IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

อโรคยา ปรมาลาภา ... ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ, อาการปวดฝ่าเท้า/ รักษาแผลหนองเรื้อรัง
za_arnt
โพสต์ Jun 28 2012, 01:19 PM
โพสต์ #1


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43





tongue.gif ฝึกพลังลมปราณรักษาโรค........... จากการหายใจ
tongue.gif




ปฏิบัติสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

หมอที่ดีที่สุดคือ "ตัวคุณเอง"

ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ



--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
2 หน้า V  < 1 2  
Start new topic
คำตอบ (20 - 39)
za_arnt
โพสต์ Jul 6 2012, 12:17 AM
โพสต์ #21


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43



แล้วยาดองน้ำมูตร เป็นสุดยอดยารักษาโรคหรือ? มาดูพระสูตรนี้กัน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ สุตตันตปิฎกที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
อุปมา ๕ ข้อ
[๕๓๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนน้ำเต้าขมอันระคนด้วยยาพิษ.
บุรุษที่รักชีวิตไม่อยากตาย รักสุข เกลียดทุกข์ มาถึงเข้า. ประชุมชนบอกเขาว่าดูกรบุรุษผู้เจริญ
น้ำเต้าขมนี้ระคนด้วยยาพิษ ถ้าท่านหวังจะดื่ม ก็ดื่มเถิด น้ำเต้าขมนั้น
จักไม่อร่อยแก่ท่านผู้ดื่ม ทั้งสี ทั้งกลิ่น ทั้งรส ครั้นท่านดื่มเข้าแล้วจักถึงตาย หรือจักถึงทุกข์ปางตาย.

บุรุษนั้นไม่พิจารณาน้ำเต้าขมนั้นแล้ว ดื่มมิได้วาง.
ก็ไม่อร่อย เพราะสีบ้าง กลิ่นบ้าง รสบ้าง ครั้นดื่มแล้ว พึงถึงตายหรือพึงถึงทุกข์ปางตาย แม้ฉันใด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวธรรมสมาทานนี้ ที่มีทุกข์ในปัจจุบันและมีทุกข์เป็นวิบากต่อไป ว่ามีอุปมาฉันนั้น.

[๕๓๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนภาชนะน้ำหวานอันน่าดื่ม ถึงพร้อมด้วยสีกลิ่น และรส แต่ระคนด้วยยาพิษ.
บุรุษที่รักชีวิต ไม่อยากตาย รักสุขเกลียดทุกข์ มาถึงเข้า.
ประชุมชนก็บอกเขาว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ ภาชนะน้ำหวานอันน่าดื่ม ถึงพร้อมด้วยสี กลิ่น และรส
แต่ละคนด้วยยาพิษ ถ้าท่านหวังจะดื่ม ก็ดื่มเถิด ภาชนะน้ำหวานนั้น
จักชอบใจแก่ท่านผู้ดื่ม ทั้งสี ทั้งกลิ่น ทั้งรส ครั้นท่านดื่มเข้าแล้วจักถึงตาย หรือจักถึงทุกข์ปางตาย

บุรุษนั้นไม่พิจารณาภาชนะน้ำหวานนั้นแล้ว ดื่มมิได้วาง ก็ชอบใจทั้งสี ทั้งกลิ่น ทั้งรส
ครั้นดื่มแล้ว พึงถึงตายหรือพึงถึงทุกข์ปางตาย แม้ฉันใด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวธรรมสมาทานนี้ ที่มีสุขในปัจจุบันแต่มีทุกข์เป็นวิบากต่อไป ว่ามีอุปมาฉันนั้น.

[๕๓๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปรียบเหมือนมูตรเน่าอันระคนด้วยยาต่างๆ.
บุรุษที่เป็นโรคผอมเหลืองมาถึงเข้า. ประชุมชนบอกเขาว่า
ดูกรบุรุษผู้เจริญ มูตรเน่าอันระคนด้วยยาต่างๆนี้ ถ้าท่านหวังจะดื่ม ก็ดื่มเถิด
มูตรเน่าจักไม่ชอบใจแก่ท่านผู้ดื่ม ทั้งสี ทั้งกลิ่น ทั้งรส ก็แต่ท่านครั้นดื่มเข้าไปแล้ว จักมีสุข.
บุรุษนั้นพิจารณาแล้วดื่มมิได้วาง ก็ไม่ชอบใจ ทั้งสี ทั้งกลิ่น ทั้งรส ครั้นดื่มแล้ว ก็มีสุข แม้ฉันใด
[b]ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวธรรมสมาทานนี้ ที่มีทุกข์ในปัจจุบัน แต่มีสุขเป็นวิบากต่อไป ว่ามีอุปมาฉันนั้น.
[/b]

[๕๓๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือน นมส้ม น้ำผึ้ง เนยใส และน้ำอ้อย เขาระคนเข้าด้วยกัน.
บุรุษผู้เป็นโรคลงโลหิตมาถึงเข้า ประชุมชนบอกเขาว่า
ดูกรบุรุษผู้เจริญ นมส้ม น้ำผึ้ง เนยใส และน้ำอ้อยนี้ เขาระคนรวมกันเข้า ท่านหวังจะดื่ม ก็ดื่มเถิด
ยานั้นจักชอบใจแก่ท่านผู้ดื่ม ทั้งสี ทั้งกลิ่น ทั้งรส และท่านครั้นดื่มเข้าแล้ว จักมีสุข.

บุรุษนั้นพิจารณายานั้นแล้ว ดื่มมิได้วาง ก็ชอบใจทั้งสี ทั้งกลิ่น ทั้งรส ครั้นดื่มเข้าแล้ว ก็มีสุข แม้ฉันใด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวธรรมสมาทานนี้ ที่มีสุขในปัจจุบัน และมีสุขเป็นวิบากต่อไป ว่ามีอุปมา ฉันนั้น. ...


