IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

ปวด..ปวด..ปวด..ตรงนี้มีนักกายภาพบำบัด...ถามได้จ้า.......
Ducklast
โพสต์ May 30 2009, 07:24 AM
โพสต์ #1


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 3,264
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23



คลีนิคกายภาพบำบัดย้ายมาเปิดใหม่ที่นี่ี่

อันนี้คือคลีนิคเก่า
http://www.ampoljane.com/main/index.php?p=...p=15&page=8

เชิญต่อ


--------------------
อฺตตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถนญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
สอนผู้อื่นเช่นใดพึงสอนตนเช่นนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
(พุทธ)ขุ.ธ.๒๕/๓๖
Go to the top of the page
 
+Quote Post
7 หน้า V  < 1 2 3 4 5 > »   
Start new topic
คำตอบ (40 - 59)
zhant~
โพสต์ May 30 2009, 05:19 PM
โพสต์ #41


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25



QUOTE
ใบบัว
มาทำบัตรคนไข้ใหม่ค่ะ...

...............................

สวัสดีอย่างเป็นทางการค่ะ คุณอารังรอง คุณหมอประจำเว็บฯ laugh.gif

คือว่า...มีอาการปวดแถวไหล่ด้านหลัง เรียกไม่ถูกค่ะ จะเรียกว่า "สะบัก" หรือเปล่าคะ ปวดลงมาที่แขน และอุ้งมือเลยคะ เพราะต้องกำเมาท์ (ไม่ใช่หนูนะคะ) ตลอด...

ประกอบกับมีโรคประจำตระกูลด้วยค่ะ คือ ไมเกรน ทำให้ ปวดหัว ปวดตา มากๆ เลยลามไปหมดเลยค่ะ ตั้งแต่หัว ต้นคอ ไหล่ แขน มือ...

...งานประจำที่ทำอยู่ต้องทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ วันละประมาณ 8 ชั่วโมง ติดต่อกันค่ะ ทำมาเป็นเวลา 15 ปี แล้วค่ะ...(ต้องบอกอายุคนไข้ด้วยมั้ยคะ...อิอิ)...

...บางวันงานเร่งๆ ก็ต้องอยู่โอแถมอีก 3-4 ชั่วโมง จนลูกสาวแทบจะโตด้วยทีวีกับจอคอมฯแล้วค่ะ ...กลับบ้านก็ต้องใช้อินเตอร์เนตต่ออีกประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ...

รบกวนถามวิธีการบำบัดด้วยค่ะ ท่าบริหารแรกๆที่คุณอารังรองแนะนำคือ ให้ยืดคอ ทำทุกวันค่ะ...และยืดแขนไปข้างบนหัวค่ะ...

...ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ... tongue.gif


QUOTE
zhant

และขอถามต่อจากคุณใบบัวเลยนะคะว่า
คุณรังรองเคยให้ภาพขณะ ทำงานเกียวกับคอมคิอ
ม้าที่มีความลาดเอียงใต้โต๊ะคอม
มีความลาดเอียงเท่ากับ เท่าไรคะ
เพราะทุกวันนี้ใช้โต๊ะเตี้ยธรรมดาค่ะ

-------------------~@ biggrin.gif @~-------------------
อีกอันเคยเห็นที่ สถานกายภาพบำบัดที่เคยไป เป็นสามเหลี่ยมชิดกำแพง
เคยไปลองเล่นดูดีค่ะ ที่ให้ยืนวางเท้าบนพื้นที่ลาดเอียง
แล้วโน้มตัวเข้าหากำแพง แล้วรู้สึกสบายเท้าหายตึงน่อง
.....แต่ไม่ได้เป็นนะคะ+ไม่ถามหาด้วย(
ขอถามว่า เป็นอะไรต้องใช้ ไม้ตัวนี้
คล้ายกับ ที่เราตื่นเช้ามาแล้วเหยียบกะลาหรือเปล่า
-------------------~@ biggrin.gif @~-------------------

biggrin.gif biggrin.gif

-------------------~@ biggrin.gif @~-------------------


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
zhant~
โพสต์ May 30 2009, 05:29 PM
โพสต์ #42


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25



QUOTE
Originally written by: Ducklast.
แต่ขออีกนิดกระบวนท่าของวิธีที่หนึ่งมีภาพแสดงเพื่อให้เลียนแบบไหมขะรับ
จะได้เอาไว้ทำประจำ

"วิธีที่1 การดัดยืดมัดกล้ามที่มีพังผืดฝัง
ดูทิศทางการวางตัวของกล้ามมัดที่มีปัญหา จัดท่ายืดจนสุด ทำกลับไปกลับมาซ้ำๆโดยยืดจนสุดทุกครั้ง คราวละ 10-20 ครั้ง วันละหลายๆรอบ (ว่างก็ทำ)พังผืดจะสลายได้"


QUOTE
รังรอง
เจอภาพลายเส้นแสดงจุดTrigger point เหมือนของคุณDucklast.ได้ชัดๆ อีกภาพ



และนี่คือ ท่ายืดsupraspinatusด้านขวา มี2 ภาพค่ะ

ภาพที่1 ยืดเอง ....
แขนขวากางระนาบเดียวกับลำตัว
ไหล่ขวาอ้ามุมออกด้านข้าง 90องศา
แล้วหมุนแขนขวาช่วงใต้ศอก เหมือนจะเอามือมาไขว้หลัง
(การหมุนตรงนี้ คือจังหวะที่ยืดกล้ามนี้เลยค่ะ)
ให้มุมแหลมของศอกชี้ไปด้านหลังเล็กน้อย

ส่วนในภาพนี้มีใช้แขนซ้ายไขว้มาด้านหลัง ก็เพื่อยืดล็อคลำตัวซีกซ้ายไว้
มิให้กล้ามที่วิ่งในแนวเดียวกันทางซีกซ้าย
เลื่อนตัวตามกล้ามที่เราจะเหยียดยืดคือsupraspinatusด้านขวา

หมายเหตุ ท่านี้ใช้ยืดกล้ามหน้าอกซ้าย
และกล้ามบ่าซ้ายที่วางตัวขนานพื้นและอยู่บนๆ(upper Trapezius) ไปด้วย
ซึ่งคนเล่นคอมพ์วันละนานๆมักเจ็บตรงนี้ได้บ่อยๆ

ภาพที่ 2 คนอื่นยืดให้พร้อมกดจุดไปด้วย ......
โดยกางไหล่ 90 องศาก่อน แล้วหมุนให้แขนส่วนใต้ศอกชี้ลงล่างค่ะ

ท่ายืดInfraspinatusด้านขวา

ภาพที่ 3 เป็นการยืดกล้ามทั้งชุดที่เกาะกับสะบัก ....
และวิ่งอยู่ในแนวHorizontal(ขนานพื้นโลก)ทุกกล้ามค่ะ
รวมทั้ง Infraspinatus ด้วย

wink.gif ทีนี้ก็เป็นหมอรักษาตัวเองได้เลยค่ะ


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
zhant~
โพสต์ May 30 2009, 05:34 PM
โพสต์ #43


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25



QUOTE
รังรอง
ปัญหาของคุณใบบัวก็น่าจะเป็นกลุ่มอาการMPS (Myofascial Pain) เช่นกัน
แต่เกิดกับกล้ามบริเวณคอ

