IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

จะเล่าเรื่องหลวงปู่พรหมา เขมจาโรให้ฟัง, สืบเนื่องมาจากคำถามเรื่องฤาษีรุ่นแรกของหลวงปู่พรหมา เขมจาโร
อำพล เจน
โพสต์ Jun 5 2009, 01:27 PM
โพสต์ #1


คุณพระ
***

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 169
เป็นสมาชิกเมื่อ : 31-May 09
หมายเลขสมาชิก : 36





เอ้า..ล้อมวงเข้ามา

จะเล่าเรื่องหลวงปู่พรหมา เขมจาโรที่ได้มีวาสนาเข้าไปเกี่ยวข้องกับองค์ท่านให้ฟังทั้งหมด
เอาแบบไม่ปิดบังอำพราง,เล่าทุกแง่ทุกมุม เท่าที่จะนึกออกและยังจำได้

ตั้งแต่แรกเลย

เครื่องดื่มเตรียมไว้ให้แล้ว
น้ำอัดลมหรือไม่อัดลมมีพร้อม เชิญเลือกบริการตนเองตามสบาย
ถ้าหิวก็โน่น..ข้าวหม้อแกงหม้อง่ายๆกันเอง เชิญตักตามสะดวก
ถ้าฟังแล้วง่วงก็หยิบหมอนกับเสื่อไปปูนอนตรงมุมศาลาตามอัธยาศัย
อย่ากรนเสียงดังรบกวนคนอื่นเขาล่ะ

ระหว่างเล่าใครมีข้อสงสัยให้ถามได้ไม่ต้องเกรงใจ
ถ้าจะขัดคอให้ยกมือก่อนจะได้หยุดเล่าแล้วรอฟังด้วยกัน

ถ้าเล่าไปหลงลืมอะไรไปมั่งก็ท้วงติงด้วย
เดี๋ยวเรื่องมันจะโดดหน้าโดดหลังกลับหัวกลับหางวุ่นวาย

เดี๋ยวนะ ขอไปเข้าห้องบำบัดทุกข์บำรุงสุขสักแป๊บนึง

นั่งคุยกันรอกันไปก่อน

เดี๋ยวมา
Go to the top of the page
 
+Quote Post
14 หน้า V  « < 12 13 14  
Start new topic
คำตอบ (260 - 269)
Ducklast
โพสต์ Sep 20 2014, 08:46 AM
โพสต์ #261


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 3,264
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23



ครั้งหนึ่ง..ผมไม่ได้เอารถส่วนตัวไป
อาศัยรถประจำทาง

อยู่บนวัดผานางคอยประมาณ๕-๖วันก็จะกลับ

หลวงปู่บอกว่าจะเข้าเมืองด้วย

ก็กลับออกมาด้วยกัน ๒ คน (จำไม่ได้ว่าใครมาด้วยอีกหรือไม่)

การนั่งเรือขากลับออกจากวัดนั้นทารุณจิตใจมาก

เรือต้องแล่นทวนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก

ถ้าเครื่องเรือดับก็จบเห่ล่ะครับ

ช่วงที่เรือกำลังผ่านผาชันนั้นน่ากลัวที่สุด

เสียงเครื่องยนต์เรือสำลัก..เหมือนคนไอค่อกแค่ก

มองดูหน้าคนขับเรือ ก็ทำเอาเราใจเสีย

คนในเรือที่พอรู้จักว่าอะไรเป็นอะไรทีมันกำลังจะเกิดขึ้น.. หน้าซีดตัวสั่นกันเป็นแถว

