IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

อยากทราบประวัติหลวงปู่สนธ์ สุรชโย วัดท่าดอกแก้ว
อ.ต้องราชภัฏอุบล
โพสต์ Aug 16 2011, 10:15 AM
โพสต์ #1


คุณหลวง
**

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 80
เป็นสมาชิกเมื่อ : 2-August 11
หมายเลขสมาชิก : 683



สวัสดีครับพี่อำพล

ผมอ.ต้อง ที่ม.ราชภัฏอุบลครับพี่ วันนี้ผมเพิ่งมั่วๆลุยถั่วเพื่อสมัครสมาชิกใหม่สำเร็จครับพี่ บังเอิญวันที่ผมไปรับพระหลวงปู่ทองสามาอาทิตย์ก่อนนั้นส่วนหนึ่งผมเอาไปแจกงานรับใบป
ระกาศแม่ดีเด่น (แม่ผมได้รับ) ที่วัดบ้านก้านเหลือง ปรากฏว่ามีคนอยากได้รูปเหมือนหลวงปู่ทองสารุ่นแรกเยอะมากครับขนาดคนแก่ยังดึงเสื้อผม
แทบขาดครับ คนมาเป็นร้อยแทบไม่พอแจกครับพี่ และผมก็เอาเนื้อทองทิพย์ไปให้อาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในราชภัฏอุบล ท่านชอบมากบอกว่าสวยดีต้องเลี่ยมใส่ และท่านพูดถึงหลวงปู่สนธ์ สุรชโย เกจิบ้านเกิดของท่าน บังเอิญผมไม่ค่อยคุ้นครับ เลยอยากถามพี่อำพลถึงประวัติความเป็นมาของท่านครับ ขอบพระคุณล่วงหน้าครับพี่
Go to the top of the page
 
+Quote Post
 
Start new topic
คำตอบ
Ducklast
โพสต์ Aug 16 2011, 11:21 AM
โพสต์ #2


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 2,623
เป็นสมาชิกเมื่อ : 30-May 09
จาก : ตรงไหนสักแห่งแถวชายแดนไทย
-ลาว
หมายเลขสมาชิก : 23



ข้อเขียนเก่าของเฒ่าอำพล เจน
เขียนไว้นานปี ตีพิมพ์ที่ไหนจำบ่ได้
เจอคนเขาเอาไปโพสต์ลงเว็บหนึ่ง

กลายเป็นคนcopyเรื่องนี้ไปโพสต์ลงตรงโน้นเขียนเองเฉยเลย

ไม่เห็นแก่เจ้าของเรื่องหรือคนเขียนที่แท้จริง

เชิญอ่าน



ประวัติหลวงปู่สนธ์ วัดท่าดอกแก้ว
พระครูสันธานพนมเขต (สนธ์ สุรชโย)

นามเดิม สนธ์ คงเหลา

เกิด 20 มิถุนายน 2422 ที่บ้านท่าดอกแก้ว ตำบลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

เป็นบุตรของนายแสงและนางทุม คงเหลา มีพี่น้องร่วมอุทร 6 คน ท่านเป็นคนที่ 2

บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 14 ปีที่วัดท่าดอกแก้ว โดยมีพระอาจารย์นนท์ เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2436 บวชเณรแล้วได้ศึกษาอักษรธัม ไทยน้อย ลาว และขอม กับบทสวดมนต์สูตรต่าง ๆ อยู่ในสำนักพระอาจารย์นนท์

อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ 20 ปี ในวันที่ 5 มีนาคม 2442 โดยมีพระอาจารย์ภูมี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์นนท์เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์สม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เมื่อบวชพระแล้วได้ฝากตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์สีทัตต์
ศึกษาด้านวิปัสสนาธุระที่วัดป่าอรัญญคามวาสี (ปัจจุบันคือวัดพระธาตุท่าอุเทน) ศึกษาอยู่1ปี
จึงกราบลาพระอาจารย์สีทัตต์ไปจำพรรษาที่วัดห้วยออน แขวงเมืองบ่อสะแทน ประเทศลาว
โดยอยู่กับท่านอาจารย์โสดา ซึ่งเป็นลุงของพระสนธ์เป็นเวลา 3 ปี จึงย้ายกลับมาอยู่วัดท่าดอกแก้ว
และได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าดอกแก้วหลังจากเจ้าอาวาสองค์เดิมมรณภาพไป
โดยเริ่มครองวัดท่าดอกแก้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2452 เป็นต้นมา
จนกระทั่งมรณภาพในวันที่ 14 ธันวาคม 2510 เวลา 15.30 น. ที่วัดท่าดอกแก้วโดยอาการสงบ
สิริรวมอายุได้ 88 ปี 74 พรรษา

