเราเอามือล้วงเข้าไปไม่ถึง ก็นึกว่ารูนี้มันลึก
ทุกคนตั้งร้อยคน พันคนนึกว่ารูมันลึก
ก็เลยไปโทษรูว่ามันลึก เพราะล้วงไปไม่ถึง
คนที่จะว่าแขนเราสั้นไม่ค่อยมี
ร้อยก็ทั้งร้อยว่ารูมันลึกทั้งนั้น

wink.gif คนที่จะว่าไม่ใช่ .....
tongue.gif แขนเรามันสั้น ไม่ค่อยมี
sad.gif คนแสวงหาบุญเรื่อย ๆไป
laugh.gif วันหลังต้องมาแสวงหาการละบาปกันเถอะ ไม่ค่อยจะมี


นี่มันเป็นเสียอย่างนี้
คำสอนของพระท่านบอกไว้สั้น ๆ
แต่คนเรามันผ่านไป ผ่านไป
ฉะนั้นวัดป่าพงมันจึงเป็นเมืองผ่าน
ธรรมะก็จึงเป็น เมืองผ่านของคน

สพฺพปาป สฺสอกรณํ กุสลสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนํ สามคาถาเท่านี้ ไม่มากเลย




.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Aug 14 2009, 08:50 AM
โพสต์ #55


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,423
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5




~@ smile.gif ทำใจให้เป็นบุญ smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

บรรยายที่วัดหนองป่าพง ให้แก่ชมรมพุทธศาสตร์เอสโซ่
เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๔

สพฺพปาป สฺสอกรณํ กุสลสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนํ สามคาถาเท่านี้ ไม่มากเลย
สพฺพปาปสฺสอกรณํ การไม่กระทำบาปทั้งปวงนั่นน่ะ
เอตัง พุทธานะสาสะนัง เป็นคำสอนของพระ
อันนี้เป็นหัวใจของพุทธศาสนา
แต่เราข้ามไปโน้น เราไปเอาอย่างนี้
การละบาปทั้งปวง
น้อยใหญ่ทางกาย วาจาใจน่ะเป็นเลิศ ประเสริฐแล้ว

เอตัง พุทธานะสานะนัง อันนี้เป็นคำสอนของพระ
อันนี้เป็นตัวศาสนา อันนี้เป็นคำสั่งสอนที่แท้จริง
ธรรมดาของเรานะ เวลาจะย้อมผ้า
ก็จะต้องทำผ้าของเราให้ สะอาดเสียก่อน
อันนี้ไม่อย่างนั้นสิ เราไปเที่ยวตลาด
เห็นสีมันสวยๆก็ นึกว่าสีนั้นสวยดี
เราจะย้อมผ้าละ ไม่ดูผ้าของเรา
จับสีขึ้นมา เห็นสีสวยๆ
ก็จะเอามาย้อมผ้าอย่างนั้นแหละ
เอามาถึงก็เอามาย้อมเลย
ผ้าของเรายัง ไม่ได้ฟอก ไม่สะอาด
มันก็ยิ่งขี้เหร่ไปกว่าเก่าเสียแล้ว
เราคิดดูซิ กลับไปนี่
เอาผ้าเช็ดเท้าไปย้อม ไม่ต้องซักละนะ จะดีไหมน่ะ? ดูซิ

นี่ละพระพุทธเจ้าท่านสอนกันอย่างนี้ เราข้ามกันไปหมด
พากันทำบุญ แต่ว่า ไม่พากันละบาป
ก็เท่ากับว่ารูมันลึก ใครๆก็ว่ามันลึก
ตั้งร้อยตั้งพันก็ว่ารูมันลึก
คนจะว่าแขนมันสั้นนะไม่ค่อยจะมี
มันต้องกลับธรรมะ ต้องถอยหลังกลับมาอย่างนี้
ถึงจะมองเห็นธรรมะ มัน ต้องมุ่งหน้ากันไปอย่างนี้