หลวงปู่ล้วงบุหรี่ออกมาคีบไว้ในมือ ไม่ได้จุดสูบ

ผมก็นึกในใจว่าสงสัยหลวงปู่จะตื่นเต้นเหมือนกัน

เรือก็เริ่มเป๋ ไม่มีแรง ทำท่าจะเป็นเรือไร้หางเสือ เพราะควบคุมไม่ได้

หลวงปู่ก็จ้องไปที่คนขับเรือหรือจะจ้องเครื่องยนต์เรือก็พูดยาก

ไม่ได้ลุกขึ้นมาทำท่าร่ายมนต์หรือทำปากขมุบขมิบแบบคนเข้าทรง

เรียกว่าหลวงปู่จ้องเหมือนทุกคนในเรือจ้องนั่นแหละครับ

จ้องไปลุ้นไป

--

ขณะนั้น..ในใจนึกก็ขึ้นมาเอง.นึกแต่ว่าเรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นกับครูบาอาจารย์หลา
ยองค์มาก่อน

ได้ยินเขาเล่าว่าพวกท่านเหล่าก็ทำอภินิหารให้รอดกันได้

หากว่าไม่มีอภินิหารแบบนั้น
หรือถ้าหลวงปู่ไม่ทำ
หรือหลวงปู่ทำแบบนั้นไม่ได้

กูตายแน่

มีหวังถึงเวลาของ "ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน"
พูดง่ายๆก็คือ ตัวใครตัวมันนั่นแหละครับ

แต่ว่าเพียงเดี๋ยวเดียวก่อนเรือจะเป๋ข้ามไปฝั่งลาว
เครื่องยนต์ก็กลับมาทำงานราบรื่นเป็นปกติ

ผ่านวิกฤตินั่นมาได้
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากนั้นจำใส่หัวไว้เลย ขากลับจำต้องอาศัยนั่งเรือที่สภาพดีหน่อย เครื่องยนต์ใหม่ๆสักหน่อย

เรือที่มีเครื่องยนต์ใหม่ก็มีอยู่แค่ ๒ ลำ จะกลับเข้าเมืองต้องนัดหมายเรือทั้งสองลำล่วงหน้า

ผมเล่าเรื่องนี้ ไม่ได้ชี้นำว่าเป็นอภินิหารของหลวงปู่

เพราะระหว่างเกิดเหตุก็ไม่ได้มีอะไรที่บ่งบอกชัดเจนไปในทางนั้น

หลวงปู่เองก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้

แค่บันทึกว่ามีเรื่องลงเรือลำเดียวกัน และมีเรื่องตื่นเต้นร่วมกับหลวงปู่เท่านั้น

--

เมื่อเรือถึงท่าเรือบ้านสำโรงปลายทาง
ชายน้ำโขงตอนนั้นเป็นโคลนยาว ๒๐๐ กว่าเมตร
น้ำโขงเพิ่งลด ดินโคลนริมน้ำยังไม่แห้ง
เวลาเดินขึ้นตลิ่งจมโคลนถึงข้อเท้า
ลำบากมาก

หลวงปู่แบกย่ามที่ใส่อะไรไม่ทราบไว้ในนั้น
อัดแน่นจนตุง
เดินเซซ้ายเซขวา ยักแย่ยักยัน
ผมก็ปรี่เข้าไปขอย่าม จะให้ท่านเดินตัวเปล่า สบายกว่า

ท่านว่า

" ไม่เป็นไรลูก พ่อแบกได้"
"เอามาให้ผมน่ะพ่อ ผมแบก"
"เดี๋ยวลูกจะหนัก"

บอกได้คำเดียวว่าโคตรหนักเลยครับ
ย่ามใบนั้นทำเอาไหล่เอียงกระเท่เร่
ท่านแบกอะไรไปเยอะแยะและหนักขนาดนั้น

ผมก็ไม่ได้ถาม
ไม่เคยล้วงย่ามท่านดูว่ามีอะไร

แน่ใจได้ครับว่า
เมื่อท่านบอกว่า"เดี๋ยวลูกจะหนัก"นั้น

เป็นคำพูดที่จริงแท้ ไม่เสแสร้งแกล้งพูด

เรียกว่าไม่ได้พูดโดยมารยาทเลยครับ

นี่แหละคือลูกผู้ชายตัวจริง อายุ ๘๐ กว่า ชื่อพรหมา

(ภาพประกอบ..ริมน้ำโขงที่ท่าจอดเรือบ้านสำโรง ซึ่งตอนนั้นดินยังไม่แห้งแบบในภาพ เป็นโคลนลื่น และดูดเท้าจม เดินลำบาก )