จากอุปมาแล้ว จะเห็นว่า
ยาที่ไม่น่าทาน กินยาก แต่ใช้รักษาโรคได้ ก็มี
ยาที่น่าทาน กินง่าย แล้วรักษาโรคได้ผลดีด้วย ก็มีเช่นกัน


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
prigtai
โพสต์ Jul 6 2012, 09:16 AM
โพสต์ #22


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 2,524
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : NO HORISON
หมายเลขสมาชิก : 6



เหรอครับ ไม่ยักกะรู้

พระอุปัชฌาย์ของผมเป็นเจ้าคณะจังหวัด
ท่านไม่เคยบอกให้โอนบุญไปหาใคร บุญเป็นของเฉพาะตน

ในทางพุทธมีช่องทางเปิดให้อนุโมทนาร่วมกันได้ ไม่เกี่ยวกะโอนบุญ

....................................................................

ที่ไปเที่ยวยกมานั่น พระพุทธองค์ซึ่งท่านทรงสังขารอันสังเวขอยู่ในยุคนั้นท่านคงไม่ทันได้บอกว่า

อีก 2000 ปี หลังจากนั้นจะมียาพาราไว้แก้ไข้ มีสารสกัดจากควินินไว้รักษามาลาเรีย

มีมายบาซินไว้อมแทนมะขามป้อม มีแอมปิซิลินไว้ไล่หนองจากภายใน

และมีบ๊ะจ่างไว้กินเล่นกะกาแฟ

น้ำมูตร หลวงปู่เกษมท่านก็ฉันเป็นปกติเมื่อคราวท่านยังทรงสังขาร
ก็ไม่เห็นว่าจะต้องเอาฉี่ไปใส่ให้เกิดการหมักดอง

คำสอนของพระพุทธองค์นั้นศักดิ์สิทธิ์และเป็นจริงเสมอ ชาวพุทธรู้กันทั่วไปเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

เรื่องผมร่วงหัวล้าน ขุนช้างนั่นไปไล่เรียงดูเข้าวัดมากกว่าเจ้าขุนแผนแสนทรนงเสียอีก
ไม่เห็นว่าจะต้องกลับบ้านมานั่งตวงฉี่กินให้สาแก่ใจสักที

เรื่องไอค่อกไอแค่ก ไอกระด็อกกระแด็ก ก็เห็นหลายคนยืนยันว่ามะแว้งช่วยได้
นี่เป็นเรื่องที่มีตัวตนยืนยัน ยังไม่ตาย

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเป็นไข้เรื้อรังมานานปี หมดเงินไปเยอะกะการแพทย์แผนปัจจุบัน
ไปหาหลวงปู่สรวงขอท่านว่าให้ช่วยรักษาลูกสาวให้ที หลวงปู่สรวงชี้ไปที่นมถั่วเหลืองแลตตาซอยที่เด็กอีกคนกำลังดูดกิน
ลุงบุญเลิศไปขอมาให้ กินนมที่เหลือจากกล่องนั้น แค่นั้นแหละหายได้

......................................

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การพัฒนาก็ปรับปรุงมาเรื่อย
เมื่อก่อนขี่ม้าว่องไว ไปถึงไหนสาวก็มอง

เดี๋ยวนี้ลองขี่ม้าสิ ไปไม่ถึงไหนหรอก

มันต้องเฟอร์รารี่หรือบีเอ็มดับเบิ้ลยู หญิงมองแน่ๆทั้งแก่และสาว

.......................................

เกิดมาอยู่ยุคไหนก็ขอให้พิจารณาของในยุคนั้นเถอะ
ของเก่าใช่ว่าไม่ดี ทุกคนรู้ว่าดี แต่ใว้เป็นหนทางที่โดดเด่นดีกว่าไหม...




--------------------
เราเกิดเป็นมนุษย์มีความสูงศักดิ์มาก แต่อย่านำเรื่องของสัตว์มาประพฤติ
มนุษย์ของเราจะต่ำลงกว่าสัตว์ และจะเลวกว่าสัตว์อีกมาก
เวลาตกนรกจะตกหลุมที่ร้อนกว่าสัตว์มากมาย อย่าพากันทำ


หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล


Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jul 6 2012, 10:34 AM
โพสต์ #23


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43



QUOTE(prigtai @ Jul 6 2012, 09:16 AM) *
หรอครับ ไม่ยักกะรู้

พระอุปัชฌาย์ของผมเป็นเจ้าคณะจังหวัด
ท่านไม่เคยบอกให้โอนบุญไปหาใคร บุญเป็นของเฉพาะตน
มันเกี่ยวกันตรงไหนคะ ไม่ได้พูดถึงโอนบุญสักนิด ... อย่าโมเม

ในทางพุทธมีช่องทางเปิดให้อนุโมทนาร่วมกันได้ ไม่เกี่ยวกะโอนบุญ
แล้วไม่สบายเสียงไม่มีเลย กินจับเลี้ยงที่ให้+บุญรักษา+รับด้วยความเต็มใจ.... หายมั้ยล่ะ

ฯลฯ..........
มันต้องเฟอร์รารี่หรือบีเอ็มดับเบิ้ลยู หญิงมองแน่ๆทั้งแก่และสาว

อาแอ๊ดเฉย ๆกะที่พริกไทกล่าวถึงรถพวกนี้จริง ๆ เพราะที่บ้านพ่อมีไปส่งโรงเรียนทุกวัน

นั่งกระทั่งรถสปอร์ตเปิดประทุน MGB หรือปอร์เช่..
(พ่อรวยค่ะ ตอนนี้ท่านก็ไม่อยู่กะเราเพราะ "ตับวาย" แต่ลูกแค่พอมีพอกิน)

เกิดมาอยู่ยุคไหนก็ขอให้พิจารณาของในยุคนั้นเถอะ
ของเก่าใช่ว่าไม่ดี ทุกคนรู้ว่าดี แต่ใว้เป็นหนทางที่โดดเด่นดีกว่าไหม...