บางทีก็พากันไปแสวงหาบุญกัน
ไปรถบัสคันใหญ่ๆสองคัน สามคันพากันไป
ไปกันบางทีทะเลาะกันเสียบนรถก็มี
บางทีกินเหล้า sad.gif เมากันบนรถก็มี
ถามว่าไปทำไม ไปแสวงบุญกัน ไปแสวงหาบุญ
ไปเอาบุญ แต่ไม่ละบาป
ก็ไม่เจอบุญกันสักที มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ
อันนี้มันอยู่อย่างนี้ มันจะสะดุดเท้าเราใช่ไหม

biggrin.gif ให้มองดูใกล้ ๆ มองดูตัวเรา
พระพุทธเจ้าท่านให้มองดูตัวเรา
ให้สติสัมปชัญญะอยู่รอบๆตัวเรา ท่านสอนอย่างนี้
บาปกรรมทำชั่ว ทั้งหลายมันเกิดขึ้นทั้งทางกาย ทางวาจา ทางใจ
บ่อเกิดของบาปบุญคุณโทษ ก็คือกาย วาจา ใจ
เราเอากาย วาจา ใจ มาด้วยหรือเปล่าวันนี้
หรือเอาไว้ที่บ้าน นี่ต้องดูอย่างนี้
ดูใกล้ ๆอย่าไปดูไกลเราดูกายของเรานี่ ดูวาจา ดูใจของเรา
ดูว่าศีลของเราบกพร่องหรือไม่ อย่างนี้ไม่ค่อยจะเห็นมี

โยมผู้หญิงเราก็เหมือนกันแหละ
ล้างจานแล้วก็บ่นหน้าบูด หน้าเบี้ยวอยู่นั้นแหละ
มัวไปล้างแต่จานให้มันสะอาด แต่ใจเราไม่สะอาด
นี่มันไม่รู้เรื่อง เห็นไหม ไปมองดูแต่จาน
มองดูไกลเกินไปใช่ ไหม
ดูนี่ซิใครคงจะถูกเข้าบ้างละมังนี่ นี่ให้ดูตรงนี้มันก็ไม่สะอาด
สะอาดแต่จานเท่านั้นแหละ แต่ใจเราไม่สะอาด
นี่มันก็ไม่ดี เรียกว่าเรามองข้ามตัวเอง
ไม่มองดูตัวเอง ไปมองดูแต่อย่างอื่น
จะทำความชั่วทั้งหลาย ก็ไม่เห็นตัวของเรา ไม่เห็นใจของเรา
ภรรยาก็ดี สามีก็ดี ลูกหลานก็ดี
จะทำความชั่วแต่ละอย่างก็ต้องมองโน้น มองนี้
แม่จะเห็นหรือเปล่า ลูกจะเห็นหรือเปล่า
สามีจะเห็นหรือเปล่า
ภรรยาจะเห็นหรือเปล่า อะไรอย่างนี้

ถ้าไม่มีใครเห็นแล้วก็ทำ
อันนี้มัน ดูถูกเจ้าของว่า
คนไม่เห็นก็ทำดีกว่า รีบทำเร็ว ๆเดี๋ยวคนจะมาเห็น
แล้วตัวเราที่ทำนี่มันไม่ใช่คนหรือ
เห็นไหม นี่มันมองข้ามกันไปเสียอย่างนี้
จึงไม่พบของดี ไม่พบธรรมะ

ถ้าเรามองดูตัวของเรา เราก็จะ เห็นตัวเรา
จะทำชั่วเราก็รู้จัก ก็จะได้ห้ามเสียทันที
จะทำความดีก็ให้ดู ที่ใจ
เพราะเราก็มองเห็นตัวของเราอยู่แล้ว ก็จะ
tongue.gif รู้จักบาป
รู้จักบุญ
tongue.gif รู้จักคุณ
รู้จักโทษ
tongue.gif รู้จักผิด
รู้จักถูก
อย่างนี้ก็ต้องรู้สึกสิ

นี่ถ้าไม่พูด ก็ไม่รู้
เราโลภ ก็ไม่รู้
เราหลง ก็ไม่รู้
อะไร ๆ เราก็ไม่รู้
ไปมุ่งกันอย่างอื่น
นี่เรียกว่าโทษของคนที่ ไม่มองดูตัวของเรา


