IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

วันละ1คำตอบของหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง, หลวงพ่อชาตอบคำถามเกี่ยวกับประพฤติปฏิบัติ
Ducklast
โพสต์ Jun 19 2010, 02:22 PM
โพสต์ #1


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 554
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23





"จบที่ตรงไหน?
ท่านจะเรียนอย่างนี้เรื่อยไปงั้นรึ?
ปริยัติข้างนอกเรียนไม่จบหรอก
มันหลายตู้

เรียนปริยัติแต่ไม่ปฏิบัติจะไม่ได้ผล

เหมือนคนเลี้ยงโค ไม่ได้กินนมโค ฉันนั้น"


วาทะ หลวงพ่อชา สุภัทโท

----------------------------------------------

คำตอบหลวงพ่อชามีขึ้นเนื่องจากพระสุญโญภิกขุ ภิกษุชาวอเมริกันจดบันทึกไว้เป็นภาษาอังกฤษ เมื่อท่านลาสิกขา ได้จัดพิมพ์เผยแพร่เป็นธรรมทาน
ต่อมาได้มีผู้แปลกลับเป็นภาษาไทย ซึ่งหลวงพ่อชาได้บัญชาให้พระีวีิระพล เตชปัญโญ เป็นผู้สอบทาน


----------------------------------------------
ข้าพเจ้าเห็นว่าน่าจะเกิดประโยชน์แก่ผู้สนใจในทางประพฤติปฏิบัติ
ด้วยหลวงพ่อชาได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ทำของยากให้เป็นง่าย
ภาษาธรรมของท่านใครฟังแล้ว จะสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก
หวังอีกว่า บางคำถามอาจตรงกับใจผู้ที่กำลังสงสัยแต่ไม่ทราบจะถามท่านผู้ใดดี
โปรดตั้งใจอ่านโดยเคารพ
คำถามของท่านอาจมีคำตอบ ณ ที่นี้
-------------------------------------------------

วันละ1คำถาม
วันละ1คำตอบ

วันไหนมีเวลามากก็มีมากกว่า1คำถาม1คำตอบ

------------------------------------------------

ถาม
"ผมได้พากเพียรอย่างหนักในการปฏิบัติพระกรรมฐาน แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้ผลคืบหน้าเลย?"

ตอบ
"เรื่องนี้สำคัญมาก อย่าได้พยายามที่จะเอาอะไรจากการปฏิบัติ,ความอยากอย่างแรงกล้าที่จะหลุดพ้น หรือรู้แจ้ง
จะเป็นความอยากที่ขวางกั้นท่านจากการหลุดพ้น
ท่านจะเพียรอย่างหนักตามใจท่านก็ได้ จะเร่งความเพียรทั้งกลางวันกลางคืนก็ได้
แต่ถ้าการปฏิบัตินั้นประกอบไปด้วยความอยากที่จะบรรลุเห็นแจ้ง
ท่านจะไม่มีทางพบความสงบได้เลย
แรงอยากจะทำให้เกิดความสงสัยและความกระวนกระวายใจ
ไม่ว่าท่านจะฝึกปฏิบัติมานานเท่าใด หรือหนักเพียงใด
ปัญญาจะไม่เกิดจากความอยากนั้น
จงเพียงแต่ละความอยาก,เฝ้าดูจิตและกายอย่างมีสติ โดยไม่มุ่งหวังที่จะบรรลุถึงอะไร
ไม่ยึดมั่นถือมั่นแม้ในเรื่องการฝึกปฏิบัติหรือในการรู้แจ้ง"


ถาม
"เรื่องการนอนหลับล่ะครับ ผมควรนอนมากเพียงใด?"

ตอบ
"อย่าถามผมเลย,ผมตอบให้ท่านไม่ได้หรอก
บางคนนอนหลับคืนละประมาณ4ชั่วโมงก็พอ
สิ่งสำคัญคือ ท่านต้องเฝ้าดูและรู้จักตัวของท่านเอง
นอนน้อยเกินไปท่านจะไม่สบายกาย ทำให้คุมสติได้ยาก
นอนมากไป จิตใจจะตื้อ เฉื่อยชาหรือซัดส่าย
จงหาภาวะที่เหมาะสมแก่ตัวท่านเอง
ตั้งใจเฝ้าดูกายและจิต จนท่านรู้จักระยะเวลาในการหลับนอนที่พอเหมาะสำหรับท่าน
ถ้าท่านตื่นแล้ว แต่ยังซุกตัวของีบต่อไปอีก
จงเข้าใจว่านั่นคือกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
ที่ถูกต้องนั้นคือ ท่านจงมีสติทันทีที่ท่านลืมตาตื่นขึ้นมา"
Go to the top of the page
 