ยุคนี้น่ะดี้ ดีค่ะ หมอถึงให้ยา(จากสารเคมี)เป็นถุงใหญ่ ๆ
ถึงได้กินยา "แก้ความดันสูง"(ไม่เกี่ยวกับความดันทุรัง)
.... "แก้เบาหวาน" "แก้ไตวาย" ฯลฯ กันเป็นกอบ เป็นกำ
สารเคมีที่เข้าไปทางยา ตับ ไต ฟอกกันไม่ทัน ก็เกิดอาการตับทำงานหนัก ไตวาย
ต้องไปรับการรักษา "ฟอกไต" หากลืม"ฟอกไต"ก็ตายสถานเดียว

ที่บ้านเป็นครอบครัวใหญ่ บ้านพี่สาวแม่เป็นโรคไต แทบทุกคนลูกของป้า มี 7 คน
ตอนนี้เหลือ 3 คน โรคไตพาไปพบยมบาล ซะ 3 อีกคนหัวใจวาย

3คนนี้ เป็น 2 อีก 1 เฝ้าระวัง.
....... หนึ่งในสอง(คนที่2)คนที่เริ่มเป็น ไตกำลังจะพัง เขาศึกษาธรรมชาติบำบัด สมุนไพรต่าง ๆ นา ๆ .... ก็เลยยังไม่ต้องฟอกไต

ส่วนคนที่เป็นแล้ว(เป็นคนที่1) ก็ต้องกินยาเป็นหลาย ๆเม็ด และฟอกไตสัปดาห์ละ 3ครั้ง

หากทางเลือกของคนที่ 2 ตอนนี้ใช้ธรรมชาติรักษาอยู่ ได้ผลครอบครัวที่เหลือ 3 คน
พี่น้องลูกป้าที่เหลือ อายุแค่ 45 / 48 / 51 สามคนนี้ คงได้ลดอัตราการตายได้ซะที



--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jul 6 2012, 10:41 AM
โพสต์ #24


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43



เรื่องที่นำมาลงให้อ่าน
........ สุดแท้แต่วิจารณญาณของทุกคนค่ะ ว่า แต่ละคนคิดอย่างไร

ตามที่พระพุทธองค์ตรัสนะคะ "อย่าเชื่อที่เขาร่ำลือ โจษขานกัน"

แต่จริง ๆแล้ว
tongue.gif คนเรา "ไม่อ่าน" เท่าไร
wink.gif เพราะ ยาว เลยขี้เกียจอ่าน
sad.gif เพราะ ไม่เห็นด้วย เลยไม่อ่าน
ohmy.gif เพราะ ยังไม่เป็นอะไร เลยไม่อ่าน
laugh.gif "ไม่เห็นด้วย" คำ คำนี้ก็ปิดกั้นทุกอย่างแล้ว

อย่าง Urine Therapy ที่นำมาให้ฟัง
แค่ขอเปิดทิ้งไว้ เขาจะบรรยายต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ
ความรู้ ชอบ หรือไม่ชอบ เชื่อ หรือไม่เชื่อ "ควรเปิดใจฟังดูก่อน"
เชื่อ ไม่เชื่อ เป็นอีกเรื่องนึง



เคล็ดลับความแก่น้อยของอาแอ๊ดก็ Primarin (สกัดจากเยี่ยวผู้หญิงยุโรปนั่นแหละ) ที่ทำให้หน้าใส
เพราะหมอคลีนิคโรคทั่วไป บอกว่าอาแอ๊ดจะเป็นสาวอมตะ
Primarin หมอที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้กินขนาด 0.625mg. เป็นขนาดกลางค่ะ
เคยคุยกับนักกายภาพบางคน เขาก็บอกว่ากินทำไม ไม่เห็นจำเป็น... แต่อาแอ๊ดก็ยังกิน

เชื่อคุณหมอจากโรงพยาบาลรามาธิบดี และคุณหมอไกรสรคลีนิคประจำบ้าน(ทุกคนไปที่นี่เวลาป่วย)
เพราะกลัวตาย กลัวทรมานนี่แหละถึงกิน พอไม่ได้กิน
จะมีอาการจะเป็น จะตาย อยากอยู่เฉย ๆ เรื่อยเปื่อยหายใจทิ้ง ไปวัน ๆ
ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดแขนขา ห่อเหี่ยว..... นี่คืออาการ "วัยทอง"
พอกินไปสักเม็ด และทานต่อกันอีก 4-5 วัน อาการเหล่านั้น ดีขึ้น
สดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีสมองพาทำโน่น นี่ นั่น ขยันทำการงาน
แต่ก็ไม่ใช่ "ยาขยัน" นะคะ "ยาขยัน" มันทำให้ขยันไม่เลิก หมดฤทธิ์ยา มันก็หลับ สถานเดียว laugh.gif


เดือนนี้ยังไม่ได้ทาน Primarin เลยสักเม็ด... อาจจะไม่ต้องพึ่งพา Primarinอีกแล้วก็ได้ใครจะรู้

**************


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
prigtai
โพสต์ Jul 6 2012, 12:38 PM
โพสต์ #25


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 2,524
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : NO HORISON
หมายเลขสมาชิก : 6



พระอุปัชฌาย์ของผมเป็นเจ้าคณะจังหวัด
ท่านไม่เคยบอกให้โอนบุญไปหาใคร บุญเป็นของเฉพาะตน
มันเกี่ยวกันตรงไหนคะ ไม่ได้พูดถึงโอนบุญสักนิด ... อย่าโมเม