ถ้าเรามองดูตัวของเรา เราก็จะเห็นชั่วเห็นดีทุกอย่าง



.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
zhant~
โพสต์ Aug 15 2009, 06:36 AM
โพสต์ #56


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25




~@ smile.gif ทำใจให้เป็นบุญ smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

บรรยายที่วัดหนองป่าพง ให้แก่ชมรมพุทธศาสตร์เอสโซ่
เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๔

ถ้าเรามองดูตัวของเรา

เราก็จะเห็นชั่ว เห็นดีทุกอย่าง
อันนี้ดีก็จะได้เก็บไว้ แล้วเอามาปฏิบัติ
เก็บดีมาปฏิบัติ ดีก็ทำตาม
ความชั่วเก็บมาทำไม เก็บมาเพื่อเหวี่ยงทิ้ง

การละความชั่ว ประพฤติความดี
นี่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง การไม่ทำบาปทั้งทางกาย วาจา ใจ นั่นแหละถูกแล้ว
เป็นคำสอนของพระ ถูกแล้ว สะอาดแล้วละทีนี้ ต่อนั้นไปก็

กุสะละสูปะสัมปะทา คือ ทำใจให้เป็นบุญ เป็น กุศล คงรู้จักแล้ว
เมื่อจิตเป็นบุญ จิตเป็นกุศลแล้วเราก็ไม่ต้องนั่งรถไป แสวงหาบุญที่ไหนใช่ไหม
นั่งอยู่ที่บ้านเราก็จับบุญเอา จับเอา ก็เรารู้ จั๊กแล้ว

อันนี้ไปแสวงหาบุญกันทั่วประเทศ แต่ไม่ละบาป
กลับไปบ้าน ก็กลับไปเปล่าๆ
ไปทำหน้าบูด หน้าเบี้ยวอย่างเก่าอยู่นั่นแหละ
ไปล้างจานหน้าบูดอยู่นั้นแหละ
ไปดูแต่จานให้มันสะอาด แต่ใจเราไม่สะอาด
ไม่ค่อยจะดูกัน นี่คนเรามันพ้นจากความดีไปเสียอย่างนี้

คนเราน่ะมันรู้ แต่ว่ามันรู้ไม่ถึง
เพราะรู้ไม่ถึงใจของเรา
ฉะนั้นหัวใจของพระศาสนา จึงไม่ผ่านเข้าหัวใจของเรา ใช่ไหม
เมื่อจิตของเรา เป็นบุญ เป็นกุศลแล้ว มันก็จะสบาย
นั่งยิ้มอยู่ในใจของเรานั้นแหละ

แต่นี่หาเวลายิ้มได้ยากใช่ไหมนี่
เวลาที่เราชอบ ใจถึงยิ้มได้ใช่ไหม
เวลาไม่ชอบใจละก็ยิ้มไม่ได้
จะทำยังไง ไม่สบาย หรือสบายแล้ว

คนเราต้องมีอะไรชอบใจเราแล้วจึงจะสบาย
ต้องให้คนในโลกทุกคน พูดทุกคำให้ถูกใจเราหมด
แล้วจึงจะสบายอย่างนั้นหรือ
ถ้าเป็นอย่างนั้น เราจะสบายได้เมื่อไร
มีไหมใครจะพูดถูกใจเรา
ทุกคนมีไหมนี่ แล้วเราจะเอาสบายได้เมื่อไร

เราต้องอาศัยธรรมะนี่ ถูกก็ช่าง ไม่ถูกก็ช่างเถอะ
เราอย่าไป หมายมั่นมัน
จับดู แล้วก็ วางเสีย เมื่อใจมันสบายแล้ว ก็ยิ้มอยู่อย่างนั้นแหละ
อะไรที่ว่ามันไม่ดี ไม่พอใจของเราเป็นบาป มันก็หมดไป
มีอะไรดี มันก็คงต้องเป็นไปของมัน อย่างนั้น

