IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
จักรยานมืออาชีพ, ต่างจากมือสมัครเล่นอย่างไร
Ducklast
โพสต์ Dec 21 2016, 07:14 AM
โพสต์ #1


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 3,264
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23





จะขี่จักรยานเพื่อสุขภาพก็แล้วไป

แต่ไม่งั้นสิครับ

พอขี่ไปสักพักก็อดจะแข่งกันไม่ได้

ไม่ว่าจะแข่งเรื่องรถจนกระทั่งเรื่องความเร็วเฉลี่ย

...

ที่โม้ๆกันอยู่ในสังคมจักรยาน บนโลกอินเตอร์เน็ท ก็มีแค่ ๒ เรื่องนี้เป็นหลักเท่านั้น

---

มีใครรู้มาก่อนบ้างไหมว่ามืออาชีพเขาขี่อะไร, ขี่กันยังไง, ขี่ได้แค่ไหน

---

ข้อมูลเก่าๆจาก Bicycling Magazineเผยแพร่มานานราวๆ ๓-๔ ปีมาแล้ว

ถึงวันนี้ยังจะพอเชื่อได้ว่าไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่

---

นักปั่นอาชีพกับนักปั่นธรรมดาทั่วไปซึ่งต่อจากนี้ไปจะเรียกว่ามือสมัครเล่น

โดยมากแล้วความเร็วเฉลี่ยบนทางราบของมือสมัครเล่นจะอยู่ที่ ๒๐กว่าๆ ไปจนถึง ๓๐กว่าๆ (ประมาณ ๒๗-๓๒ กม. ต่อ ๑ ชม.)

แต่มืออาชีพจะทำได้ถึง ๔๐ ขึ้นไปจนถึงประมาณ ๔๕ กม. ต่อ ๑ ชม.

ถ้าเป็นเส้นทางภูเขา ความเร็วเฉลี่ยมือสมัครเล่นจะอยู่ที่ราวๆ ๑๐ กว่าๆ ไม่เกิน ๒๐ โดยทั่วไปก็อยู่ที่ ๑๔-๑๖ เท่านั้น

มืออาชีพจะทำได้ ๓๐ กว่าๆ จนถึง ๔๐

---

ปั่นต่อเนื่อง ๓ ชั่วโมงติดต่อกัน

มือสมัครเล่นโดยมากจะดื่มน้ำไม่เปลือง คือราวๆ ๒-๓ ขวดก็เหลือจะพอ

มืออาชีพดื่มมากกว่า คือ ๔ ขวดขึ้นไป บางคนดื่มมากถึง ๒๐ ขวดก็มี (ในตูร์ เดอ ฟร๊องซ์)

...

เขาว่า..

Tour de France แต่ละเสตจ มีระยะทางเฉลี่ย ประมาณ 170 - 210 กม.ต่อวัน

นักปั่นบางคนอาจจะสูญเสียพลังงานมาก ต้องดื่มน้ำ 1 - 4 ขวด ภายในหนึ่งชั่วโมง (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทาง)

---

พูดถึงการซ้อม..

มือสมัครเล่นโดยมากขี่บ้างไม่ขี่บ้าง เฉลี่ยแล้วสัปดาห์หนึ่งจะได้ระยะทางขี่ ประมาณ ๑๒๐ กม. - ๒๐๐ กม.

ส่วนมืออาชีพขี่กันกระฉูดกระฉาด ราวๆ ๗๐๐ - ๘๐๐ กม ต่อ ๑ สัปดาห์

เรียกว่าเฉลี่ยแล้วต้องมีวันละ ๑๐๐ กม. เป็นอย่างน้อย

ช่องว่างเว้นห่างระหว่างมือสมัครเล่นกับมืออาชีพก็มีอยู่

คนพวกนี้จะขี่ได้ระยะทางสัปดาห์ละ ๓๐๐ - ๔๐๐ กม. คือมีวันละประมาณ ๕๐ กม.

สามารถที่จะเป็นนักแข่งรายการเล็กๆที่ไม่มีทีมชาติหรือตัวแทนเขตลงแข่ง

...

ส่วนเท็คนิคการซ้อมและการแข่งขันจริง ก็จะเป็นเรื่องที่แต่ละคนต้องเรียนรู้เองทั้งสิ้น

ถ้าโชคดีมีมืออาชีพแนะนำจะพัฒนาได้เร็ว

---

หลายคนบอกว่าขี่จักรยานไม่มีอะไรมาก.. ขอให้แข็งแรงก็พอ.. นั่นก็จริง

แต่เทคนิคการขี่ก็เป็นเรื่องที่ผู้รู้จักและมีไว้ใช้ จะได้เปรียบเสมอเมื่อมีการแข่งขัน

---

หลายคนชอบค่อนขอดว่า..

รถแพง แรงไม่มี

รถดี คนขี่ไม่มีแรง

นั่นก็จริงอีก

แต่ไม่ได้แปลว่ารถแพงไม่ดี

รถแพงยังไงก็ดีกว่ารถราคาถูกๆ

...

ทีนี้มาดูว่ามูลค่าคุณภาพของรถและอุปกรณ์ระหว่างมือสมัครเล่นกับมืออาชีพจะแตกต่างจน
ชวนขนลุกขนพองแค่ไหน

ว่ากันว่าราคาเสือหมอบทั้งคันอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับเสือภูเขา
...

เสือหมอบของมือสมัครเล่นอยู่ที่ราคา ๓ หมื่นขึ้นไปจนถึง แสนห้า

กับมืออาชีพต้องมี สองแสนห้าขึ้นไป จนถึง สี่แสนห้า หรือมากกว่านี้

----

เป็นความจริงที่ว่า..จักรยานยิ่งเบายิ่งแพง

แต่กติกาสากลห้ามเบากว่า ๖.๘ กก.ต่อคัน

แว่วๆว่าจะยกเลิกน้ำหนักนี้
คือให้เบากว่าก็ได้

ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน

..

แม้ว่ารถราคาหลักหมื่นจะสามารถทำหน้ำหนักเบาพอๆกับรถหลักแสนจนถึงหลายแสนได้เช่นกัน

นี่ก็ชวนให้สงสัยว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมราคามันจึงต่างกันขนาดนั้น ?

---

คงต้องหาคำตอบที่ถูกใจกันเอาเอง

เมื่อรู้คำตอบแล้ว ก็อย่าได้เก็บเอามาเป็นปมด้อยปมเขื่อง ข่มเหงจิตใจเขากับจิตใจเราเอง

...

ทุกวันนี้ไม่ว่าที่ไหน..คนทั้งหลายพากันหันมาขี่จักรยานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะ สว. ที่พากันห่วงหวงสุขภาพของตน

---

อยากบอกว่า เห็นจักรยานที่ไหน โปรดให้ความเมตตา

...

จักรยานย่อมมีทั้งนิสัยดีและไม่ดีปนเปกันไปเป็นธรรมดา

อย่างไรเสียเขาก็เป็นแค่จักรยาน.. พวกเขาไม่มีส่วนร่วมในการทำให้โลกร้อน

เมตตาเขา แล้วก็กรุณาเขาด้วย

ถ้าหมั่นไส้จนทนไม่ไหว ก็ให้นึกถึงจักรยานที่นิสัยดีๆ หน้าตาสวยๆหล่อๆ.. อารมณ์หงุดหงิดจะได้ทุเลา


--------------------
อฺตตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถนญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
สอนผู้อื่นเช่นใดพึงสอนตนเช่นนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
(พุทธ)ขุ.ธ.๒๕/๓๖
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 23rd October 2017 - 01:54 AM