มาพูดว่าหากเคยบวช... ก็มาบอกว่าเคยบวช
เรื่องโอนบุญพระบ้านผมที่บวชให้ผมเค้าว่าไม่มี ก็เท่านั้น

ในทางพุทธมีช่องทางเปิดให้อนุโมทนาร่วมกันได้ ไม่เกี่ยวกะโอนบุญ
แล้วไม่สบายเสียงไม่มีเลย กินจับเลี้ยงที่ให้+บุญรักษา+รับด้วยความเต็มใจ.... หายมั้ยล่ะ

หายครับ...
หมอที่โรงบาลรามา จับฉีดยา
เช้าเข็ม เย็นเข็ม หายจ้อย

ไม่กินสักยา นอกจากยาอมไว้ใต้เหงือก




--------------------
เราเกิดเป็นมนุษย์มีความสูงศักดิ์มาก แต่อย่านำเรื่องของสัตว์มาประพฤติ
มนุษย์ของเราจะต่ำลงกว่าสัตว์ และจะเลวกว่าสัตว์อีกมาก
เวลาตกนรกจะตกหลุมที่ร้อนกว่าสัตว์มากมาย อย่าพากันทำ


หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล


Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jul 8 2012, 07:57 PM
โพสต์ #26


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43



คนเราทั่วๆ ไปที่จะให้ดื่มน้ำปัสสาวะ มักต้องคิดแล้วคิดอีก
ส่วนมากแล้วนอกจากเริ่มจากศรัทธาแล้ว มักต้องถูกรุมเร้าด้วยเหตุจำเป็น
เช่น ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ต้องทานยาประจำ โรคที่หมอหลวงยอมแพ้ ....

อย่างไรก็ดี ในทุกวันนี้ปัสสาวะ
กลับกำลังเป็นที่สนใจ ของวงการวิจัยทั่วโลกไปเสียแล้ว
นักวิจัยที่ติดตามเรื่องนี้ต่างรู้ว่า น้ำปัสสาวะแทนที่จะถูกถือว่าเป็นสิ่งสกปรก
ที่ประกอบด้วยสารเสียซึ่งเป็นพิษเป็นภัย แต่นักวิจัยปัจจุบัน
กลับมีทรรศนะใหม่ว่า ปัสสาวะโดยธรรมชาติแล้วเป็นน้ำสะอาด
ปราศจากเชื้อ แถมมีสารประกอบพิเศษมากมาย ที่มีประโยชน์ทางการแพทย์


ไม่แต่เพียงว่าปัสสาวะเป็นของสะอาด
แต่ถ้าจะคุยว่าในวงการวิจัย และอุตสาหกรรมยา ณ ปัจจุบัน ถือว่าปัสสาวะคือ "ทองคำชนิดเหลว"
คำพูดนี้ก็ดูจะไม่ห่างเหินจากความจริงนัก ลองพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้

ข่าวจากมิชิแกน.....
ความจริงที่ว่าสารละลายที่คนเราขับถ่ายออกมานั้น
มีแนวโน้มว่าจะเป็นวัตถุดิบสำหรับการค้ากำไรได้
จึงมีบริษัทเกิดใหม่ในสหรัฐอเมริกาชื่อ Enzyme of America
ได้ออกแบบเครื่องกรองพิเศษ ขึ้นมาชนิดหนึ่ง
ซึ่งจะกรองเอาเฉพาะโปรตีนจากปัสสาวะ

โดยได้ติดตั้งเครื่องกรองนี้ ไว้ตามห้องสุขาชายในที่สาธารณะไปแล้ว 10,000 แห่ง
ห้องสุขาเหล่านี้สปอนเซอร์โดย บริษัท Porta-John และ Enzyme of America

บริษัทแนวหน้าเหล่านี้รู้ดีว่า
ปัสสาวะประกอบด้วยโปรตีนบางอย่าจำนวนน้อยนิด
แถมด้วยสารบางอย่างเช่น กรทฮอร์โมน และ อินซูลิน
เพียงสารไม่กี่ตัวนี้ ก็มีมูลค่าในตลาดประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี

ด้วยเหตุนี้ในฤดูร้อนปี 1988 บริษัท Enzyme of America ได้วางแผนการตลาดไว้แล้วว่า
จะปล่อยผลิตภัณฑ์จากปัสสาวะชนิดแรก ออกสู่ตลาดที่เรียกว่า ยูโรไคเนส (Urokinase)
ซึ่งเป็นเอนไซม์ออกฤทธิ์ช่วยละลายลิ่มเลือดสำหรับคนที่ป่วยด้วยหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลัน

บริษัทดังกล่าวมีสัญญา จำหน่ายสารเอนไซม์ปัสสาวะนี้ให้แก่บริษัท Sandoz
บริษัท Merrell Dow และบริษัทยาอีกบางบริษัท
รากฐานของการได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ก็มาจากโครงการเครื่องกรองพิเศษ
ที่กรองโปรตีนซึ่งส่งกลิ่นแรงในปัสสาวะ ที่ติดตั้งในห้องสุขาสาธารณะ 10,000 แห่งของบริษัท Porta-John นั่นเอง

ในตอนที่ประธานบริษัท Porta-John เริ่มปรึกษานักวิทยาศาสตร์
เกี่ยวกับเครื่องกรองปัสสาวะชนิดนี้ นักวิทยาศาสตร์ในทีมคนหนึ่งได้บอกกับประธานบริษัทว่า
"ท่านกำลังนั่งอยู่บนเหมืองทองคำ" เลยทีเดียว


ผู้เขียน น.พ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ....
balavi@samart.co.th http://www.balavi.co.th


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jul 8 2012, 08:02 PM
โพสต์ #27