สะ จิตตะปะริโยทะปะนัง เมื่อชำระบาปแล้ว มันก็หมดกังวล
ใจก็สงบ ใจเป็นบุญเป็นกุศล เมื่อใจเป็นบุญ
เมื่อใจเป็นกุศลแล้ว ใจก็สบายสว่าง
เมื่อจิตใจมันสว่างแล้ว ก็ละบาป
ใจสว่างใจผ่องใส จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน มันก็สบาย
เมื่อสบายสงบแล้วนั่นแหละคือ คุณสมบัติของมนุษย์ที่แท้เต็มที่
ที่เราอยู่สบายนั้นแหละ

ทีนี้เกี่ยวกับสิ่งที่เราชอบใจ ถ้าเขาพูดชอบใจเราก็ยิ้ม
ถ้าเขาพูดไม่ชอบใจเราก็หน้าบูด
เมื่อไรใครจะพูดให้ถูกใจเราทุก ๆวันมีไหม
แม้แต่ลูกในบ้านเรา เคยพูดถูกใจเราไหม
เราเคยทำให้พ่อแม่ถูกใจ หรือเปล่า

tongue.gif แน่ะไม่ใช่แต่คนอื่น
แม้แต่หัวใจของเราเองก็เหมือนกัน บางทีคิดขึ้นมาไม่ชอบใจเหมือนกัน แล้วทำอย่างไร
biggrin.gif แน่ะบางทีเดินไป
ตำหัวตอสะดุดปึ๊ก ฮึ! มันอะไรล่ะใครไปสะดุดมันล่ะ จะไปว่าใครล่ะ ก็ตัวเราทำเองนี่
จะทำยังไง ก็แต่ใจเราเองยังไม่ถูกใจตัวของเราเอง
ให้เราคิดดูสิ อันนี้มันเป็นอย่างนี้ละ มีบางอย่างเราก็ทำไม่ถูกใจเราเอง ก็ได้แต่ ฮึ!
ก็ไม่รู้จะไป ฮึ! เอาใคร นี่ล่ะมันไม่เที่ยงอย่างนี้

บุญในทางพุทธศาสนาคือ การละบาป
เมื่อละบาปแล้วมันก็ ไม่มีบาป
ไม่มีบาปมันก็ ไม่ร้อน
ไม่ร้อนมันก็ เย็น
จิตที่สงบแล้วนั้น จึงว่าเป็นกุศลจิต

ไม่คิดโมโห มันก็ผ่องใส ผ่องใสด้วยวิธีอะไร
ก็ให้โยมรู้จักว่า แหมวันนี้น่ะ ใจมันดุเหลือเกิน
ไปมองดูอะไร แม้แต่จะมองดู ถ้วยในตู้ มันก็ไม่สบาย
อยากจะทุบมันทิ้งให้หมดทุกใบเลย
ไปดูอะไรก็ไม่ชอบใจไปเสียทั้งนั้น ดูใคร ดูเป็ด ดูไก่ ดูสุนัข ดู แมว ไม่ชอบใจ
แม้แต่พ่อบ้านพูดขึ้นมาก็ไม่ชอบใจ

เมื่อดู ในใจของเรา
ก็ไม่ชอบ ใจของเรา
ทีนี้ก็ไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหนแล้วละ
ทำไมมันถึงได้ เกิดความร้อนอย่างนี้
นั้นแหละที่เรียกว่าคนหมดบุญล่ะ

เดี๋ยวนี้เรียก คนตายว่าคนหมดบุญแล้ว
ไม่ใช่อย่างนั้นคนที่ไม่ตาย แต่หมดบุญมีเยอะ คือคนที่ไม่รู้จักบุญ
ใจมันเป็นแต่บาปอยู่อย่างนั้น จึงสะสมแต่บาปอยู่