มีคำสดุดีของลูกศิษย์ลูกหาได้เขียนไว้ถึงท่านว่า

“หลวงพ่อพระครูสันธานพนมเขต (พระอาจารย์สนธ์) เป็นผู้ชำนาญทั้งทางปริยัติและวิปัสสนากัมมัฏฐาน เป็นผู้ทรงคุณอันสูงในทางไสยศาสตร์
ในระหว่างที่ยังมีชีวิตได้บำเพ็ญสมณธรรมช่วยเหลือเกื้อกูลแก่บุคคลโดยไม่เลือกชั้นวร
รณะ
ใครมานิมนต์ไปไหนไม่ขัดข้อง เป็นที่เคารพในหมู่ประชาชนทั้งสองฝั่งโขงไทยลาว”

“หลวงพ่อมีชื่อเสียงทางขับไล่ภูตผีปีศาจและคุณไสย และทุกๆวันจะมีผู้เดินทางมาขอพระเครื่อง และเครื่องรางของขลังนานาชนิดจากท่านไม่ขาด
ในคราวกรณีพิพาทอินโดจีน ผ้ายันต์แคล้วคลาดของท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมาก
ทหารตำรวจหลั่งไหลไปขอแน่นขนัดวัด ท่านก็แจกคาถาและผ้ายันต์ให้อย่างทั่วถึง"

“ในบริเวณวัดท่าดอกแก้วจะมีผู้คนมานั่งเฝ้ารอพบท่านอยู่มากมายไม่ขาดสาย ทุกคนมาที่นี่เพื่อกราบท่าน และขอของดีกันทั่วหน้า”

ท่านเจ้าอาวาสวัดท่าดอกแก้ว หรือวัดโสดาประดิษฐ์ องค์ปัจจุบัน เดินย่องเข้าไปในห้องพักหนึ่งแล้วกลับออกมาพร้อมด้วยรูปถ่ายหลวงปู่สนธ์
ท่านบอกว่าเป็นรูปที่พิมพ์ขึ้นในสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ และท่านได้ปลุกเสกอยู่ในพระอุโบสถตามลำพัง
เสกแล้วก็แจก
ถือว่าเป็นของดีที่ท่านปลุกเสกไว้เป็นครั้งสุดท้ายในปีสุดท้ายก่อนมรณภาพ
นายชวน กิติศรีวรพันธ์ อดีต สส.นครพนม เป็นผู้พิมพ์ถวาย

พอมอบรูปให้ผมแล้วก็บอกว่า “สงสารอุตส่าห์มาตั้งไกล และอย่าไปบอกใครนะว่ารูปยังมีเหลือเก็บที่อาตมา เพราะว่ามีน้อยมาก เดี๋ยวใครต่อใครมารุมขอหมด”

สาธุหลวงพ่อ ผมบอกใคร ๆ เดี๋ยวนี้แล้วซีครับโธ่



ถ้าหากพิจารณาประวัติย่อของหลวงปู่สนธ์แล้วจะพบความขลังของท่านปรากฏอยู่รำไรไม่ชัดเ
จนนัก
คงจะต้องเล่าเรื่องท่านได้มาปลุกเสกพระที่วัดเทพศิรินทร์ให้ฟังก็เล่าตามปากของคุณอา
คมนั่นแหละครับ

ดูเหมือนจะเป็นสมัยที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) มรณภาพใหม่ ๆ จะเป็นคราวปลุกเสกพระอะไรก็ไม่ทราบแน่ชัด
ตอนนั้นอยู่ในราว พ.ศ. สองสี่เก้ากว่า บางทีจะเป็นคราวปลุกเสกพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ของหลวงภูมินาถสนิทหรือเปล่าไม่รู้
แต่ว่าคราวที่หลวงปู่สนธ์ลงมากรุงเทพฯ นั้น ท่านมาอย่างพระบ้านนอก ไม่มีใครรู้จักนัก
ครั้นพิธีปลุกเสกพระผ่านพ้นไปแล้ว วันกลับนครพนมได้เกิดปรากฏการณ์พิเศษคือ
มีพระสงฆ์ที่มาร่วมพิธีปลุกเสกพระครั้งโน้นติดตามหลวงปู่สนธ์ไปวัดท่าดอกแก้วหลายสิบ
องค์ ถึงกับแน่นตู้รถไฟว่างั้นก็ได้

พระบ้านนอกรูปนี้มีอะไรดีหรือ

อีกคราวหนึ่ง คุณอาคมเล่าว่า พ่อของเขาได้นำพระเครื่องของหลวงปู่สนธ์ไปให้หลวงปู่เฮี้ยง (เจ้าคุณวรพรตปัญญาจารย์ วัดป่าอรัญญิกาวาส ชลบุรี) ดู
ปรากฏว่าท่านดูไม่ออก
กว่าจะดูรู้เรื่องว่าหลวงปู่สนธ์ทำพระอย่างไร ปลุกเสกพระวิธีไหน ก็เสียเวลาหลายวัน
ต้องกำหนดจิตเข้าในองค์พระอยู่เป็นนานจึงรู้เรื่อง พอรู้แล้วก็ออกปากยกย่องหลวงปู่สนธ์เป็นอย่างยิ่ง
เสร็จแล้วก็ฝากพระของท่านเองไปให้หลวงปู่สนธ์ดูบ้าง
เมื่อพระไปถึงหลวงปู่สนธ์ ท่านก็บอกทันทีเลยว่าพระองค์นี้ดีอย่างนั้นอย่างนี้
ปลุกเสกด้วยวิธีนั้นวิธีนี้ คาถาบทนั้นบทนี้
หลวงปู่เฮี้ยงถึงกับร้องทำนองว่าเขารู้เราหมด แต่กว่าเราจะรู้เขาได้นั้นผิดกันเยอะ