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43



biggrin.gif ต่อค่ะ

ความจริงความคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่
เพียงแต่ตอนแรกคิดกันว่าการจะได้สารดังกล่าวพอที่นะใช้ในทางการค้าได้
จะต้องไปรวบรวมน้ำปัสสาวะนับแสนๆ ลิตร
ซึ่งไม่รู้จะไปเอามาจากไหน สุดท้าย 2 บริษัทดังกล่าวก็คิดออก
โดยร่วมมือกันจัดตั้งส้วมสาธารณะไปตั้งไว้ในที่ต่างๆ
ทำให้พวกเขาสามารถเก็บปัสสาวะมาได้กว่า 14 ล้านแกลลอน/ปี
น้ำปัสสาวะดังกล่าวสามารถสกัดยูโรไคเนสออกมาได้ 4 .5 ปอนด์
ซึ่งใช้เป็นยาละลายลิ่มเลือด จากหลอดเลือดที่อุดตันได้ 260,000 หลอดเลือด
(Now Urine Business, Hippocrates magazine, May/June 1988)

ใครก็ตามที่หลอดเลือดอุดตันเฉียบพลันในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา
และได้รับการรักษาจากแพทย์โดยฉีดสารละลายลิ่มเลือด
คุณก็รอดมาได้เพราะสารสกัดจากน้ำปัสสาวะคนอเมริกันเข้าไปแล้วล่ะ

ยูโรเคเนสไม่ใช่สารยาตัวเดียวที่สกัดได้จากปัสสาวะ
นายฟาบิโอ เบอร์ทาเรลลี เจ้าของกิจการยักษ์ใหญ่ ผู้ผลิตยากระตุ้นการตกไข่ Ares-Serono Group ในเจนีวา
ซึ่งผลิตยาตัวสำคัญคือ โปรกานอล

ได้เปิดเผยว่า "คุณรู้ไหมว่ายาโปรกานอลทำมาจากอะไร...
คำตอบก็คือ บริษัทของเราได้รวมรวมปัสสาวะของผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือนจำนวน 110,000 คน
ทั้งจากอิตาลี สเปน บราซิล และอาร์เจนตินา ส่งเข้ายังศูนย์ปฏิบัติการ 26 แห่งซึ่งตั้งกระจายอยู่ในประเทศเหล่านี้
จากนั้นก็ส่งต่อไปยังโรม ที่นั่นช่างเทคนิคจะแยกสารกระตุ้นการตกไข่ออกมา เพื่อใช้เป็นยา
(N.Munk, "The Child is the Father of the Man", Forbes magazine, 16 Aug 1993)

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ทำรายได้ ให้กับบริษัทของเขา 855 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1992


คนที่ไปทำกิฟต์พึงรู้ไว้ว่า คุณกำลังรับสารสกัดปัสสาวะของฝรั่งเข้าไป


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jul 8 2012, 08:27 PM
โพสต์ #28


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43




มาเรื่องความสวยความงามบ้าง

คุณอาจถึงกับย่นจมูกถ้ารู้ว่า
เครื่องสำอางที่รักษารอยตีนกาบนใบหน้าของคุณนั้น แท้ที่จริงก็มาจากน้ำปัสสาวะเราดีๆ นี่เอง

ยูเรียเป็นสารอินทรีย์หลักในปัสสาวะ ถูกถือเป็นสารเสีย
ก็เป็นพิษกับร่างกายคนเรา นั่นเป็นความรู้ที่ผิวเผิน และผิดความจริง ไปไกลพอสมควร
ต้องรู้ว่าแม้ยูเรียที่มากเกินไป และเป็นพิษ ดังที่เราพบในผู้ป่วยไตวาย
สารยูเรียเป็นพิษต่อสมองได้ ... แต่ยูเรียโดยตัวมันเอง เป็นสารจำเป็นของร่างกาย

ยูเรียเป็นแหล่งไนโตรเจนของร่างกาย ช่วยร่างกายสังเคราะห์โปรตีน
ยูเรียยังเป็นสารต้านไวรัส ต้านแบคทีเรีย และเป็นสารขับปัสสาวะที่ดีด้วย

ยูเรียแต่อดีตถึงปัจจุบันเป็นสารยา ที่สำคัญที่เราใช้ในรูปแบบต่างๆ เช่น :

Ureaphil : ........... สารขับปัสสาวะ
Urofollitropin : .... สารกระตุ้นการตกไข่
Ureacin : ........... ครีมยูเรียรักษาผิวพรรณ
Amino-Cerv : ..... ครีมยูเรียรักษาแผลปากมดลูก
Premarin : ฮอร์โมนสกัดจากปัสสาวะใช้เป็นฮอร์โมนเสริม (ชนิดนี้หญิงหลังประจำเดือนกินกันแพร่หลายทั่วโลก)
Panafil : ส่วนผสมยูเรียปาเปนรักษาแผลผิวหนัง ไฟไหม้และแผลติดเชื้อ

ปัจจุบัน งานวิจัยทางการแพทย์พิสูจน์แล้วว่า
ยูเรียเป็นสารใช้ทาผิวหนังเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ได้ดีที่สุดในโลก

ครีมทาผิวอย่างอื่นเพียงคลุมอยู่เหนือผิวหนัง กลับทำให้ผิวหนังหายใจไม่ได้
แต่ครีมยูเรียเมื่อทาผิว จะเพิ่มความสามารถในการดึงดูดน้ำของผิวหนัง
โดยเปิดพื้นผิวส่วนบน ให้เกิดการเกาะตัวกับไฮโดรเจน ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นอยู่เสมอ