--------------------
อฺตตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถนญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
สอนผู้อื่นเช่นใดพึงสอนตนเช่นนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
(พุทธ)ขุ.ธ.๒๕/๓๖
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Ducklast
โพสต์ Sep 21 2014, 02:48 PM
โพสต์ #262


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 3,264
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23



ภาคผนวก
กุฎิหลังที่ ๕

--------
ถ้าไม่ได้เล่าเรื่องต่อไปนี้
จะดูเหมือนทำแกงแล้วขาดเกลือ

ย้อนไปถึงตอนขึ้นวัดครั้งที่ ๒ ของผม กับบักอู๊ด โภคัง ..แต่เป็นครั้งแรกของบักอู๊ด

ยังไม่สนิสนมกับมันสักเท่าไหร่

ก็เข้าพักที่กุฏิหลัง ๕ เหมือนเก่า

ขณะนั้นยังจำไม่ได้หรอกครับว่ากุฏิไหนเป็นกุฏิอะไร
ทุกกุฏิดูเหมือนๆกันหมด

พอขนข้าวของเครื่องใช้ขึ้นบนกุฏิเรียบร้อยแล้ว
บักวันคนลาวแท้ๆอยู่แถวนั้นก็เดินมาเกาะขอบพื้นกุฏิเมียงๆมองๆทำยิ้มๆ

"นอนนี่เหรอ"
"เออ...ทำไม?..ถามทำไม?"
"ไม่มีอะไรหรอก..ฝันดี"
"ฝันดียังไง"
"ฝันดี"

บักอู๊ดเริ่มทำหน้าเลิ่กลั่ก

พอบักวันกลับไปแล้ว
ก็ชวนผม

"ย้ายไปนอนกุฏิใกล้ๆพ่อดีกั่วเนาะ"
"ขี้เกียจขนของว่ะ.นอนนี่แหละ"

สักครู่บักอู๊ดก็ขอตัว จะไปกราบสนทนากับหลวงปู่
เหลือผมอยู่ที่กุฏิคนเดียว

กำลังจัดของเครื่องใช้ให้เข้าที่อยู่ในห้อง
พลันรู้สึกว่ากุฏิไหวยวบๆ
ไหวเหมือนอยู่ตึกแถวที่มีรถกสิบล้อบรรทุกหนักแล่นผ่านนั่นแหละครับ

นึกว่าเป็นลมพัด
ด้วยว่าลมบนเขาบางครั้งพัดแรงยังกะพายุขนาดย่อมๆอยู่แล้ว

สักพักได้ยินเหมือนเด็กๆกลุ่มหนึ่งหยอกล้อคุยกัน แล้วก็มีเสียงเหมือนเด็กลากท่อนไม้กับพื้นกรวดนอกกุฏิดังแกรกกรากยาวๆ
สิ้นเสียงลากท่อนไม้ ก็มีเสียงเหมือนเด็กขว้างท่อนไม้ท่อนนั้นใส่ข้างฝากุฏิดังสนั่นปังอย่างต่อเนื่อง

ผมก็ลุกออกมาจากห้อง ออกมาที่ระเบียง จะตะเพิดไอ้เด็กเวรพวกนั้นซะหน่อย

ไม่มีอะไรเลย

ไม่มีเด็กสักคน

ทีนี้ก็นึกถึงบักอู๊ด หรือบักวัน
ก็ยิ้มคนเดียวในใจ..ไอ้พวกนี้แน่
ไม่ใครก็ใครคนใดคนหนึ่ง มันกำลังสร้างสถานการณ์เขย่าขวัญผม

หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

คืนนั้นก็เข้านอนเป็นปกติ

หลับไปนานแค่ไหนไม่ทราบ มารู้สึกตัวตื่นเพราะว่ามีมือใครไม่ทราบมาวางทับหน้าอกผม

ผมก็หยืบมือนั้นออกไปให้พ้นตัว

ทีแรกนึกว่าบักอู๊ดมันนอนดิ้นเอามือมากอดผม
แต่บักอู๊ดมันนอนอยู้เบื้องซ้าย
มือที่วางทับหน้าอกผมเป็นมือขวา โผล่มาจากใต้ถุนด้านขวา
ในห้องนั้นแคบมากๆ ผมนอนติดฝาด้านขวา บักอู๊ดนอนติดฝาเบื้องซ้าย
ไม่มีทางเป็นบักอู๊ดแน่ๆ

ในกฏิมืดสนิทนะครับ มืดจนมองไม่เห็นแม้มือตนเอง

ในใจนึกเชื่อขึ้นมาในขณะนั้น ว่าเป็นบักวันแน่ๆ คงแอบอยู่ใต้ถุน ล้วงมือมาหลอกผีกับผม

กลัวที่ไหนล่ะ

ก็นอนต่อ ทำเฉย ไม่รู้สึกรู้สา แก้ลำคนหลอกว่ากูไม่สนผีมึงหลอกดอกหนา

สักพักมันก็ล้วงมือขึ้นมาวางทับหน้าอกผมอีกเป็นครั้งที่สอง

ผมก็ร้องขู่มันเบาๆพอให้ได้ยิน

"เดี๋ยวกูจะลุกขึ้นเยี่ยวรดหัวมึงเน้อ.."

หลังจากนั้นก็เงียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกจนรุ่งแจ้ง

พอฟ้าแจ้งจางปางก็เป็นงงครับ
พื้นกุฏิไม่รูมีช่องสักรูเดียว
อย่าว่าแต่จะล้วงมือขึ้นมาเลย
ตะเกียบสักอันก็ไม่มีรูกว้างพอจะให้ตะเกียบแยงขึ้นมาได้

แน่ใจในทันทีนั้นว่า..เมื่อคืนนี้กูเจอผีหลอกเข้าแล้ว

ตอนหลังๆ..เมื่อไปที่นั่นบ่อยๆ จึงรู้เห็นว่า บนหัวนอนกุฏิหลัง ๕ เป็นที่เผาผี
ใครตายก็เอามาเผาอยู่ที่นี่หมด
รอยกองฟอนเผาผีมีอยู่เกลื่อน

เห็นครั้งแรกๆไม่รู้หรอกครับ

นึกว่าเขามาเผาขยะกันที่นี่




--------------------
อฺตตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถนญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
สอนผู้อื่นเช่นใดพึงสอนตนเช่นนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
(พุทธ)ขุ.ธ.๒๕/๓๖
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Yellow Ribbons
โพสต์ Sep 21 2014, 03:24 PM
โพสต์ #263


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 763
เป็นสมาชิกเมื่อ : 25-August 11
หมายเลขสมาชิก : 701



ฮ่าๆๆๆ biggrin.gif

ใจแข็งเหมือนกันนะครับ

ไปนอนที่กุฏิวัด ถ้าเป็นข้อยเจอมือมาวางบนตัวอย่างนี้ ข้อยวิ่งไปหาหลวงปู่แล้ว

ไปนอนต่างที่ต่างถิ่น ขนาดไม่มีอะไรให้เห็น ให้ได้ยิน ข้อยยังระแวงอยู่ตลอดเลย

ก็เพราะว่า ข้อยกลัวผีเป็นที่ซู้ด ทำยังไง ฝืนยังไง บอกตัวเองด้วยเหตุผลไหน ก็ไม่หายกลัว

ทุกวันนี้ ขนาดนอนที่บ้านตัวเอง และ มีคนนอนเป็นเพื่อน บ้านก็อยู่ในชุมชนเมือง ผู้คนพลุกพล่าน

เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึก มองไปที่มืดๆ หน่อย ข้อยก็ยังกลัวอยู่เลย...แหะๆ

laugh.gif tongue.gif laugh.gif


--------------------


**************************************

สนใจเครื่องเสียง เพลง ภาพยนตร์ และ ธรรม

**************************************
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ธีร์
โพสต์ Sep 21 2014, 07:32 PM
โพสต์ #264


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 661
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
หมายเลขสมาชิก : 8



ฮ่วย...เป็นตาย้านคักแท้ คันแม่นขะข้อยพ้อ คือสิไหลเลอะไหลเลิ่ง ลุกแล่นตำผักตู ตำฝากุฏิ จนมิ่งคาม้องไปคัก ๆ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Yellow Ribbons
โพสต์ Sep 21 2014, 08:19 PM
โพสต์ #265


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 763
เป็นสมาชิกเมื่อ : 25-August 11
หมายเลขสมาชิก : 701



QUOTE(ธีร์ @ Sep 21 2014, 07:32 PM) *
ฮ่วย...เป็นตาย้านคักแท้ คันแม่นขะข้อยพ้อ คือสิไหลเลอะไหลเลิ่ง ลุกแล่นตำผักตู ตำฝากุฏิ จนมิ่งคาม้องไปคัก ๆ

แหะๆ...อาจารย์ธีร์ จัดภาษามาเต็มแบบนี้ อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ
ข้อยสงกะสัย จึงขอลองแปลความหมายดูจั๊กกะหน่อย

ฮ่วย...เป็นตาย้านคักแท้ คันแม่นขะข้อยพ้อ
แหม...เป็นที่น่ากลัวจริงน้อ ถ้าหากว่าเป็นผมได้พบเจอหละก็

ย้าน = กลัว
คัก = ถูกต้อง แน่นอน จริง
พ้อ = พบ เจอ

คือสิไหลเลอะไหลเลิ่ง ลุกแล่นตำผักตู ตำฝากุฏิ จนมิ่งคาม้องไปคัก ๆ
คงจะฉี่แตกเรี่ยราด ลุกวิ่งชนประตู ชนฝากุฏิ จนสลบที่บริเวณตรงนั้นไปแน่ๆ

เลิ่ง = ลอยล่องไปตามน้ำ
แล่น = วิ่ง
ตำ = ชน
ผักตู = ประตู
ม้อง = เวิ้ง ลาน บริเวณ

ข้อยหาคำว่า "มิ่ง" ไม่เจอ จึงเดาเอาเองว่าแปลว่า "สลบ" ครับ

ฝากอาจารย์ธีร์ หรือ อ้าย Ducklast หรือ ผู้รู้ท่านใดก็ได้
มาตรวจคำแปล และ แนะนำความถูกต้อง จั๊กหน่อยครับ

biggrin.gif laugh.gif biggrin.gif


--------------------


**************************************

สนใจเครื่องเสียง เพลง ภาพยนตร์ และ ธรรม

**************************************
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Ducklast
โพสต์ Sep 22 2014, 09:34 AM
โพสต์ #266


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 3,264
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23



นึกว่าYellow Ribbonsจะส่งความรู้ภาษาลาวคืนให้จารย์ธีร์ไปแล้ว


--------------------
อฺตตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถนญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
สอนผู้อื่นเช่นใดพึงสอนตนเช่นนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
(พุทธ)ขุ.ธ.๒๕/๓๖
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Ducklast
โพสต์ Sep 22 2014, 09:47 AM
โพสต์ #267


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 3,264
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23