โยมไปทำความดี ก็เหมือนโยมอยากได้บ้านสวยๆ
จะปลูกบ้านแต่ไม่ปราบที่มันเสียก่อน
เดี๋ยวบ้านมันก็จะพังเท่านั้นเองใช่ไหม สถาปนิกไม่ดีนี่
อันนี้ก็ต้องทำเสียใหม่ พยายามใหม่ ให้เราดูของเรานะ
ดูข้อบกพร่องของเรา ดูกาย ดูวาจา ดูใจ ของเรา


กายเรานี่ ก็มีอยู่แล้ว
วาจา ก็มีอยู่แล้ว
ใจ ก็มีอยู่แล้ว

จะไปหาที่ปฏิบัติที่ไหนเล่า ไม่ใช่มันหลงหรือนี่
จะไปหาที่ปฏิบัติอยู่ในป่าวัดป่าพง สงบเรอะ
ไม่สงบ เหมือนกัน
ที่บ้านเรานั่นแหละ มันสงบ ถ้าเรามีปัญญา
ที่ไหนที่ไหน มันก็สบาย มันสบายทั้งนั้น


โลกทั้งหลาย เขาถูกต้องของเขาหมดแล้ว



.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Aug 17 2009, 05:19 AM
โพสต์ #57


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,423
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5




~@ smile.gif ทำใจให้เป็นบุญ smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

บรรยายที่วัดหนองป่าพง ให้แก่ชมรมพุทธศาสตร์เอสโซ่
เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๔

โลกทั้งหลายเขาถูกต้องของเขาหมดแล้ว
ต้นไม้ทุกต้นมันก็ ถูกต้องตามสภาพของมันแล้ว
ต้นยาวก็มี ต้นสั้นก็มี ต้นที่มันเป็นโพรงก็มีสารพันอย่าง
ของเขาเป็นของเขาอยู่อย่างนั้น
มีแต่ตัวเรานั่นแหละ ไปคิด เพราะไม่รู้เรื่อง
เฮ้ ต้นไม้นี่มันยาวไป อ้ายต้นนี้มันสั้นไป
อ้ายต้นนี้มันเป็นโพรง
ต้นไม้น่ะเขาอยู่เฉย ๆเขาสบายกว่าเรา

ฉะนั้น จึงไปเขียนคำโคลงไว้ที่ต้นไม้ดีกว่า
ให้ต้นไม้มันสอนเรา ได้อะไรบ้างหรือไม่ล่ะ
มาวันนี้ได้อะไรที่ต้นไม้ไปบ้างไหม
ต้องเอาให้ได้สักอย่างหนึ่งน่ะ

ต้นไม้หลายต้นมีทุกอย่างที่จะสอนเราได้
อย่างนี้เรียกว่า ธรรมะมันมี
อยู่ทุกสภาพตามธรรมชาติทุกอย่าง
ให้เข้าใจนะ อย่าไปติเสียว่ารูมันลึก
เข้าใจไหม ให้วกมาดูแขนของเราสิ
อ้อแขนของเรามันสั้น อย่างนี้ก็สบาย
เมื่อจะตรวจก็ให้รู้ว่ามันไม่ดีอย่างไร
อย่าไปว่าแต่ว่า รูมันลึก
ให้เข้าใจเสียบ้างอย่างนั้น

บุญกุศลใด ๆ ที่เราทำให้มันมีไว้ในใจแล้ว
นั่นละมันเลิศ
ที่ทำบุญกันวันนี้ก็ดี แต่ว่ามันไม่เลิศ
จะสร้างวัตถุอะไรถาวรก็ดี แต่ว่ามันไม่เลิศ
ถ้าสร้างใจให้เป็นบุญนั่นแหละ มันจึงเลิศ

มานั่งที่นี่ก็สบาย กลับไปบ้านก็สบาย ให้มันเลิศ
ให้มันเป็นบุญไว้นะ อันนี้มันเป็นเพียง ตัววัตถุ
เป็นกะพี้ของแก่น
แต่ว่าแก่นมันจะมีได้ ก็ต้องอาศัยกะพี้
มันเป็นเสียอย่างนั้น
แก่นมันต้องอาศัยกะพี้
มีกะพี้จึงมีแก่น
ให้เข้าใจอย่างนั้น
ทุกอย่างก็เหมือนกันฉันนั้น