ลองดู 2ภาพนี้ ที่มีกากะบาด(หรือจุดดำ) ฝังตัวอยู่

unsure.gif

แค่ 2 กล้ามนี้ ก็ลามปามอาการให้มีทั้งปวดศีรษะ ปวดกระบอกตาตรงคิ้ว
ปวดตา ปวดโหนกแก้มได้หมดเลย
(สีแดงคือที่มีอาการ)

ส่วนกลุ่มกล้ามที่น่าจะมีปัญหามากอีกกลุ่ม
ก็คือกล้ามที่เกาะแถวในระหว่างสะบักกับกระดูกสันหลัง(Rhomboid)ค่ะ



ท่ายืดกล้ามชุดกลุ่มนี้(Rhomboid) ง่ายๆก็แบบนี้ค่ะ ......... tongue.gif เป็นการยืดด้านซ้ายนะคะ

(ยังไม่มีเวลาตอบให้ทั้งหมด จะต้องไปทำงานแล้ว ดูเท่านี้ไปก่อนนะคะ)


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
zhant~
โพสต์ May 30 2009, 05:45 PM
โพสต์ #44


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 541
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : Bangkok 10160
หมายเลขสมาชิก : 25



QUOTE
ใบบัว
ขอบคุณค่ะ...จะลองเอาไปทำดูนะคะ... tongue.gif


เรียนคุณหมอรังรอง
มากรุงเทพฯ ต้องมากดจุดให้นะคะ biggrin.gif ตอนนี้ใช้ไม่อาญาสิทธิ์ไปก่อน
ปวดไหล่ และตาลายมากค่ะ ....... sad.gif
biggrin.gif laugh.gif

เชิญถาม / ตอบต่อเลยค่ะ

wub.gif ......... ด้วยรักจากคนคุ้นเคย wub.gif


--------------------


081-4422-394
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ May 30 2009, 09:14 PM
โพสต์ #45


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14






ต้องขออภัยคุณใบบัวมากๆค่ะ
วันก่อนมีเวลาไม่พอที่จะค้นภาพมาตอบให้
ก็เลยตอบค้างไว้

เลิกงานมา พบwebใหม่ ทุกอย่างถูกล็อค
ทำอะไรไม่ถูกบนwebใหม่ ไม่ค่อยคุ้นค่ะ
ก็เลยติดค้างมาอีก

วันนี้ก็อยู่ระหว่างเดินทางไปทำธุระ
จึงขอโผล่มาทักทายผู้ทีเคยติดตามอ่านในหน้าwebเดิมไว้ก่อน
ยังไม่หนีหน้าไปไหนนะคะ

คิดถึงทุกคนค่ะ
แต่การค้นภาพให้ตรงกับสิ่งที่อยากบอก
ต้องใช้เวลามากพอ
จึงจะเขียนแต่ละเรื่องจบ คูณใบบัวรออีกนิดนะคะ

sad.gif


--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
เดือน สวนขลัง
โพสต์ May 30 2009, 11:19 PM
โพสต์ #46


คุณพระ
***

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 101
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : มุมหนึ่งของเมืองหลวง
หมายเลขสมาชิก : 4



สวัสดีค่ะคุณอารังรอง...บอร์ดใหม่ "ใบบัว" ใช้ชื่อ "เดือน สวนขลัง" นะคะ...

รออ่านอยู่ทุกวันค่ะ...คุณอา (ขออนุญาตเรียกเช่นนี้นะคะ ได้เปล่าคะ)...

คุณอาใช้คำพูดที่เข้าใจง่าย และขำๆด้วยค่ะ ไม่ซีเครียดเลย คนไข้อย่างหนู หรือาจจะหลายๆคน คงอ่านไปยิ้มแก้มตุ่ยไป...
...

พรุ่งนี้ หนูจะรอนะคะ...

มะรืนหนูก็จะรอค่ะ...
tongue.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jun 3 2009, 12:59 AM
โพสต์ #47


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



ปัญหาของคุณเดือน สวนขลัง ที่รอการตอบให้สมบูรณ์

...............................
QUOTE
สวัสดีอย่างเป็นทางการค่ะ คุณอารังรอง คุณหมอประจำเว็บฯ

คือว่า...มีอาการปวดแถวไหล่ด้านหลัง เรียกไม่ถูกค่ะ จะเรียกว่า "สะบัก" หรือเปล่าคะ
ปวดลงมาที่แขน และอุ้งมือเลยคะ เพราะต้องกำเมาท์ (ไม่ใช่หนูนะคะ) ตลอด...

ประกอบกับมีโรคประจำตระกูลด้วยค่ะ คือ ไมเกรน ทำให้ ปวดหัว ปวดตา มากๆ
เลยลามไปหมดเลยค่ะ ตั้งแต่หัว ต้นคอ ไหล่ แขน มือ...

...งานประจำที่ทำอยู่ต้องทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ วันละประมาณ 8 ชั่วโมง ติดต่อกันค่ะ
ทำมาเป็นเวลา 15 ปี แล้วค่ะ...(ต้องบอกอายุคนไข้ด้วยมั้ยคะ...อิอิ)...

...บางวันงานเร่งๆ ก็ต้องอยู่โอแถมอีก 3-4 ชั่วโมง จนลูกสาวแทบจะโตด้วยทีวีกับจอคอมฯแล้วค่ะ ...
กลับบ้านก็ต้องใช้อินเตอร์เนตต่ออีกประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ...

รบกวนถามวิธีการบำบัดด้วยค่ะ ท่าบริหารแรกๆ ที่คุณอารังรองแนะนำคือ ให้ยืดคอ ทำทุกวันค่ะ...
และยืดแขนไปข้างบนหัวค่ะ...

...ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ...


""""""""""""""""""""""""""


เริ่มกันใหม่นะคะ

ปัญหาของคุณเดือนที่มีชั่วโมงหน้าคอมพ์ถึงครึ่งค่อนชีวิตประจำวัน



แล้วมีลักษณะการปวดดังที่ว่ามา
"มีอาการปวดแถวไหล่ด้านหลัง
ปวดลงมาที่แขน และอุ้งมือเลยคะ เพราะต้องกำเมาท์ "
"ประกอบกับมีโรคประจำตระกูลด้วยค่ะ
คือ ไมเกรน ทำให้ ปวดหัว ปวดตา มากๆ เลยลามไปหมดเลยค่ะ ตั้งแต่หัว ต้นคอ ไหล่ แขน มือ..."


ประวัติและร่องรอยที่มีอาการปวดแบบนี้
ตอบแบบไม่มีการตรวจร่างกายกัน..วิเคราะห์จากประวัติล้วนๆ
ก็คิดถึงMyofascial Painไว้อันดับต้นๆเลยค่ะ

เนื่องจากในคนที่ต้องใช้แขน 2 ข้าง ทำงานประสานกัน ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ
กล้ามรอบๆลำคอและสะบักของเขาจะต้องทำหน้าที่ดุจ"กอหญ้า" หรือ"คนฉุด"
แบบเดียวกับในตัวอย่างคนเอื้อมเก็บบัวที่ตอบคุณDucklast.ไปแล้ว

เท่านั้นยังไม่พอ การใช้สายตามองดูจอภาพตรงหน้า
ก็กล้ามคออีกนั่นแหละที่ตรึงให้ศีรษะตั้งตรงอยู่ได้ตลอดเวลาการทำงาน
อย่างไม่เคยร้องขอหยุดไปพักก่อนงานตรงหน้าจะเสร็จสิ้น
เรียกว่าแขนและสายตา..จะทำอะไร
คอก็เป็นกองหนุนให้...เป็นมิตรคู่ใจกันอย่างไม่เคยหน่ายหนี