เพราะฉะนั้น ความเป็นจริงที่ไม่ต้องร้องยี้อีกต่อไปก็คือ
คุณผู้หญิงทั้งหลาย ที่ผ่านมาได้จับจ่ายเงินทองนับพันล้านดอลลาร์/ปี
ซื้อหาครีมบำรุงผิว ซึ่งในจำนวนนี้มีสัดส่วนไม่น้อยที่เป็นสารสกัดยูเรียผลิตมาจากปัสสาวะนั่นเอง

เมื่อไหร่หนอจะหันมาใช้ "ของดีมีอยู่" ที่ผลิตจากตัวเราเองแท้ๆ


ผู้เขียน น.พ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ....
balavi@samart.co.th http://www.balavi.co.th




--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jul 19 2012, 07:46 AM
โพสต์ #29


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43




tongue.gif น.พ.บรรจบ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะให้คนไทยทุกคนลุกขึ้นมาดื่มน้ำปัสสาวะกันหมด
ถ้ามีร่างกายปกติก็ไม่จำเป็น เพียงแต่ถ้าหมดหนทางในการรักษาก็สามารถทดลองได้
และที่ผ่านมาก็ไม่เคยปรากฏผลข้างเคียง แต่สำหรับคนที่เป็นโรคหนองในก็น่าจะรู้ว่าไม่ควรดื่ม

ส่วนกรณีผู้ป่วยที่รับประทานยาและใช้เคมีบำบัด ตนคิดว่าน่าจะรับประทานได้ไม่เสียหายอะไร
เพราะรับประทานเพียง 50-100 ซีซี ซึ่งน้อยมาก
เมื่อเทียบกับจำนวนปัสสาวะในแต่ละวันประมาณ 3 ลิตร


ส่วนกลุ่มประเทศที่นิยมดื่มคือประเทศแถบตะวันออก
เช่น อินเดีย ที่ดื่มเป็นวัฒนธรรม
ประเทศจีนก็มีดื่มจำนวนหลายล้านคน

ส่วนไทยน่าจะมีมากโดยเฉพาะผู้ปฏิบัติธรรม แต่ยังไม่มีการรวบรวมตัวเลขอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม คิดว่าประเทศไทยควรจะมีการวิจัยว่าเรื่องนี้มีผลเสียหรือไม่
ถ้าไม่มีผลเสียก็ควรจะวิจัยผลดี
เพราะอย่างสหรัฐก็มีการสร้างมูลค่าของปัสสาวะปีละ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


ด้าน นายไพฑูรย์ เจียรณาสาธิต อายุ 36 ปี ชาวสวนปาล์ม กล่าวว่า
ตนดื่มน้ำปัสสาวะมา 2 ปีแล้ว วันแรกที่ลองรู้สึกว่ารสชาติแย่มาก
แต่พอดื่มทุกวันก็สามารถปรุงแต่งกลิ่น
คือจะไม่รับประทานอาหารตอนเย็น แต่จะดื่มน้ำมากๆ แทน
ซึ่งรสชาติที่ได้จะจืดเหมือนน้ำชา ไม่หอม ซึ่งตนคิดว่าทำอย่างไรจะให้ปัสสาวะหอมเหมือนฉี่เด็ก
ก็ไปดูพฤติกรรมของเด็กซึ่งดื่มนม ดังนั้น การดื่มนมจะทำให้ปัสสาวะหอมเหมือนปัสสาวะเด็ก

รสชาติของปัสสาวะจะบ่งบอกอาหารที่รับประทานเข้าไป
ถ้ามีรสชาติเค็มแสดงว่าเราดื่มน้ำน้อย
ถ้ามีรสขมแสดงว่ารับประทานสารพิษเข้าไปมาก
ถ้ามีรสขมอมเปรี้ยวแสดงว่าร่างกายรับสารกันบูดเข้าไป

แรงจูงใจที่ทำให้ผมดื่มปัสสาวะเพราะภูมิอากาศของภาคใต้จะทำให้เป็นหวัด และภูมิแพ้บ่อย
หลังจากดื่มแล้วผมไม่ต้องกินยาแก้ไข้อีก แต่ผมจะไม่ดื่มตอนเย็น
จะดื่มตอนเช้าครั้งเดียว ถ้าช่วงไหนเจ็บคอจะดื่มตอนเย็นด้วย
และนอกจากจะมีสรรพคุณดังกล่าวแล้ว การดื่มปัสสาวะยังทำให้ผมหายปวดหลัง
และทำให้ผมบนศีรษะดกดำขึ้นมาอีกด้วย


นายไพฑูรย์ยังกล่าวอีกว่า นอกจากตนจะดื่มแล้ว ภรรยาและลูกสาววัย 7 ขวบ ก็หันมาดื่มด้วยเช่นกัน
และการที่ลูกสาวหันมาดื่มเพราะตนให้เลือกว่าเวลาไม่สบายจะยอมถูกฉีดยา
หรือจะดื่มน้ำปัสสาวะป้องกัน 2 ปีที่ผ่านมาลูกไม่เคยเป็นหวัดเลย
นอกจากนี้ มารดาของตนเป็นหวัดเรื้อรังมา 20 ปี ฉีดยามาตลอดไม่หาย
ตนแนะนำให้ดื่มตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว.


laugh.gif ใช้วิจารณญาณของแต่ละท่านกันนะคะ

ข้อมูลจาก................ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
www.thaihealth.info/health20.asp


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jul 19 2012, 07:59 AM
โพสต์ #30


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43



ระบบวิทยาศาตร์ของแพทย์ทางเลือก
ได้ทำสถิติเอาไว้ว่า รสปัสสาวะออกมา
แต่ละรสจะมีแนวโน้มสัมพันธ์กับ ความเสื่อมของแต่ละอวัยวะ ดังต่อไปนี้