ฉะนั้นถ้าเรามีปัญญาแล้ว
มองดูที่ไหน ที่ไหน มันก็จะเห็นธรรมะทั้งนั้น
ถ้าคนขาดปัญญาแล้ว
มองไปเห็นสิ่งที่ว่าดี
มันก็เลย กลายเป็นไม่ดี
ก็ความไม่ดีมันอยู่ที่ไหน
มันก็อยู่ที่ใจของเรานี่แหละ

ตามันเปลี่ยน
จิตใจมันก็เปลี่ยน
อะไรๆมันก็เปลี่ยนไปทั้งนั้น

สามี ภรรยาเคยพูดกันสบาย ๆเอาหูฟังได้
อีกวันหนึ่งใจมันไม่ค่อยดี
ใครพูด อะไรมันก็ไม่เข้าท่า
ไม่รับทั้งนั้น มันไม่เอาทั้งนั้นแหละ
ใช่ไหม ใจมันไม่ดี
ใจมันเปลี่ยนไปเสียแล้ว
มันเป็นเสียอย่างนั้น

ฉะนั้นการละความชั่ว ประพฤติความดี
จึงไม่ต้องไปหาที่อื่น
ถ้าใจมันไม่ดีขึ้นมาแล้ว
อย่าไปมองคนโน้น หรือไปว่าคนโน้น ว่าคนนี้
ให้ดูใจของเราว่า ใครเป็นผู้พูดอะไร
ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้
จิตใจ ทำไมมันเป็นอย่างนี้นะ



นี่ให้เข้าใจว่าลักษณะทั้งหลายนี้ มันไม่เที่ยง



.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Aug 18 2009, 06:53 AM
โพสต์ #58


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43




~@ smile.gif ทำใจให้เป็นบุญ smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

บรรยายที่วัดหนองป่าพง ให้แก่ชมรมพุทธศาสตร์เอสโซ่
เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๔

นี่ให้เข้าใจว่าลักษณะทั้งหลายนี้มันไม่เที่ยง
ความรัก มันก็ไม่เที่ยง
ความเกลียด มันก็ไม่เที่ยง

tongue.gif “เราเคยรักลูกบ้างไหม” ถามอย่างนี้ก็ได้
“รัก เคยรัก” อาตมาตอบแทนเอง
tongue.gif “เคยเกลียดบ้างไหม” ตอบแทนเลยเนาะนี่
“บางทีก็เกลียดมัน”
tongue.gif “ทิ้งมันได้ไหม”
“ทิ้งไม่ได้”

“ทำไม”
“ลูกคนไม่เหมือนลูกกระสุน”
ลูกกระสุนยิงโป้งออกไปข้างนอก
ลูกคนยิงโป้งมาโดนที่ใจเรานี้
ดี ก็มาถูกตัวนี้ ชั่วก็มาถูกตัวนี้

อย่างนี้เรียกว่ามันเป็นกรรม
ลูกเรานั่นแหละมีคนดี มีคนชั่ว
ทั้งดีทั้งชั่ว ก็เป็นลูกเราทั้งนั้น

เขาเกิดมาแล้ว ดูสิคนที่ไม่ดูขนาดไหนก็ยิ่งรัก
เกิดมาเป็นโรคโปลิโอ ขาเป๋
ดูซิรักคนนั้นกว่าเขาแล้ว
จะออกไปจากบ้าน เพราะรักคนนี้
จึงต้องสั่งว่า [b]ดูน้อง ดูคนนี้
ด้วยเถิด
เมื่อจะตายจากไปก็ สั่งไว้ให้ดู ให้ดูคนนี้
ดูลูกฉันคนนี้ มันไม่แข็งแรงยิ่งรักมันมาก [/b]

ถ้าเป็นผลไม้ มันเน่าละก็เหวี่ยงเข้าป่าไปเลย
ไม่เสียดาย แต่คนเน่ายิ่งเสียดาย
มันลูกเรานี่ ทำอย่างไรเล่า นี่ให้เข้าใจเสียอย่างนี้
ฉะนั้นจงทำใจ ไว้เสียดีกว่านะ
รักครึ่ง ชังครึ่ง อย่าทิ้งมันสักอย่าง ให้มันอยู่รวมๆกัน