กล้ามที่ว่านี้..เมื่อทำงานต่อเนื่องกันนานๆ
+ การทรงท่าเดิมๆ(นั่งอยู่หน้าจอลักษณะเดิมๆ)ขาดการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว
ก็คล้ายกับที่เราพบเห็นท่อสายยางที่มีตะกอนตะไคร่น้ำเกาะหมักหมมอยู่ภายใน

หากไม่มีการถ่ายเทน้ำดีเข้าไปเจือจางตะกอนที่ขัง
และขาดการฉีดน้ำสะอาดเข้าไปอัดล้างไล่เอาตะกอนนั้นออกมาจากในท่อ
ตะกอนนั้นก็ย่อมเพิ่มปริมาณขึ้นทีละน้อย ทีละน้อย จนสะสมแน่นเต็มท่อไปหมด

วันแล้ววันเล่า ..15 ปี หนี่งในห้าของอายุขัย
จากสายยางที่จับหักงอพับไปพับมาได้ดีเวลาไม่มีตะกอนจับอยู่ภายใน
ก็กลายสภาพเป็นสายยางที่สูญเสียความสามารถในการนั้นไป
เพราะเมื่อจะพับก็ติดก้อนตะกอนที่แพ็คตัวอัดแน่นอยู่ภายในสายยางนั้น

กล้ามเราก็มีวิถีแห่งความเป็นไปที่ไม่ต่างกัน

การขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวกล้ามในตัวเราให้ครบทุกส่วน
ยืดเหยียดจนสุดความยาวของแต่ละกลุ่มกล้ามที่ทำงานร่วมกัน
ย่อมทำให้เกิดแรงปั๊มอัดฉีด..ให้เลือดดีๆ ที่มีออกซิเจนปริมาณสูงเข้าไปสร้างความสดชื่นให้แก่เซลกล้ามเนื้อ
และช่วยกวาดต้อนตะกอนสารเคมีที่เป็นของเสีย

ที่เกิดในกล้าม จากการสันดาปเอาพลังงานจากอาหารที่เม็ดเลือดแดงพามาไปใช้หมดแล้ว
มิให้ตกตะกอนค้างคาในกล้าม



การขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวกล้าม จึงคือกุญแจดอกสำคัญที่จะล้างกล้ามเราให้สะอาดหมดจด กลับมีชีวิตชีวาที่สดใส ไร้ความเจ็บปวด



นี่คือภาพท่ายืดเหยียดสำคัญสำหรับคุณเดือน


1. ยืดกล้ามSternocleidomastoid ที่ด้านข้างคอ


แสดงจุดที่เป็น และพื้นที่ที่มีอาการของกล้ามด้านขวา
ส่วนภาพล่างนี้ แสดงการดัดยืด

ภาพแสดงการยืดกล้ามSternocleidomastoid ของด้านซ้าย..มีอาการด้านซ้ายก็ยืดซ้าย
(ขออภัย..หารูปดัดยืดด้านขวาไม่ได้ค่ะเลยแสดงภาพของคนมีปัญหาด้านซ้ายแทน
)



2. ยืดกล้ามupper Trapezius ที่บ่าขวา

...........................

แสดงจุดที่เป็น และพื้นที่ที่มีอาการของกล้ามด้านขวา........การยืดกล้าม Upper Trapezius ของด้านขวา


3. ยืดเหยียดกล้ามกลุ่มที่ใช้กำเมาส์ คือกล้ามต่างๆ ที่ใช้กำมือ/นิ้วมือ ลองทำตามดูนะคะ
ภาพชุดนี้เขาใช้แนะนำให้ทันตแพทย์ที่มีชั่วโมงกำเครื่องมือทำงานทีละนานๆ ไม่แพ้นักคอมพ์ค่ะ


unsure.gif
นอกจากนี้การยืดเหยียดด้วยท่าโยคะเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อทั่วตัว
ก็เป็นเรื่องที่คุณเดือนควรให้ความสนใจนะคะ
ท่าที่มีในเอกสารที่จะส่งให้ใช้เวลาทำประมาณ20-30นาทีเท่านั้นเอง

รับไปทำเถอะค่ะ...จะมาเลือกยืดเหยียดกันทีละกล้ามทำไมกัน?
แบบคุณเดือนมีปัญหาตึงมานานนับปี ยืดกล้ามหนึ่ง อาจไปรั้งกล้ามอื่นให้ตึงแทนก็ได้

"โยคะการฝึกทำทุกวัน"นี่ ยืดทุกส่วน เพิ่มพลังผลักพาของเสียออกไปทิ้งได้ดีมากจริงๆ
และเขาให้เราเริ่มยืดเท่าที่เราไปได้..จนถึงก่อนจะตึง หรือก่อนที่จะเจ็บ ไม่ให้ฝืนใดๆทั้งสิ้น
เราก็จะค่อยดีวันดีคืนค่ะ


ที่อยู่คุณเดือนที่ทราบคือที่ตั้งหนังสือนิตยสารศักดิ์สิทธิ์ ยังใช้ได้ไหมคะ?
และทราบว่าคุณพ่อคุณเดือนเป็นเจ้าของคอลัมน์เล่าบุญญฤทธิ์ของหลวงปู่เกษม เขมโกในนั้น
ถ้ายังไงตอบตรงนี้ด้วยนะคะ

unsure.gif
ตอนนี้อะไรที่ช้าลงก็ขอให้ทราบว่าคนตอบนี้ใช้เน็ตไม่เก่ง ยังไม่ชินกับwebใหม่จริงๆ
กำลังพยายามอยู่ค่ะ ทำผิดทีภาพที่ค้นไว้ก็หายไปทางไหนก็ไม่รู้ค่ะ
ก็ถือว่ามาพัฒนาตัวในการใช้เน็ต แต่บางทีเวลาก็มีจำกัด
ทำหายทีก็ต้องไปนอนทำใจ แล้วมาเริ่มใหม่

อะไรในโลกก็เป็นไปอย่างนี้
ทุกอย่างย่อมไม่อยู่กับที่ มีการเปลี่ยนแปลงไม่แค่เพียงเรื่องนี้
แต่เป็นกับทุกเรื่อง เราก็ต้องกลมกลืนไปกับเขาให้ได้ คนอื่นๆเขาทำได้ง่ายๆมาแล้ว


--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jun 3 2009, 01:21 AM
โพสต์ #48


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14





unsure.gif อีกนิดสำหรับคุณเดือน สวนขลังนะคะ

การที่เป็นมานาน การรักษาด้วยตนเองอาจให้ผลช้า
หากทำตามที่แนะนำนี้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น

ขอแนะนำไปรับการรักษาทางกายภาพบำบัดเพิ่มเติมด้วย


--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jun 3 2009, 07:24 AM
โพสต์ #49


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



unsure.gif
QUOTE
คำถามจากพี่แอ๊ด

ขอถามว่า ที่คุณรังรองเคยให้ภาพขณะ ทำงานเกี่ยวกับคอมคิอ
ใช้ม้านั่งที่มีความลาดเอียงใต้โต๊ะคอม
มีความลาดเอียงเท่ากับ เท่าไรคะ
เพราะทุกวันนี้ใช้โต๊ะเตี้ยธรรมดาค่ะ