+Quote Post
5 หน้า V  « < 3 4 5  
Start new topic
คำตอบ (80 - 82)
ღ•♥AD♥•ღ
โพสต์ Aug 23 2010, 06:56 AM
โพสต์ #81


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 574
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : ๑๐๑๖๐
หมายเลขสมาชิก : 5




จงอดทนและฝึกให้มีคุณธรรม
มีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ
และเป็นปกติตามธรรมชาติ จงเฝ้าดูจิต

นี่แหละคือการปฏิบัติของเรา wub.gif
ซึ่งจะนำไปสู่ความไม่เห็นแก่ตัว และความสงบสันติ


รออ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ wub.gif หลวงพ่อชา wub.gif ต่อนะคะ




--------------------

เวลาถ่ายรูป...ส่วนใหญ่เราก็มักจะเก็บภาพที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ความประทับใจ
แล้วทำไมกับวันนี้ นาทีนี้ไม่เก็บเกี่ยวสิ่งดี ดี เก็บไว้
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Ducklast
โพสต์ Aug 26 2010, 04:06 PM
โพสต์ #82


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 554
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23



ภาคทึ่่ 2

คณะพ้นโลกถาม
หลวงพ่อชาตอบ
ณ วันที่ 10 พย.2522




ถาม
การภาวนานี้ เราไปยืน เดิน นั่ง นอน อะไรอย่างนี้จะมีผลอะไรบ้างครับ?

ตอบ
มีบ้าง แต่เหตุมันต้องสงบถึงที่ของมันเสียก่อน ให้มันถึงปัญญาล่ะดีมากที่สุด
คือมันบ่มมาถึงที่สุดแล้ว มันก็ลุกขึ้นมาได้
แต่ว่ามันมีแง่อยู่อย่างหนึ่งว่า ความสำเร็จในการปฏิบัตินี้ มันมีเรื่องติดไปด้วย
ปัญญาวิปัสสนาภาวนา ปัญญากับจิตมันอยู่ร่วมกัน
อย่างคนมีปัญญาไม่ต้องไปทำอะไรมากมาย มันรวมเข้าของมัน

เรื่องสมาธิ คล้ายๆว่า สมมุติเราเป็นช่างวาดเขียน เราไปมองเห็นแล้วเราก็เข้าใจ จนมันติดอยู่ในใจของเรา
เราไปเขียนออกจากใจของเราได้
ไม่ต้องไปนั่งวาดอยู่ตรงนั้น
คนที่ไม่เข้าใจ คนนั้นต้องไปนั่งวาดอยู่ตรงนั้น
อันนี้เรื่องของปัญญา ไม่ต้องไปนั่งเขียน เรามองดูก็เข้าใจ เขียนมันไปเลยก็ได้ มันก็เป็นอย่างนี้

บางคนก็ใช้ปัญญาน้อย บางคนใช้ปัญญามาก อาจจะตรัสรู้ธรรมะในอิริยาบถหนึ่งก็ได้
การยืน การเดิน การนั่ง การนอน ท่านให้ทั้งนั้น
ก็เพราะอะไร
ก็เพราะเราเป็นอย่างนี้ ท่านจึงให้ทำอย่างนั้น

บางคนไม่ต้องไปนั่งเขียนตรงนั้น มองปั๊บเดียวเข้าใจ ไปนั่งเขียนมันเสียเวลา
ถ้าเราไปนั่งเขียนตามความเข้าใจของเรา มันก็คล่องขึ้น มันเป็นอย่างนี้

แต่ว่าต้องพยายามตามแบบของมัน อย่าไปทื้ง
เหมือนกับว่าการนั่งสมาธิแบบเดิม นั่งขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ตั้งกายตรง
บางคนว่าเดินก็ได้ นั่งก็ได้

คุกเข่าจะได้ไหม?

ได้

แต่ว่าเราเป็นนักเรียนใหม่ เรียนหนังสือก็ต้องคัดตัวบรรจงเสียก่อน
ให้มันมีหัวมีหางเสียก่อน
ถ้าเราเข้าใจดีแล้ว เราเขียนเองอ่านเอง เขียนหวัดไปก็ได้ อย่างนี้ไม่ผิด

แบบเดิมต้องทำอย่างนั้นเสียก่อน ดีมาก เข้าใจไหม?

ทำถึงตรงโน้นแล้วหรือยัง?
ไม่ทำถึงโน้น พูดให้ฟังก็ไม่รู้เรื่องสินะ รู้แต่ว่าฟังไป




Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Sep 4 2010, 11:48 AM
โพสต์ #83


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 520
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤ เพชรเกษม46 ❤
หมายเลขสมาชิก : 43



คุณอา


ลืมกาทู้นี้ ?





--------------------
~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post

5 หน้า V  « < 3 4 5
Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 6th September 2010 - 03:04 AM