ของๆเรานี่ นี่คือกรรม
กรรมนั้นละ เป็นของเก่าของเราละน้อ
นี่มันก็สมกันกับเจ้าของ
เขาคือกรรม? ก็ต้องเสวยไป
ถ้ามันทุกข์ใจเข้ามาเต็มที่ ก็ ฮึ กรรมนะ กรรม
ถ้ามันสบายใจดีก็ ฮึ กรรมนะ

บางทีอยู่ที่บ้าน
ทุกข์ก็อยากหนีไปน่ะ มันวุ่นวาย
ถ้ามันวุ่นวายเข้าจริงๆ
บางทีอยากผูกคอตายก็มี
กรรม เราต้องยอมรับมันอย่างนี้เรื่อยๆไป
สิ่งที่ไม่ดี ก็ไม่ต้องทำล่ะซี

เท่านี้ก็พอมองเห็น เจ้าของแล้วใช่ไหม
พอมองเห็นเจ้าของแล้วนะ
นี่เรื่องการพิจารณาสำคัญอย่างนี้




เรื่องการภาวนา ....



.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ
[/quote]


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Aug 20 2009, 01:50 PM
โพสต์ #59


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,423
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5




~@ smile.gif ทำใจให้เป็นบุญ smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

บรรยายที่วัดหนองป่าพง ให้แก่ชมรมพุทธศาสตร์เอสโซ่
เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๔

เรื่องการภาวนา

อารมณ์ที่เรียกว่าภาวนา
เขาเอาพุทโธ ธัมโม สังโฆ
มาภาวนาทำกรรมฐานกัน

แต่เราเอาสั้นกว่านั้น
เมื่อรู้สึกว่า ใจมันหงุดหงิด
ใจไม่ดี โกรธ เราก็ร้อง ฮึ
เวลาใจดีขึ้นมาก็ร้อง ฮึ
ว่ามัน ไม่เที่ยงดอก
ถ้ามันรักคนนั้นขึ้นมาในใจก็ ฮึ
ถ้ามันจะโกรธคนนั้นขึ้น มาก็ ฮึ
เข้าใจไหม

ไม่ต้องไปดูลึก
ไม่ต้องไปดูพระไตรปิฎกหรอก
ไอ้ ฮึ นี่เรียกว่า มันไม่เที่ยง
wub.gif ความรัก นี่มันก็ไม่เที่ยง
angry.gif ความชัง นี่มันก็ไม่เที่ยง
tongue.gif ความดี มันก็ไม่เที่ยง
wink.gif ความชั่ว มันก็ไม่เที่ยง

มันเที่ยง อย่างไรเล่า
มันจะเที่ยงตรงไหม
มันเที่ยงก็เพราะ ของเหล่านั้นมันเป็นของมันอยู่อย่างนั้น
คือมันเที่ยงอย่างนี้ มันไม่แปรเป็นอย่างอื่น
มันเป็นอย่างนั้น
นี่ เรียกว่าความเที่ยง
เที่ยงก็เพราะว่ามันเป็นของมันอยู่อย่างนั้น
มันไม่ได้แปรเป็นอย่างอื่น

เดี๋ยวมันก็รัก เดี๋ยวมันก็ชัง
มันเป็นของมันอยู่อย่างนี้
นี่คือ มันเที่ยงอย่างนี้




ฉะนั้น จึงจะบอกว่าเมื่อความรักเกิดขึ้น tongue.gif ....