ภาพนี้ แสดงการทรงท่าที่ดีในขณะนั่งทำงานหน้าคอมพ์

การนั่งบนที่นั่ง(seat)ที่ลาดเอียงลงด้านหน้าประมาณ20องศา
และจัดให้ฝ่าเท้าล็อคอย่างมั่นคงกับที่รองเท้าที่มึมุมเอียงสอดรับกัน ดังในภาพ
ช่วยให้ลำตัวปักลำตั้งตรงอย่างมั่นคงไม่โอนเอนง่าย
เนื่องจากการจัดดังท่านี้บังคับให้เส้นศูนย์ถ่วงของร่างกายที่อยู่เหนือที่นั่ง
ตกลงหว่างกลางส่วนฐานของร่างกายที่สัมผัสกับseatที่นั่งพอดี
เหมือนกับที่เราเล่นตุ๊กตาล้มลุก
ไม่ว่าเราจะผลักตัวตุ๊กตานี้ให้เอนไปทิศทางใดก็ตาม
เส้นศูนย์ถ่วงที่ตกลงกลางฐานตุ๊กตา จะพาตุ๊กตานั้นคืนมาตั้งตรงได้ทุกครั้งไป

การทรงท่าที่จัดแนวแรงของศูนย์ถ่วงร่างกายไม่ออกไปนอกฐาน
ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อกลุ่มที่ให้ความมั่นคงแก่ตัวเรา(คือ"กลุ่มกอหญ้า"
หรือ"คนฉุด"ในทฤษฏีคนเอื้อมเก็บบัวที่ริมสระของเรา) ไม่ให้ต้องทำงานหนัก

เมื่อกล้ามเหล่านี้สบายดี
การไหลเวียนพลังของเส้นปราณของอวัยวะต่างๆบนตัวเราย่อมไม่สะดุดอุดกั้น
อวัยวะน้อยใหญ่ทุกระบบก็จะทำงานเป็นปกติ คนก็จะห่างไกลจากโรค

แต่หากเป็นตรงกันข้าม..ในคนที่ไม่ทรงท่าให้ดี
นั่งเอกเขนก ตัวบิดเบี้ยว บางคนเล่นคอมพ์โดยไม่ใช้โต๊ะ
วางเครื่องกับพื้นแล้วก้มตัวมาเล่น หรือนอนพังพาบเล่น
หรือแม้คนที่นั่งเก้าอี้ แต่ไม่จัดให้ศูนย์ถ่วงร่างกายตกลงบนกลางฐาน



แบบนี้เท่ากับทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัวค่ะ
เพราะกล้ามที่ให้ความมั่นคงทั้งหลาย ซึ่งเกาะอยู่ในลำดับในสุด คือยึดตัวติดกับโครงกระดูก
ที่เป็นโครงร่างของลำตัวคือกระดูกสันหลัง และซี่โครง
จะต้องถูกยืดตัวมาใช้งานต่อเนื่องกันนานๆ ตลอดเวลาที่เราทรงท่าไม่ดีนั้น
คราวละนับชั่วโมงหรือกว่านั้น
ก็ย่อมก่อและทำให้มีการสะสมของเสียในกล้ามเหล่านั้น ทำให้ปวดหลัง
ปวดสะบัก ปวดคอ เรื้อรังได้อย่างไม่ยากเย็น

หนำซ้ำกลุ่มกล้ามเหล่านั้นอาจเสียความยืดหยุ่นจนมีสภาพกลายเป็นก้อนเนื้อแข็ง
และอาจไปกดหลอดเลือดหรือเส้นรากประสาทที่พาดตัวอยู่ในบริเณนั้น
ก่อปัญหาเลือดเดินไม่สะดวก การไหลเวียนเลือดไม่ดี
อวัยวะปลายทางก็อาจขาดเลือดไปเลี้ยง หรือเกิดปัญหาหลอดเลือดอุดตัน
เป็นริดสีดวงทวาร ขาชา ได้จิปาถะ

หากทับรากประสาทก็มีอาการปวดหลัง ปวดก้นกบ ปวดก้น
ปัสสาวะเล็ดราด ปัสสาวะไม่สะดวก ทัองผูกเรื้อรัง ปวดขา ขาชา

ฉะนั้น เมื่อใช้คอมพ์ก็พึงควรดูแลตนเองดังนี้
1.จัดท่านั่งให้ดีไว้ก่อนจะลดปัญหาที่อาจตามมาได้มาก

2.ควรกำหนดเวลาให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเป็นระยะ
โดยอาจตั้งนาฬิกาปลุกให้ต้องลุกขึ้นเดินไปปิดบ้างก็ได้

3.ยืดเหยียดกล้ามกลุ่ม"กอหญ้า"หรือ"คนฉุดไม่ให้คนเก็บบัวตกสระ"ของเราบ้าง แบบนี้


ทำตามที่เขาบอกข้างๆภาพทีละ10ครั้ง พัก/ แล้วอีก10 พัก /แล้วอีก 10 รวมเป็น 30 ครั้งค่ะ



rolleyes.gif ดังนี้แล้ว ความสุขจากการเล่นคอมพ์ก็จะอยู่กับเราไปอีกนานแสนนานค่ะ


--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
เดือน สวนขลัง
โพสต์ Jun 3 2009, 07:32 AM
โพสต์ #50


คุณพระ
***

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 101
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : มุมหนึ่งของเมืองหลวง
หมายเลขสมาชิก : 4



ขอบคุณค่ะคุณอารังรอง...สำหรับคำแนะนำทั้งหมด ทั้งมวล

สำหรับเอกสารที่จะกรุณาส่งให้เดือน ตามที่คุณอาเข้าใจค่ะ

เผื่อคุณอาไม่ต้องค้นนะคะ วงเดือน เย็นฉ่ำ นิตยสารศักดิ์สิทธิ์ 306/54-55 ซ.ทับสุวรรณ ถ.อโศก-ดินแดง แขวง/เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400

กราบขอบพระคุณมากๆค่ะ...


.....................................

ชอบสำนวนที่คุณอาเขียนจัง รองจาก "ลุงคนนั้น" เลยค่ะ... tongue.gif

ว่างๆมีเวลาแวะไปเที่ยว "สวนฯ" เล็กๆของเดือนมั่งนะคะ...
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jun 3 2009, 11:31 PM
โพสต์ #51


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



ตอบคุณเดือน สวนขลังอีกนิด

ส่งเอกสารและCDโยคะให้แล้วนะคะ
พรุงนี้คงได้รับ

การเริ่มต้นทำโยคะ การฝึกทำทุกวัน
ควรยืดเหยียดกล้ามโดยเริ่มจากเท้าก่อน
เนื่องจากเท้าคือส่วนที่อยู่ไกลจากสมองอันเป็นต้นเงื่อนของระบบประสาททั้งหมด

ลองว่ายืดเส้นที่วิ่งยาวที่สุดได้แล้ว
ที่เหลือ..จะไปไหนเสีย...