ลองๆพิจารณาภาพนี้ดูนะครับ

ผมไม่รู้ชัด ถึงที่มาที่ไป ของภาพนี้

ผู้นำภาพนี้มาเผยแพร่ คือ คุณธวัชชัย คณะบุตร

ซึ่งคุณธวัชชัย คณะบุตรได้บรรยายภาพไว้ดังนี้

" ปู่พรหมมาอยุ่ซ้ายสุดครับ ส่วนปู่เณรแก้วอยุ่องค์ที่สามนับจากแถวนั่ง ขวามือสุดคือปู่คำคะนิงปู่เณรคำและก็ปู่เณรแก้วครับ ปู่เณรทั้งห้าองค์นี่ล่ะครับที่เก่งที่สุดในสายปู่สำเร็จลุน และยังใด้สอนวิชาบางส่วนให้กับปู่พรหมมาอีกด้วยครับ สรุปคือปู่พรหมมากับปู่เณรแก้วเป็นคนละคนกันครับ ที่ชื่อสำเร็จแก้วนั้นก็คือชื่อวิชาที่เรียนมาในสายปู่ใหญ่จนสำเร็จ ก็เลยมีนามว่าท่านสำเร็จแล้วหรือสำเร็จแก้วนั่นเองครับ"

อ่านคำบรรยายภาพแล้วก็ไม่ค่อยจะเข้าใจว่าใครเป็นใคร

ยังไม่ถึงกับปักใจเชื่อ

ใครรู้จักเกี่ยวกับภาพนี้ โปรดแถลงไข

---

ส่วนความเห็นที่ว่า

"..สำเร็จแก้วนั้นก็คือชื่อวิชาที่เรียนมาในสายปู่ใหญ่จนสำเร็จ ก็เลยมีนามว่าท่านสำเร็จแล้วหรือสำเร็จแก้วนั่นเอง"

ความเห็นนี้ยังไม่ถูกต้อง

สำเร็จนั้นเป็นสมณศักดิ์หรือบรรดาศักดิ์ชั้นต้นของพระเณร ซึ่งเป็นการลำดับชั้นสมณศักดิ์ของพระภิกษุสงฆ์ในประเทศลาวและอีสาน

ไม่ได้หมายถึงการเรียนสำเร็จวิชาสายปู่ใหญ่แต่อย่างใด

วันหลังจะอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังจนเป็นที่เข้าใจถูกต้องต่อไป


--------------------
อฺตตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถนญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
สอนผู้อื่นเช่นใดพึงสอนตนเช่นนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
(พุทธ)ขุ.ธ.๒๕/๓๖
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ธีร์
โพสต์ Sep 22 2014, 08:25 PM
โพสต์ #268


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 661
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
หมายเลขสมาชิก : 8



QUOTE(Yellow Ribbons @ Sep 21 2014, 09:19 PM) *
แหะๆ...อาจารย์ธีร์ จัดภาษามาเต็มแบบนี้ อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ
ข้อยสงกะสัย จึงขอลองแปลความหมายดูจั๊กกะหน่อย

ฮ่วย...เป็นตาย้านคักแท้ คันแม่นขะข้อยพ้อ
แหม...เป็นที่น่ากลัวจริงน้อ ถ้าหากว่าเป็นผมได้พบเจอหละก็

ย้าน = กลัว
คัก = ถูกต้อง แน่นอน จริง
พ้อ = พบ เจอ

คือสิไหลเลอะไหลเลิ่ง ลุกแล่นตำผักตู ตำฝากุฏิ จนมิ่งคาม้องไปคัก ๆ
คงจะฉี่แตกเรี่ยราด ลุกวิ่งชนประตู ชนฝากุฏิ จนสลบที่บริเวณตรงนั้นไปแน่ๆ

เลิ่ง = ลอยล่องไปตามน้ำ
แล่น = วิ่ง
ตำ = ชน
ผักตู = ประตู
ม้อง = เวิ้ง ลาน บริเวณ

ข้อยหาคำว่า "มิ่ง" ไม่เจอ จึงเดาเอาเองว่าแปลว่า "สลบ" ครับ

ฝากอาจารย์ธีร์ หรือ อ้าย Ducklast หรือ ผู้รู้ท่านใดก็ได้
มาตรวจคำแปล และ แนะนำความถูกต้อง จั๊กหน่อยครับ

biggrin.gif laugh.gif biggrin.gif


ไหลเลอะไหลเลิ่ง เป็นสำนวนครับ คือ ตกใจสุดขีดจนคุมสติไม่อยู่แหกปากโวยวายลุกขี้นวิ่งไม่รู้เหนือรู้ใต้