- ปัสสาวะมีรสขม ...................... แสดงว่าแนวโน้มสัมพันธ์กับภาวะ หัวใจ บกพร่อง
- ปัสสาวะมีรสหวาน .................. แสดงว่าแนวโน้มสัมพันธ์กับภาวะ ตับอ่อน บกพร่อง
- ปัสสาวะมีรสเปรี้ยว .................. แสดงว่าแนวโน้มสัมพันธ์กับภาวะ ตับ บกพร่อง
- ปัสสาวะมีรสเค็ม ..................... แสวงว่าแนวโน้มสัมพันธ์กับภาวะ ไต บกพร่อง
- ปัสสาวะมีรสเผื่อนหรือฝาด ....... แสดงว่าแนวโน้มสัมพันธ์กับภาวะ กล้ามเนื้อ บกพร่อง
- ปัสสาวะมีรสกลมกล่อม ............ แสดงว่าแนวโน้มสัมพันธ์กับภาวะ อวัยวะทุกส่วน บกพร่อง อย่างละเล็กละน้อย
- ปัสสาวะที่ดี .......................... จะมีรสชาติ จืดเหมือนน้ำเปล่าหรือเหมือนน้ำชา




tongue.gif เป็นการฝึกจิตในการก้าวข้ามสมมุติในความรังเกียจ ที่มนุษย์ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เกิดว่าปัสสาวะเป็นสิ่งสกปรก
laugh.gif เป็นชัยชนะทางจิตใจ ลดอัตตาที่เกิดขึ้นกับตัวเราเองไม่ให้ยึดติดกับความรังเกียจ ที่มนุษย์สมมุติขึ้นมา
wink.gif ทำให้เรามีสติในการรับประทานอาหารมากขึ้น ระวังรสอาหารมากขึ้น หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์มากขึ้น ดื่มน้ำคลอโรฟิลมากขึ้น


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dech
โพสต์ Aug 2 2012, 12:49 PM
โพสต์ #31


คุณพระ
***

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 127
เป็นสมาชิกเมื่อ : 26-May 12
จาก : ยโสธร
หมายเลขสมาชิก : 892



คือผมอยากจะสอบถามทุกท่านครับ
คือ แม่ผมอยู่ที่ กาฬสินธุ์ มีอาการปวดขา และไปหาหมอทั้งที่บ้านและโรงพยาบาลที่ขอนแก่น
ทุกที่ก็ระบุเหมือนกันว่า กระดูกทับเส้น ผมจึงอยากจะทราบว่า มียาอะไรที่จะสามารถกินแล้วหายได้ครับ กรุณาแนะนำด้วยนะครับ
จะเป็นพระคุณอย่างมาก เพราะปวดมากบางคืนแทบจะไม่ได้นอนเลยครับ หากท่านพอจะทราบหรือมีประสพณ์การกรุณาแนะนำด้วยนะครับ sad.gif
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Aug 2 2012, 05:27 PM
โพสต์ #32


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,423
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5




โรคกระดูกทับเส้น part1
โดย หมอแดง ดิ อโรคยา





โรคกระดูกทับเส้น part2
โดย หมอแดง ดิ อโรคยา





--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Aug 2 2012, 05:39 PM
โพสต์ #33


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,423
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5




คลีนิคหมอแดง อโรคยา คลิกไปดูค่ะ

หนังสือ "ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น"ให้ลองหามาอ่าน... มีขายที่เซเว่น ราคาเล่มละ 59.-บาท

โทรไปคุยได้เลยค่ะน่าจะลองไปตรวจ วินิจฉัยก่อน ดีที่สุด








--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Aug 2 2012, 06:12 PM
โพสต์ #34


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43




อาแอ๊ดโทรไปปรึกษาแล้ว เขาบอกว่าให้ไปคลีนิคได้เลยค่ะ
เพื่อวินิจฉัยโรคก่อน

กำลังจะไปซื้อ "ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น"
กำลังเมื่อยขาไม่หายสักที laugh.gif


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Dech
โพสต์ Aug 3 2012, 06:32 AM
โพสต์ #35


คุณพระ
***

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 127
เป็นสมาชิกเมื่อ : 26-May 12
จาก : ยโสธร
หมายเลขสมาชิก : 892



ขอบคุณมากครับคุณอา AD ผมจะโทรไปปรึกษาคุณหมอครับ ขอบคุณมากครับ
Go to the top of the page
 
+Quote Post
สมเกียรติ7689
โพสต์ Aug 3 2012, 08:31 AM
โพสต์ #36


คุณหลวง
**

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 92
เป็นสมาชิกเมื่อ : 19-October 09
หมายเลขสมาชิก : 172



คุณอาแอ๊ด ผู้ใจดีและมีน้ำใจ นับถือจากใจจริง
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ธีร์
โพสต์ Aug 3 2012, 09:33 PM
โพสต์ #37


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 661
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
หมายเลขสมาชิก : 8



มีสูตรโบราณอยู่ ๑ ขนาน นำทดลองดูก็ไม่เสียหาย

ใข้ขมิ้นชัน ๑ หัว(แง่ง)ขูดเปลือกออก เสร็จแล้ววางไว้บนพื้น
ยืนใช้ฝ่าเท้าขาข้างที่ปวดเหยียบขมิ้นไว้ให้ตรงตรงกลางฝ่าเท้านาน ๑๐ นาที
ให้ทำทุกวันอาการจะดีขึ้น


ปล.เข้าใจว่าคงเปลี่ยนหัวขมิ้นทุกครั้งที่เหยียบ ถ้าได้ผลก็ใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าของสูตรด้วยก็ดี
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Aug 4 2012, 01:03 AM
โพสต์ #38


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,423
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5



QUOTE(Dech @ Aug 3 2012, 06:32 AM) *
ขอบคุณมากครับคุณอา AD ผมจะโทรไปปรึกษาคุณหมอครับ ขอบคุณมากครับ