เมื่อทำท่าชุดแรกที่เปรียบเสมือนการwarm up กล้ามเนื้อทั่วตัว เรียบร้อยแล้ว
จึงตามด้วยท่าพื้นฐาน ที่ประกอบด้วยท่าจรเข้ ท่างู ท่าตั๊กแตน
ท่าศพ ท่าคันไถ แล้วตามด้วยชุดพื้นฐานในท่านั่ง

ขอบคุณที่ให้กำลังใจมาค่ะ
"ลุงคนนั้น"น่ะ คนตอบเองก็เห็นด้วยว่าไม่มีใครเกินเขาไปได้ "คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา"




rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif rolleyes.gif




--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jun 4 2009, 02:47 AM
โพสต์ #52


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



QUOTE
อีกคำถามจากพี่แอ๊ด

อีกอันเคยเห็นที่ สถานกายภาพบำบัดที่เคยไป เป็นสามเหลี่ยมชิดกำแพง
เคยไปลองเล่นดูดีค่ะ ที่ให้ยืนวางเท้าบนพื้นที่ลาดเอียง
แล้วโน้มตัวเข้าหากำแพง แล้วรู้สึกสบายเท้าหายตึงน่อง

ขอถามว่า เป็นอะไรต้องใช้ ไม้ตัวนี้
คล้ายกับ ที่เราตื่นเช้ามาแล้วเหยียบกะลาหรือเปล่า


ผู้ตอบไม่เห็นของจริง ว่าอุปกรณ์นั้นมีรูปพรรณสัณฐาน ขนาด เช่นไร
แต่จากที่พี่แอ๊ดเล่า ภาพนี้น่าจะเป็นอุปกรณ์ทำนองเดียวกัน



คือเป็นอุปกรณ์ช่วยการจัดเท้าให้ส่วนปลายเท้ากระดกขึ้นด้านบนมากขึ้นกว่าปกติ
เพื่อประกอบในการฝึกนักกีฬา หรือผู้ป่วยหลังผ่าตัดต่อเอ็นหรือกล้ามเนื้อในขาที่ฉีก
ให้แข็งแรงและได้ความยืดหยุ่นที่ดีกลับคืนมา

โดยนำมาเหยียบแล้วดันกำแพงยืดกันแบบนี้(หาภาพแบบใช้อุปกรณ์ไปด้วยไม่ได้)



การก้าวขาดันกำแพง เป็นการยืดน่อง(ในภาพนี้กำลังยืดน่องขาซ้าย)
โดยใช้น้ำหนักตัวโน้มไปข้างหน้าขณะล็อคฝ่าเท้าไว้กับพื้น
เมื่อโน้มไป กล้ามน่องจะถูกยืดมากขึ้นทีละน้อย ทีละน้อย จนสุดความยาว
เมื่อทำแล้วจึงรู้สึกสบาย หายเมื่อยล้าที่น่อง

ปกตินักกีฬาที่ต้องการความคล่องตัวของขาขณะเล่นมากๆ เช่น กีฬาบาสเก็ตบอล
วอลเลย์บอล ฟุตบอล เทนนิส วิ่งต่างๆ
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยืดเหยียดกล้ามกลุ่มนี้ก่อนการลงฝึกซ้อมหรือลงแข่งขัน
เพื่อป้องกันการบาดจ็บจาการใช้งานมาก
และเพื่อให้พร้อมรองรับจังหวะที่ต้องก้าวขาไปสร้างโอกาส
ที่จะทำแต้ม หรือเก็บคะแนนขณะแข่งขัน

rolleyes.gif rolleyes.gif

คล้ายเหยียบกะลาไหม?
ตอบว่าไม่คล้ายกันนัก คือเหยียบกะลา ในสายการแพทย์ตะวันออกนิยมให้เหยียบด้วยเท้าเปล่า
ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าที่ฝ่าเท้าจะมีจุดพิกัด
ที่เชื่อมโยงถึงอวัยวะทุกส่วนของร่างกายได้


การนวดหรือกด(ใช้แรงพอประมาณเท่านั้น) ที่จุดตัวแทนของอวัยวะต่างๆ
มีผลไปทำให้อวัยวะเหล่านั้นทำงานได้ดีขึ้น
ดังจะเห็นได้จากที่มีผู้ทำรองเท้าที่มีตุ่มๆอยู่ที่พื้นรองเท้ามาขาย
ส่วนจะได้ผลกับการกดตลอดเวลาทุกจุดแบบนั้นหรือไม่
งานนี้คงต้องลองกันเอาเองค่ะ...ยังไม่เคยซื้อมาใช้ tongue.gif
หากจะลองกดเอง ขอแนะนำว่าอย่าไปกดลึกมากโดยไม่แม่นในจุดที่กด
และใช้ยางลบดินสอแบบก้อนกด จะนุ่มกว่าใช้นิ้วมือกดค่ะ

นอกจากนี้ ในคนที่มีปัญหาเจ็บฝ่าเท้า
ความโค้งและแข็งของกะลา
ช่วยยืดเหยียดคลายความตึงของเนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้อีกด้วย

ปรับปรุงเนื้อหาและภาพ : 17 ก.ค.2555


--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jun 4 2009, 06:18 AM
โพสต์ #53


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43






ขอบคุณสำหรับคำตอบที่กระจ่างชัดมาก ๆค่ะ biggrin.gif
ชอบไปปฎิบัติกับไม้นี้มาก ๆ หลังจากที่ไปรับการรักษาแขน และข้อมือเสร็จค่ะ
คุณหมอใจดีอนุญาต แต่วันไหนมีคนไข้ที่ต้องใช้ไม้นี้ ก็ไม่ได้ทำค่ะ
ภาพดี ๆ ที่แนบมาให้ เดี๋ยวจะลองให้น้อง ๆ ที่เฟรนลี่ซีทำดูค่ะขอบคุณอีกครั้งค่ะ


ทีนี้มีเพื่อนฝากถามค่ะ

คือเธอสมบูรณ์มาก ตอนนี้เธอมีอาการเจ็บที่ส้นเท้า ที่เป็นส่วนเนื้อที่ส้นเท้าซ้าย
เจ็บมาก ๆ จะบวม ฝ่าเท้าตึง
ตื่นขึ้นมา เดินเจ็บมากที่สุด ต้องเดินแบบเขย่งเก็งกอย
เธอทำท่าให้ดูด้วยค่ะ พอนึกถึงเธอแล้วเธอทำได้น่าขันจริง ๆ tongue.gif

แต่จริง ๆ แล้วเธอเจ็บมากค่ะ.... ขอคำแนะนำด้วยนะคะน้องรัก


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
เดือน สวนขลัง
โพสต์ Jun 4 2009, 10:26 PM
โพสต์ #54


คุณพระ
***

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 101
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : มุมหนึ่งของเมืองหลวง
หมายเลขสมาชิก : 4



ขอบพระคุณม๊ากมากค่ะคุณอารังรอง...เอ่อ...คือเขียนไม่ออกแล้วค่ะ...
ดีใจจังที่เว็บฯนี้มีผู้ใหญ่ใจดีถึง 3 ท่าน...

ใครรู้ตัวโปรดแสดงตัวด้วย...อิอิ...เรียงตามอายุ หรือขนตาดีน๊า...
... tongue.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jun 5 2009, 08:10 AM
โพสต์ #55


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



QUOTE
ทีนี้มีเพื่อนฝากถามค่ะ

คือเธอสมบูรณ์มาก ตอนนี้เธอมีอาการเจ็บที่ส้นเท้า ที่เป็นส่วนเนื้อที่ส้นเท้าซ้าย
เจ็บมาก ๆ จะบวม ฝ่าเท้าตึง
ตื่นขึ้นมา เดินเจ็บมากที่สุด ต้องเดินแบบเขย่งเก็งกอย
เธอทำท่าให้ดูด้วยค่ะ พอนึกถึงเธอแล้วเธอทำได้น่าขันจริง ๆ


เจ็บฝ่าเท้าตรงส้น
อาการนี้ ใครไม่เป็นเองจะไม่รู้ว่ามันทุกข์ทรมานและบั่นทอนความสุขในชีวิตเพียงใด
"พ่อกะลูกเขาจะไปเที่ยวกัน เราก็ไปกะเขาไม่ไหว"
"ไปจ่ายตลาดไม่ได้มา5วันแล้ว ต้องสั่งกับข้าวร้านข้างบ้านมากิน แฟนบ่นทุกวัน"
ถ้อยคำทำนองนี้จากปากผู้ที่มีปัญหาเจ็บส้นเท้า เป็นเรื่องพบได้เสมอ