มิ่ง คือ สลบ เดาได้ถูกต้องครับ แต่การใช้จะต้องดูบริบทเพราะความหมายจะเปลี่ยนไป

เช่นถ้าใช้คู่กับ หู เป็น หูมิ่ง คือ หูดับไม่ได้ยินอะไรไปชั่วขณะ
ถ้าใช้กับการนอนหลับ หลับมื่ง , หรือ นอนมิ่ง คือ หลับผล็อยไม่รู้สึกตัว , ตกภวังค์หลับลึกเหมือนสลบไป , อาการวูบหลับใน

นอกจากนี้ยังแปลว่า มึนงง , เซ่อ , นิ่งไปชั่วขณะก็ได้ เช่น เป็นจั่งได๋ถืกคำเว้าเขาสวนคืนมามิ่งไปเลยบ๊อ

ม่อง คือ ที่ , บริเวณ ( ม้อง คำนี้ต้องใช้ ห นำ เป็น หม้อง )

มิ่งคาม่อง คือ สลบคาที่ ครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ธีร์
โพสต์ Sep 22 2014, 08:45 PM
โพสต์ #269


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 661
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
หมายเลขสมาชิก : 8



รูปพระสงฆ์แขวนลูกประคำ ดูแล้วไม่น่าจะใช่พระเมืองลาว น่าจะเป็นพระเมืองเหนือซะมากกว่า
เอ......หรือว่าพระเมืองลาวก็ชอบแขวนประคำเหมือนกัน เพราะมีประวัติศาสตร์ร่วมกันบางช่วง
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Yellow Ribbons
โพสต์ Sep 22 2014, 09:12 PM
โพสต์ #270


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 763
เป็นสมาชิกเมื่อ : 25-August 11
หมายเลขสมาชิก : 701



QUOTE(ธีร์ @ Sep 22 2014, 08:25 PM) *
ไหลเลอะไหลเลิ่ง เป็นสำนวนครับ คือ ตกใจสุดขีดจนคุมสติไม่อยู่แหกปากโวยวายลุกขี้นวิ่งไม่รู้เหนือรู้ใต้

มิ่ง คือ สลบ เดาได้ถูกต้องครับ แต่การใช้จะต้องดูบริบทเพราะความหมายจะเปลี่ยนไป เช่นถ้าใช้คู่กับ หู เป็น หูมิ่ง คือ หูดับไม่ได้ยินอะไรไปชั่วขณะ

ถ้าใช้กับการนอนหลับ หลับมื่ง , หรือ นอนมิ่ง คือ หลับผล็อยไม่รู้สึกตัว , ตกภวังค์หลับลึกเหมือนสลบไป , อาการวูบหลับใน

นอกจากนี้ยังแปลว่า มึนงง , เซ่อ , นิ่งไปชั่วขณะก็ได้ เช่น เป็นจั่งได๋ถืกคำเว้าเขาสวนคืนมามิ่งไปเลยบ๊อ

ม่อง คือ ที่ , บริเวณ ( ม้อง คำนี้ต้องใช้ ห นำ เป็น หม้อง ) มิ่งคาม่อง คือ สลบคาที่ ครับ


ขอบคุณ อ.ธีร์ หลายๆ ครับ

ผมต้องรบกวนมาให้ความรู้เป็นประจำเลย

แต่...ก็คงจำเป็นต้องรบกวนอีกต่อไปเรื่อยๆ แหละครับ...แหะๆ


biggrin.gif tongue.gif biggrin.gif



--------------------


**************************************

สนใจเครื่องเสียง เพลง ภาพยนตร์ และ ธรรม

**************************************
Go to the top of the page
 
+Quote Post

14 หน้า V  « < 12 13 14
Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 19th November 2019 - 01:56 AM