เว้บบอร์ดตรวจอาการไม่ได้อ่ะค่ะ และบอร์ดเรามีหมอก็จริง
แต่ยังไม่ได้เแสดงตัวค่ะ

แนะนำดิอโรคยา เพราะชอบการบำบัดโดยธรรมชาติ ไม่ทานยา

นักกายภาพ(น้องเอก) บอกให้ไปบำบัดรักษา ก็ยังไม่ได้ไป
เลยหาดูเรื่องเจ็บเส้นที่เกี่ยวกับการเดิน เขาว่าต้องนวด
เรื่องนวดนี่ ไม่ชอบเลยค่ะ ไม่ชอบให้ใครมาจับบีบนวดตัวเรา laugh.gif laugh.gif laugh.gif

นี่ขนาดดูแลสุขภาพ จนจะเป็นวิถีทางธรรมชาติไปหมดแล้ว

เดี๋ยวนี้คนเราป่วย จากการได้รับสารเคมีจากอาหาร ทุกวัน

นับประสาอะไรกับ ข่า ยังแช่สารฟอกขาว
(จากปากคนปลูกที่นำไปขายแล้วแม่ค้าไม่ซื้อ เพราะสีข่า-ออกสีเหลืองขุ่น ๆ)

แม่ค้าบอกว่า แช่แล้วสวยดี ลูกค้าชอบ.. จึงจะขายได้


QUOTE(สมเกียรติ7689 @ Aug 3 2012, 08:31 AM) *
คุณอาแอ๊ด ผู้ใจดีและมีน้ำใจ นับถือจากใจจริง


ขอบคุณค่ะ ....
คนเรา รู้จักพอ รู้จักให้ และ อย่า อยู่ อย่าง อยาก ก็มีชีวีเป็นสุขแล้ว
เป็นคนจนค่ะ แต่ก็ยังให้ผู้ที่ยากแค้นกว่าเราไม่ขาด.


QUOTE(ธีร์ @ Aug 3 2012, 09:33 PM) *
มีสูตรโบราณอยู่ ๑ ขนาน นำทดลองดูก็ไม่เสียหาย

ใข้ขมิ้นชัน ๑ หัว(แง่ง)ขูดเปลือกออก เสร็จแล้ววางไว้บนพื้น
ยืนใช้ฝ่าเท้าขาข้างที่ปวดเหยียบขมิ้นไว้ให้ตรงตรงกลางฝ่าเท้านาน ๑๐ นาที
ให้ทำทุกวันอาการจะดีขึ้น


ปล.เข้าใจว่าคงเปลี่ยนหัวขมิ้นทุกครั้งที่เหยียบ ถ้าได้ผลก็ใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าของสูตรด้วยก็ดี


ขอบคุณค่ะ อ.ธีร์ ฝ่าเท้ายังไม่เจ็บ
จะจำไว้ลอง และบอกคนอื่นต่อ


ปล. ได้รับคำตอบแล้ว....
ขออนุญาต นำกระทู้นี้ไปรวมกับกระทู้ อโรคยา ปรมาลาภา ... สำหรับผู้ที่สนใจใฝ่รู้


--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Aug 4 2012, 01:16 AM
โพสต์ #39


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 1,423
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : 217 หมู่ 3 ถนนกรุงนนท์จงถนอม ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จ.นครปฐม 73130
หมายเลขสมาชิก : 5




มีสูตรโบราณ(ผีบอก)อยู่ ๑ ขนาน รักษาแผลหนองเรื้อรัง
(ยกเว้นแผลที่เกิดจากเบาหวาน.... ยังไม่ได้ลอง)

ใช้ .... ใบชา /แป้งข้าวเจ้า /ผ้าก๊อซ+พลาสเตอร์

ใบชา ......... ชงชาในน้ำร้อนให้สีชาแก่ รอให้อุ่น
เพื่อใช้ล้างแผลหนองเรื้อรัง
จะล้างง่าย ไม่แสบ ครบหนองหลุดออกง่าย


แป้งข้าวเจ้า 1 - 2 ช้อนแกง ผสมกับน้ำส้มสายชูหมัก ไม่ให้เหลวมาก
โปะลงบนแผล ปิดด้วยผ้าก๊อซ+พลาสเตอร์

จะรู้สึก ยิบ ๆ เหมือนมีอะไรมาแทะแผล
เปิดดูตอนเช้า แป้งนั้นดูดหนองจากแผลออกมามากมาย
รักษา หาหมอเป็นหลายปี ก็กลับมาเป็นใหม่

สูตรนี้ชงัดจริง ๆแผลเริ่มเกิดเนื้อใหม่ขึ้นมา
ประมาณ5-7 วันก็หายขาดค่ะ

ปล. ถ้าได้ผลก็ใส่บาตร อุทิศส่วนกุศลให้เจ้าของสูตรด้วยนะคะ


--------------------





Go to the top of the page
 
+Quote Post
ธีร์
โพสต์ Aug 4 2012, 09:46 PM
โพสต์ #40


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 661
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
หมายเลขสมาชิก : 8



QUOTE( ღ•♥AD♥& @ Aug 4 2012, 02:03 AM) *
ขอบคุณค่ะ อ.ธีร์ ฝ่าเท้ายังไม่เจ็บ
จะจำไว้ลอง และบอกคนอื่นต่อ


ไม่ใช่เจ็บฝ่าเท้าครับ ในตำราบอกว่าใช้ได้กับอาการปวดขา ปวดเข่า
แต่ไม่รู้ว่าจะรวมกับปวดข้อของเก๊าท์ด้วยหรือเปล่า
ใครลองแล้วได้ผลเป็นอย่างไรนำมาบอกเล่าให้ทราบบ้างก็ดี
Go to the top of the page
 
+Quote Post

2 หน้า V  < 1 2
Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 19th January 2020 - 03:56 PM