ทำไมถึงเกิดเจ็บส้นเท้า?
มารู้จักฝ่าเท้ากันก่อน

เท้าประกอบกันขึ้นมาจากกระดูกเท้า ที่เชื่อมโยงติดกันด้วยกล้ามเนื้อและเยื่อยึดกระดูก
ใต้กระดูกเท้ามีกล้ามเนื้อและแผ่นPlantar fasciaเกาะอยู่
เท้ามีเส้นประสาทที่วิ่งจากช่องกระดูกสันหลังแถวเอวลงมารับรู้ความรู้สึก
เพื่อปกป้องเราจากอันตรายต่างๆ เช่น เหยียบไฟร้อนๆ หรือของแหลมคม
ก็จะรายงานไปยังสมองให้สั่งเราให้ชักเท้าหนี เป็นต้น



การเจ็บส้นเท้า มีสาเหตุได้ทั้งจากสิ่งที่มาประกอบกันเป็นเท้าได้รับอันตราย
หรือเกิดจากตัวเส้นประสาทได้รับอันตรายหรือถูกบีบรัดหรือถูกกดเบียดไว้ก็ได้

โดยทั่วไปปัญหาเจ็บส้นเท้ามักเริ่มจากการที่กล้ามเนื้อTibialis posterior(TP)
ไม่คลายตัว อาจจะจากการเล่นกีฬา การต้องยืน หรือเดินต่อเนื่องกันนานๆโดยไม่ได้หยุดพักให้พอ
ทำให้จุดเกาะของกล้ามนี้ที่เท้าเกิดการอักเสบขึ้น



rolleyes.gif
ถ้าถามว่าทำไมก่อนหน้านั้นไม่เจ็บ
การกระตุ้นให้เกิดอาการมีค่ะ
จุดเปลี่ยนจากร่างกายทนได้ มาเป็นเจ็บ ต้องมีการสะสมปัญหากล้ามตึงสุดๆอยู่แล้วมาก่อน
แล้วเกิดมีวันหนึ่ง ต้องไปอบรม ต้องขนกระเป๋าหนักๆหลายใบ
แม้มีล้อลาก เวลาขึ้นลงบันไดก็ต้องยก เหลียวหน้า เหลียวหลังจะให้ใครช่วย ทุกคน..ก็เหมือนกัน..(ต่างมองหาคนช่วย)
สุดท้ายก็ต้องกัดฟันยก ยก ยกกันจนถึงที่
หรือไปจ่ายตลาด น้ำหนักของที่เพิ่มมาทีละถุงๆๆๆ รวมแล้วไม่เบานะคะ
หรือคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มแล้วต้องยืนกันนานๆ (อย่างในคนอาชีพครู ช่างเสริมสวย)
เหล่านี้ ทำนองนี้ คือจุดเปลี่ยนที่ว่า

เมื่อเจ็บบบบบ...คนก็ไม่กล้าลงน้ำหนักที่ส้น
เวลายืน เดิน ก็ใช้วิธีเขย่งยกส้นเท้าลอยให้พ้นพื้นไว้

ผลที่ตามมา จากการเดินแบบที่ว่านี้
1.กล้ามที่ว่า(Tibialis posteriorหรือTP)จะยิ่งหดตัวตึงรั้งขึ้นไปที่น่องมากขึ้น
และทุกๆก้าวที่เดิน แผ่นPlantar fasciaก็จะถูกรั้งตัวซ้ำๆ
ย้ำให้เกิดการระคายเคืองตรงที่เกาะของมันที่ตรงกระดูกส้นเท้า ที่มีเส้นประสาทพาดอยู่
บ่อยเข้าก็อักเสบขึ้น คราวนี้จะเจ็บตรงส้น มาถึงเอ็นร้อยหวายที่ด้านหลังส้นเท้าขึ้นมา
(การอักเสบนั้นเป็นได้ทั้งที่เนื้อเยื่อ และที่เส้นประสาท)

2.หากมีแคลเซี่ยมมาเกาะเพื่อล็อครอยอักเสบตรงส้นไม่ให้ลามต่อไป
แคลเซี่ยมที่หนาตัวขึ้นก็จะกลับกลายเป็นก้อนแข็งที่มาจำกัดการเคลื่อนไหว
และอาจเลยเถิดไปทำให้เนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่ข้างเคียงอักเสบระคายเคืองได้อีก
(เวลาX-raysจะเห็นเป็นรอยแหลมยื่นลงมาจากกระดูกส้นเท้า ที่เรียกว่าspur)

3.การเดินลงน้ำหนักในขาทั้ง2ไม่เท่ากัน ทำให้เสียสมดุลย์ซ้ายขวาของร่างกาย
อาจมีอาการเจ็บเอว เจ็บก้น เจ็บตรงโคนขา หรือเจ็บที่เข่า ตามมาได้ทั้งนั้น

สำหรับกรณีที่ถาม
วิเคราะห์จากข้อมูลที่ให้มา
การมีน้ำหนักตัวมากน่าเป็นสาเหตุต้นที่ทำให้จุดเกาะปลายของกล้ามTibialis posterior(TP)
ทำงานหนักอยู่ตลอด และอาจมีเหตุการณ์เสริมให้เกิดอาการอย่างที่ยกตัวอย่างมานั่นเกิดขึ้น
ผลก็เลยเริ่มมีอาการ

และที่เพื่อนพี่แอ๊ดทำให้ดู แสดงว่ายังไม่ลามปามอะไรมาก
คือน่าจะเป็นแค่ตอนเช้าหลังตื่นนอน ที่ทั้งคืนปลายเท้าอยู่ในท่าชี้ลง
เมื่อลุกจากเตียง มุมที่ต้องการใช้ของข้อเท้าเป็น90องศาหรือน้อยกว่า
ก็เลยทำให้ต้องถอนน้ำหนักมาเขย่งไว้แทนการลงส้นลงไปเต็มๆ

การแก้ไขกรณีเช่นนี้
เป็นใหม่ๆวันแรกใช้สูตรประคบเย็น
โดยให้แช่เท้าในถังน้ำเย็นจัด(น้ำ+น้ำแข็งก้อนเล็กๆใส่ในถัง)ครั้งละ10-15นาที ทุก1-2ชั่วโมง
หรือนำน้ำแข็งมาห่อประคบ หรือจะใช้ขวดกลมบรรจุน้ำ้ดื่มทีขายกันอยู่
ไปแช่แข็งในตู้เย็นแล้วนำมาเหยียบกลิ้งใต้เท้า เพื่อคลายกลัาม และลดการอักเสบก็ง่ายดี


จากนั้น นั่งไขว่ห้าง(ยกเท้าที่เจ็บขึ้นมา)
จับเท้าที่เจ็บให้มุมข้อเท้าอยู่ที่90องศาหรือน้อยกว่า
แล้วนวดเบาๆด้วยน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันงา หรือโลชั่น ที่ตรงจุดเจ็บ ประมาณครั้งละ3-5นาที
(ใช้ยางลบดินสอกดเบาๆ เป็นจังหวะก็สะดวกดี และไม่ไปทำให้เนื้อเยื่อช้ำค่ะ)

