IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
กะเทยบวชพระได้หรือไม่
Ducklast
โพสต์ Nov 8 2016, 11:30 AM
โพสต์ #1


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 3,264
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23





ปวดหัวกับเรื่องตีความ

---

พวกที่อยู่ฝ่ายกะเทยมักจะตีความเข้าข้างกันเอง

---

พระวินัยห้ามบัณเฑาะก์บวช
ก็จะตีความว่าบัณเฑาะก์คือคนที่มีอวัยวะ ๒ เพศ
พวกตนไม่มีอวัยวะ ๒ เพศ
ย่อมบวชได้
ไม่ผิดพระวินัย
โดยที่จะไม่ยอมตีความไปที่เป็นคนมีจิตใจวิปริตสองเพศและมีการล่วงละเมิดทางเพศกับเพศ
เดียวกัน

---

ระหว่างการสวดอันตรยิกธรรม
ขณะทำการอุปสมบท
มีคำถามว่า "ปุริโสสิ?"
แปลว่า ท่านเป็นบุรุษหรือไม่?

คำถามนี้ถามถึงเรื่องการมีอวัยวะ ๒ เพศเท่านั้นหรือ?

---

บัณเฑาะก์ แปลว่า กะเทย

ยังใช้เรียกผู้หญิงได้ด้วยว่า หญิงบัณเฑาะก์

บางทีสมัยนั้นยังไม่มีการบัญญัติศัพท์เรียกเลสเบี้ยนว่าอะไร

กะเทยหรือที่เรียกว่าชายบัณเฑาะก์ คือผู้ที่พอใจให้บุรุษเกี่ยวข้องกับตนโดยมีความรู้สึกตนว่าเป็นเหมือนเป็นสตรี

---

อุภโตพยัญชนก เท่านั้นที่แปลว่า คนมีทั้ง ๒ เพศ

---

มีการแบ่งแยกบัณเฑาะก์ออกได้ ๕ จำพวก

๑ อาสิตตบัณเฑาะก์ ได้แก่ ชายที่มีกิจกรรมทางเพศกับชายด้วยกัน

๒ อุสุยยบัณเฑาะก์ ได้แก่ ชายที่ไม่ถึงกับมีกิจกรรมทางเพศ แต่เพียงแค่พอใจที่จะชมชอบชายด้วยกัน

๓ โอปักกมิยบัณเฑาะก์ ได้แก่ บุคคลผู้ที่ถูกตอนไปแล้ว เช่นขันที

๔ ปักขบัณเฑาะก์ ได้แก่ บุคคลบางคนข้างแรมเกิดความกำหนัด
ยินดีกระวนกระวายด้วยอำนาจแห่งอกุศลกรรม เมื่อถึงข้างขึ้น ความกระวนกระวายนั้นก็หายไป

๕ นปุงสกับบัณเฑาะก์ ได้แก่ ผู้ที่ไม่มีเพศหญิงเพศชายไม่ปรากฏทั้ง ๒ เพศ มีแต่ช่องที่สำหรับถ่ายปัสสาวะเท่านั้น

---

โอปักกมิยบัณเฑาะก์ กับ นปุงสกับบัณเฑาะก์ ห้ามบวช

---

อาสิตตบัณเฑาะก์ และ อุสุยยบัณเฑาะก์ ไม่ถูกห้ามบวช

ปักขบัณเฑาะก์ ห้ามบวชให้ระหว่างเวลาที่ถึงกาลมีกำหนัดราคะเกิดขึ้น ถ้าเป็นเวลาที่จิตใจสงบระงับจากความปรารถนากามราคะต่อเพศเดียวกัน สามารถบวชให้ได้

บัณเฑาะก์ ๓ พวกนี้ ยังพอมีทางที่จะปฏิบัติจนหลุดพ้นจากบ่วงผูกมัดตนในการหลงใหลในเพศเดียวกัน

---

ด้วยความเห็นส่วนตัว ยังเชื่อว่าผู้มีราคะแก่กล้า ประพฤตินอกจารีตในทางเสพกามและยั่วยวนชายอื่น นั่นคืออันตรายต่อผ้าเหลืองเป็นอย่างยิ่ง

ข้อห้ามระหว่างพระกับสีกานั้นมี
ข้อห้ามระหว่างพระกับบุรุษด้วยกันไม่มี

ถ้ากะเทยไม่ถูกพระวินัยห้าม
จะช้าจะเร็ว
อะไรก็เกิดวิปริตขึ้นได้

หากธรรมะไม่มีพลังพอที่ข่มขาดปรารถนาราคะต่อชายด้วยกันให้สะบั้นลงไป

---

จริงๆแล้วการอนุญาตกะเทยบวชก็พอเป็นเหตุเป็นผลได้เช่นกัน

แต่ทำไมไม่มีพระวินัยบังคับกะเทย หลังบวชเป็นพระแล้ว ว่าจะต้องวางตัวอย่างไรในสังคมผ้าเหลือง

พระกับชียังมีข้อบังคับ ทั้งห้ามและอนุญาต ให้วางตัวได้อย่างไรแบบไหน

----

ทั้งกะเทยและบุรุษแท้ต่างก็มีกิเลศราคะเหมือนกัน

บุรุษแท้มีราคะกับสตรีแท้
กะเทยมีราคะกับบุรุษเพศเดียวกัน

คนทั้ง ๒ ชนิดนี้มีราคาเท่ากัน

ต่างต้องลงมือปฏิบัติขจัดราคะด้วยกันเช่นกัน

----

จะว่าไปแล้วการบวชเพื่อปฏิบัติธรรมนั้น สามารถทำได้หลายระดับ

บวชชี บวชผ้าขาว หรือบวชใจเป็นฆราวาสรักษาศีลปฏิบัติธรรม ทุกคนทำได้ไม่มีข้อห้าม

แต่บวชเพื่อห่มผ้าเหลืองนั้นกะเทยไม่ควรทำ

---

พระกับสีกามีพระวินัยห้ามมากหลายข้อ
ยังเรียกว่ามีข้อบังคับช่วยป้องปรามไว้ไม่เกิดการกระทำผิดทางกามราคะทางกาย ระหว่างพระ(บุรุษ)กับสีกา(ผู้หญิง)

แต่พระกับบรุษด้วยกันไม่มีวินัยห้าม
คนเป็นกะเทยเมื่อไม่มีข้อบังคับป้องปรามกระทำผิดทางกามราคะทางกาย เพียงเพราะตีความว่าเป็นคนเพศเดียวกัน คือเป็นบุรุษ
ก็เท่ากับเปิดช่องทางให้โอกาสกระทำผิดทางกามราคะเกิดขึ้นได้ง่ายเกินไป

อย่างนี้ไม่ถูกต้องแน่

--

ต้องตรวจดูพระวินัยหมวดอื่นๆข้ออื่นๆประกอบการพิจารณาเรื่องกะเทย

---

ฝากปราชญ์ผู้รู้วินิจฉัยและวิจารณ์ต่อไป

---

อย่างน้อยก็จะถือเอา ม. 44 "โลกวัชชะ" มาลองใช้ดู

ถ้าสังคมติเตียนว่าไม่ดีไม่ถูกต้องก็ควรให้เลิก

เว้นแต่สังคมในวันนี้ไม่ถือสาหาความกะเทยบวชพระก็แล้วไป

https://www.facebook.com/LaoSpy/videos/pcb....e=3&theater


--------------------
อฺตตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถนญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
สอนผู้อื่นเช่นใดพึงสอนตนเช่นนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
(พุทธ)ขุ.ธ.๒๕/๓๖
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 23rd October 2017 - 02:03 AM