.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ



--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Aug 22 2009, 11:05 AM
โพสต์ #60


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43




~@ smile.gif ทำใจให้เป็นบุญ smile.gif @~

แสดงธรรมโดย......
wub.gif พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) wub.gif

บรรยายที่วัดหนองป่าพง ให้แก่ชมรมพุทธศาสตร์เอสโซ่
เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๔

ฉะนั้น จึงจะบอกว่าเมื่อความรักเกิดขึ้น
เราก็บอก ฮึ มันไม่ เปลืองเวลาดี
ไม่ต้องว่าอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแล้ว
ถ้าโยมขี้เกียจ ภาวนามาก
เอาง่าย ๆดีกว่า คือ ถ้ามันเกิดมีความรักขึ้นมา
มันจะหลง ก็ร้อง ฮึ เท่านี้แหละ
อะไร ๆมันก็ไม่เที่ยง ทั้งนั้น

มันเที่ยงก็เพราะมัน เป็นของมันอยู่อย่างนั้น
เห็นเท่านี้ ก็เห็นแก่นของธรรมะ คือสัจธรรม
อันนี้ถ้าเรามา ฮึ กันบ่อยๆ
ค่อย ๆทะยอยไป
อุปาทาน ก็จะน้อยไป น้อยไปอย่างนี้แหละ

tongue.gif ความรักนี้ ฉันก็ไม่ติดใจ
sad.gif sad.gif ความชั่ว ฉันก็ไม่ติดใจ
wink.gif อะไร ๆ ฉันก็ไม่ติดใจทั้งนั้น
อย่างนี้จึงจะเรียกว่า ไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น
เชื่อสัจธรรมอย่างเดียว
รู้ธรรมะเท่านี้ก็พอแล้วโยม
จะไปดูที่ไหนอีกเล่า
วันนี้มีโชคด้วยได้อัดทั้งเทปภายนอก ภายใน

เข้าหู ตรงนี้ก็อัด
เข้าตรงนี้ก็ได้ เทปนั้นก็จะได้มีทั้งสองอย่าง
ถ้าโยมทำไม่ได้อย่างนี้ก็ไม่ค่อยจะดีเสียละมังเนาะ
ไม่ต้องมาวัดป่าพงอีกละมัง
นี่ข้างในก็อัด ข้างนอกก็อัด

แต่ว่าเทปนี้มันไม่ค่อยสำคัญดอก
เทปในใจ นั่นละมันสำคัญกว่า
เทปอันนี้มันเสื่อมได้
ซื้อมาแล้วมันก็เสื่อมได้
เทปภายในของเรา นั้นน่ะ
เมื่อมันถึงใจแล้ว มันดีเหลือเกินนะโยม


มันมีอยู่ตลอดเวลา
ไม่ เปลืองถ่าน
ไปอัดอยู่ในป่าพูดอยู่นั่นแล้ว
ในวันในพรุ่ง ให้มันรู้อยู่ อย่างนั้นแหละ
มันรู้ว่ากระไร ภาวนาพุทโธ พุทโธ ต้องรู้อย่างนั้น
เข้าใจกันแล้วหรือยัง

เข้าใจให้ถึงนะ
ถ้ามันเข้าใจ
ถ้ามันถูกอารมณ์ปุ๊บ
รู้จักแล้วละก็ หยุดเลย

ฟังเข้าใจนะ ถ้ามันโกรธขึ้นมา
ก็ว่า ฮึ พอแล้วระงับเลย
ถ้ามันยังไม่เข้าใจ ก็ติดตามเข้าไปดู
ถ้ามันเข้าใจ แล้ว เช่นว่า
พ่อบ้านโกรธให้แม่บ้าน
แม่บ้านโกรธให้พ่อบ้าน โกรธขึ้น
มาในใจก็ร้อง ฮึ มันไม่เที่ยง

เอาละเทศน์ให้ฟังก็ขึ้นอักษร พอได้แล้วนะ
ที่พอแล้วก็คือ มันสบายแล้ว
เรียกว่าสงบแล้ว เอาละพอนะ






ขอขอบพระคุณ ..... คุณเจริญชัย เจริญทั้งเมือง
๒๐๐/๑๔๑ หมู่ ๘ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ๑๒๑๓๐ .
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙.



.......... วันละนิด เพื่อจิตเบิกบาน tongue.gif สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post

5 หน้า V  < 1 2 3 4 5 >
Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 23rd October 2021 - 02:00 AM