ตามด้วยการบริหารเท้าแบบไม่รับน้ำหนัก(คือไม่ทำตอนยืน หรือเดิน หรือวิ่ง)
ยืดเหยียดโดย ขยุ้มฝ่าเท้า กระดกเท้าขึ้นลง บิดฝ่าเท้าพลิกออกด้านนอกสลับกับบิดฝ่าเท้าพลิกหันเข้าด้านใน

หากเป็นนานแล้วให้แช่น้ำอุ่นได้ค่ะ
แล้วควรบริหารเท้าแบบเดียวกันเป็นประจำ ทำทุกเวลาว่างที่นึกได้
อาจใช้อุปกรณ์ประเภทลูกกลิ้งมาเหยียบคลึงนวดก็ได้
เคยเห็นแผ่นยางกดจุดนวดฝ่าเท้า แบบนั้นก็เอามาเหยียบได้เช่นกัน
แล้วก็อย่าลืมของไทยๆ กะลา..คว่ำแล้วค่อยเหยียบนะคะ ไม่ใช่หงายไว้.....
มีภาพตัวอย่าง นี่เลยค่ะ



หากหาอะไรไม่ได้ ก็ผ้าเช็ดเท้า เอามาวางแล้วใช้เท้าขยุ้มขยำเล่นบ่อยๆก็บริหารเท้าได้ดี
บางคนไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเท้าเราใช้ขยุ้มหยิบผ้าขึ้นจากพื้นได้ เพราะวัฒนธรรมเราถือการใช้เท้าเป็นการไม่สุภาพ

เมื่ออาการที่เท้าทุเลาแล้ว ควรยืดกล้ามเนื้อน่องเป็นประจำด้วยท่าโน้มตัวดันฝา
เพื่อให้กล้ามน่องไม่หดตัวมารั้งส้นเท้าอีก ก็จะช่วยให้การหายสมบูรณ์ขึ้น
อ้อ..คุมน้ำหนักตัว อย่าให้น้ำหนักขึ้นก็สำคัญนะคะ ต้องเลือกอาหารกันหน่อย

unsure.gif
ส่วนเรื่องรองเท้า เลือกใส่คู่ที่กระชับเท้า เดินแล้วเหมือนเราเดินเท้าเปล่า
คือรองเท้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเท้าจะทั้งแก้และกัน อาการลามปามที่มีโอกาสตามมาได้
พื้นรองเท้าควรทำด้วยวัสดุนุ่ม ขอบโดยรอบอุ้มเท้ามิให้บิดพลิกง่าย
(แบบผู้ตอบนี้ เครื่องแต่งตัวที่แพงสุดคือรองเท้าเลยค่ะ ในเมื่อมันทำให้เราสบายก็ยอมซื้อ)

เรารู้หลักแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ก็จะออกจากห่วงโซ่ที่ทำให้เท้าแย่ขึ้นๆ นี้ไปได้ไม่ยากเลย
เพียงแต่ต้องรีบเบี่ยงตัวชิ่งหนีออกมาเร็วที่สุด

มีอะไรก็ไปขอรับการรักษาแต่เนิ่นๆ เดี๋ยวนี้มีคลินิกกายภาพบำบัดมากขึ้น
ทั้งภาคราชการและเอกชน ตามมหาวิทยาลัย มีอาจารย์ระดับด็อกเตอร์เก่งๆเยอะแยะค่ะ
บางแห่งมีบริการนอกเวลาราชการด้วยนะคะ
การใช้เครื่องมือที่ส่งพลังงานทางฟิสิกส์เข้าไปรักษาก็เร่งการหายได้ดี
ที่ใช้บ่อยก็ Ultrasound Therapy หรือ Infrared Laser ก็ให้ผลดีค่ะ



มาแต่เนิ่นๆก็หายเร็ว เรื้อรังแล้วก็หายช้า

wink.gif unsure.gif

ถามสั้นๆ แต่กว่าจะตอบเรียบร้อย เล่นเอาหลายชั่วโมง
...แอบนอนไปด้วยไงคะ....
...ตอนนี้ ยังตื่นไม่สนิทเท่าไหร่......

wink.gif เมื่อสักครู่เหลือบเห็นน้องเดือนจะใช้วิธีนับขนตาเรียงลำดับอายุ ยังงง งง อยู่
สงสัยมันนับง่ายกับคนอยู่หน้าจอ มังคะ???

ปรับปรุงแก้ไข: 16 ก.ค.2555


--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
เดือน สวนขลัง
โพสต์ Jun 5 2009, 08:40 PM
โพสต์ #56


คุณพระ
***

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 101
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : มุมหนึ่งของเมืองหลวง
หมายเลขสมาชิก : 4



วันนี้บ่ายๆ (ลุงอำพล)...อิอิ...ได้รับหนังสือพร้อมซีดีโยคะแล้วค่ะ คุณอารังรอง...ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ..

.เดือนจะรีบนำปฏิบัติค่ะ...ที่จริงเคยได้มาเป็นแบบโปสเตอร์แล้วค่ะ แต่ทำแล้วก็ทิ้งไปซะหลายปี เป็นของที่เดียวกันกับที่คุณกรุณาส่งไปแหละค่ะ...

...........


เอจะนับขนตาหรือนับหนวดดีคะ...
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Jun 6 2009, 04:24 AM
โพสต์ #57


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,423
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5



อรุณสวัสดิ์ค่ะน้องรัก

ขอบใจมากสำหรับคำตอบ ที่ดีมากอีกครั้งแล้ว
เพราะขณะนี้.... เธอเดินกระเผลก(แบบกลัวเจ็บส้นเท้า)ไปแล้วค่ะ
คงต้องปริ้นท์ไปให้เธออ่านเช่นเคยค่ะ ขอบใจจริง ๆ tongue.gif
หากมีปัญหาทั้งของตัวเอง และเพื่อน ๆ จะมาถามอีกค่ะ




tongue.gif ขอให้คุณแม่มีความสุขกาย สบายใจจากผลที่ลูกสาวทำให้พวกเรานะคะ rolleyes.gif


--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jun 7 2009, 07:58 AM
โพสต์ #58


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



QUOTE(rungrong @ Jun 5 2009, 08:10 AM) *
มีภาพตัวอย่าง นี่เลยค่ะ

มาดูภาพนี้กันอีกทีนะคะ

ภาพนี้จัดเป็นคัมภีร์ดูแลเท้าด้วยตนเอง
ที่คนไม่เจ็บเท้าก็ใช้สร้างความสบายให้ตนเองได้ค่ะ

บันทัดแรก
ภาพทางซ้าย เป็นท่ายืดกล้ามด้านหลังต้นขา น่อง และฝ่าเท้าค่ะ
โดยใช้ผ้าผืนยาวพอประมาณ คล้องตรงฝ่าเท้าส่วนที่ถัดจากนิ้วเท้าเข้ามา
แล้วดึงเข้าหาตัว ทำซ้ำได้เรื่อยๆไม่จำกัดจำนวนครั้ง (คนทำงานออฟฟิศ มีปัญหากล้ามหลังต้นขาตึงกันมาก ใช้ท่านี้เลยค่ะ)
ส่วนท่าด้านขวา เป็นโน้มตัวดันกำแพง
ขาที่อยู่ด้านหลังจะได้รับการยืดน่องและยืดหน้าข้อพับตรงโคนขา

บันทัดที่ 2
ที่ริมซ้ายสุด คนนี้กำลังยืดเยื่อใต้ฝ่าเท้าซ้าย
โดยเกาะราวบันไดไว้ดีๆ แล้วใช้ฝ่าเท้าขูดกับขอบขั้นบันได
รีด รีด รีด จนพอใจค่ะ สำหรับคนที่ต้องการความสบาย(ไม่ต้องไปจ้างเขานวดฝ่าเท้า)
ส่วนคนที่เจ็บฝ่าเท้าก็รีดเบาๆ ทีละ10 ครั้งก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนครั้งขึ้นตามที่ทนได้
3ภาพถัดมาทางขวา ในบันทัดนี้
เป็นการฝีกการทรงตัว(Balance) มี 2 แบบ
Staticคือยืนบนขาเดียวที่มีปัญหา หรือขาที่ต้องการฝึก ยืนนิ่งๆ เพื่อฝึกความมั่นคงขณะยืน
Dynamicคือยืนบนขาเดียวที่ต้องการฝึก แล้วย่อ หรือโยกตัวเคลื่อนไหวด้วย
เนื่องจากในชิวิตจริง เราต้องใช้งานกล้ามเนื้ออย่างนี้อยู่เสมอๆ มากกว่ายืนนิ่งๆ


บันทัดที่ 3
ภาพซ้ายสุด ฝึกกล้ามฝ่าเท้าให้แข็งแรง คล่องตัว ไม่ปวดเท้าง่าย
ทำแล้วอุ้งฝ่าเท้าจะมีกำลังดี เท้าไม่แบนราบลงมา(คนเท้าแบนจะปวดในอุ้งเท้าตลอด)
ง่ายๆ ใช้ฝ่าเท้าขยุ้มผ้าเล่น จนหยิบยกขึ้นจากพื้นได้
ภาพกลาง คลึงนวดฝ่าเท้าด้วยแท่งทรงกระบอก
กระป๋องอะไรก็ได้ที่ไม่แตกบาดเท้า หรือเป็นท่อนไม้ หรือจะเป็นกะลาคว่ำก็ได้ บางที่ใช้ก้อนกรวดมนๆ ก็มี
คนที่กำลังเจ็บฝ่าเท้าจะใช้กระบอกใส่นำในตู้เย็นที่กำลังเย็นจัดๆ มากลิ้งก็ได้เลยค่ะ
(ประคบเย็นไปด้วย)
ภาพขวา ท่านี้เพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อมิให้ปลายเท้าตกเวลาเดิน
โดยการการกระดกข้อเท้าขึ้น
(งัดให้เท้ากระดกเข้าหาตัว)ต้านกับยางยืด
โดยมัดอีกปลายของยางไว้กับที่ยึด ที่อยู่ทางปลายเท้าออกไป(ให้ใครตรึงไว้ให้ก็ได้ค่ะ)
สุภาพสตรี ที่ใส่ส้นสูงตลอด กล้ามนี้จะอ่อนแอมาก รวมทั้งน่องก็หด กล้ามด้านหลังขาทุกช่วงก็หด
ควรทำท่านี้เป็นประจำอย่างยิ่ง มิฉะนั้นท่านจะหนีปัญหาเจ็บฝ่าเท้าเรื้อรังไม่พ้น
ไม่ได้แช่งนะคะ แต่เป็นเรื่องของสรีระร่างกายที่ไม่มีการระแวดระวัง
รู้แล้วควรรีบปรับค่ะ


บันทัดที่ 4
เป็นท่าเพิ่มกำลังกับยางยืดเช่นกัน
ภาพซ้าย คล้องยางกับเท้าส่วนถัดจากนิ้วเท้าเข้ามา ดึงยางเข้าหาตัว แล้วถีบเท้าลง
ทำ20-30ครั้ง ก็จะช่วยเพิ่มกำลังกล้ามเหยียดเท้า
เหยียบคลัช เหยียบเบรค ก็สบาย ไม่ต้องยกกันทั้งขา
ภาพกลางนี่ เป็นท่าเพิ่มกำลังบิดฝ่าเท้าซ้ายเข้าด้านในต้านกับยางภาพนี้ดูยากนิด
โดยคล้องบ่วงที่ปลายหนึ่งของยางยืดกับเท้าซ้าย จับอีกปลายของยางยืดให้เหไปด้านขวา
แล้วเอาขาขวาพาดคร่อมมาเหยียดยางข้างๆบ่วงให้ยานไปทางซ้าย
(เป็นเหมือนรอกทดกำลัง)
จากนั้นก็บิดหันฝ่าเท้าซ้ายเข้าในกันเลย
คนที่ส้นรองเท้าสึกด้านใน ต้องทำท่านี้เยอะๆ
แล้วท่านจะเดินสบายขาขึ้นด้วย รวมทั้งอาการเจ็บที่เอวจะลดลง
ภาพขวา สุดท้าย เป็นการบิดเท้าซ้ายออกด้านนอกต้านยางยืด
ก็รีบบอกก่อนเลยว่าคนที่ส้นรองเท้าสึกด้านนอก ต้องทำท่านี้เยอะๆ
วิธีการก็คล้องบ่วงที่ปลายหนึ่งของยางยืดกับเท้าซ้าย
แล้วพาดยางมาผ่านฝ่าเท้าขวา ดึงอีกปลายของยางยืดด้วยมือขวา
แล้วบิดหันฝ่าเท้าซ้ายออกด้านนอก
และเช่นกัน ท่านจะเดินสบายขาขึ้นด้วย รวมทั้งอาการเจ็บที่เอวจะลดลง

อย่าว่าเท้าก็แค่เท้านะคะ
เจ็บขึ้นมา ไปหากินไม่ได้กันเลยละค่ะ


เดี๋ยวจะมาบอกเรื่อง ยางยืด กันอีกทีค่ะ




ปรับปรุงแก้ไข: 16 ก.ค.2555



--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jun 8 2009, 05:54 AM
โพสต์ #59


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



หน้าตายางยืด



วิธีการทำ
ใช้ยางวงใหญ่ร้อยต่อกันทีละ5-7วง จนยาวประมาณ1 เมตร
(คนแข็งแรงมากใช้จำนวนเส้นมากหน่อย คนป่วย/สูงอายุ อาจใช้ยางร้อยทีละ3วงก็พอ)
จะทำที่จับหรือไม่ก็ไม่เป็นไร เพราะเราสามารถม้วนกับมือเราได้
แต่คนป่วยที่กำมือได้ไม่แน่นควรมีที่จับกันหลุดมาดีดให้เจ็บค่ะ


ตัวอย่างท่าที่ใช้ยางยืดช่วยในการออกกำลังกาย







เทคนิคการปรับแรงต้านของยางยืด
หากจับโดยมือทั้งสองห่างกัน แรงต้านจะน้อย
จับใกล้กันมากเท่าไหร่ แรงต้านจะยิ่งมาก


และนี่เป็นภาพสาธิตการออกกำลังกายด้วยยางยืด
โดย รศ.เจริญ กระบวนรัตน์
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เชิญคลิกที่นี



สนุกกับการออกกำลังกายอีกแบบนะคะ แข็งแรงกันทุกคน ไม่มีโรคภัย

ขอบคุณภาพจากหลายๆweb ค่ะ


ปรับปรุง: 17 ก.ค.2555


--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jun 8 2009, 06:17 AM
โพสต์ #60


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43



biggrin.gif อิ อิ เหมือนหนังยางที่เด็ก ๆ เอามากระโดดเล่น biggrin.gif
ดีมาก ๆ เลยค่ะสำหรับอุปกรณ์ที่ง่าย และไม่แพง







--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post

7 หน้า V  < 1 2 3 4 5 > » 
Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 19th January 2020 - 03:21 PM