คุณอาคมได้เล่าเรื่องพ่อนับถือของเขา คือคุณปถม อาจสาคร ให้ฟังว่า ตอนนั้นราว ๆ ปี 2493 พ่อของเขาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสหกรณ์อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
เพิ่งย้ายไปที่นั่นใหม่ ๆ
ปกติแล้วพ่อของเขาเป็นผู้ใฝ่ใจทางนี้ ไปอยู่ไหนก็แสวงหาครูบาอาจารย์เก่ง ๆเสมอ
เดิมก็เป็นศิษย์ของหลวงปู่เฮี้ยง ได้วิชาความรู้ทางสร้างพระจากหลวงปู่เฮี้ยงเยอะแยะ จึงเป็นนักสร้างพระที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง

เมื่อมาอยู่ท่าอุเทน ก็ได้ยินข่าวหลวงปู่สนธ์แล้ว แต่ว่าคงยังไม่ทันกระตือรือร้นจะไปกราบเท่าใดนัก
พอดีมีพลทหารคนหนึ่ง ทำงานช่วยคุณปถมที่สหกรณ์นั้นเกิดไปมีเรื่องทะเลาะกัน ถูกยิงกระเด็นตกน้ำ
กระสุนที่รัวใส่ 3 ชุด ทำเอาจุกแทบตาย
แต่ว่าไม่เข้าหนังเข้าเนื้อ
ปรากฏเพียงรอยแดงเป็นจ้ำทั่วทั้งตัว เสื้อผ้าที่สวมก็ขาดกระจุน
พลทหารนายนี้มีตะกรุดอยู่กับตัวเพียงดอกเดียวเท่านั้น

ตะกรุดดอกเดียวที่ว่านี้คือตะกรุดเก้าแปเก้าหย้อ ทำด้วยตะกั่ว
และเป็นตะกรุดของหลวงปู่สนธ์วัดท่าดอกแก้ว

ก็นี่แหละที่ทำให้คุณปถมได้ไปกราบหลวงปู่สนธ์โดยไม่ต้องลังเลอีกแล้ว

เมื่อได้พบหลวงปู่สนธ์ก็ปรากฏว่าถูกจริตนิสัยกันเป็นอย่างมาก
และได้เห็นบาตรเก่าใบหนึ่งมีผ้ายันต์ปิดปากบาตรไว้จึงถามว่านั่นอะไร
หลวงปู่สนธ์ตอบว่า ผงโสฬสมหาพรหมของหลวงปู่สีทัตต์ ท่านมอบไว้ให้และเก็บรักษามาอย่างนี้ตั้งนาน ไม่รู้จะทำอะไร

ในที่สุดก็มอบให้คุณปถมเอาไปสร้างพระ

ผงโสฬสมหาพรหมนี้หลวงปู่สีทัตต์ได้สร้างขึ้นสมัยอยู่ภูเขาควาย ประเทศลาว
ใช้เวลาสร้างอยู่นานนับปี ท่านจะสร้างของท่านอย่างไรไม่ทราบ
แต่ว่ามีตำราแสดงการสร้างผงโสฬสมหาพรหมไว้พอได้ศึกษาเป็นนัยแห่งความรู้ได้ดังนี้

ต้องลงด้วยอักขระธัม หรือตัวธรรม (คนละแบบกับตัวขอม ตัวธรรมเป็นอักขระที่ใช้จารคัมภีร์และคาถาของคณาจารย์แถบลุ่มน้ำโขง)
ต้องผูกอักขรธรรมเป็นกลยันต์ 16 มุม แต่ละมุมแบ่งออกเป็น 16 ชั้น แต่ละชั้นลงอักขระ 16 ตัว ตัวละช่อง ลงครบแล้วถือเป็น 1 ครั้ง
เวลาลงก็ลงด้วยดินสอพองแล้วลบเอาผงมาใช้
หลังจากลงครั้งแรกแล้วครั้งต่อไปไม่ต้องลงอีก
เพียงเอาผงลูบกระดานก็จะปรากฏเป็นตัวยันต์ขึ้นมาแล้วบลเอาผงอีก
คือหมายความว่าลงด้วยมือเขียนครั้งเดียว ต่อไปไม่ต้องเขียน

เข้าทำนองถ่ายซีร็อกว่างั้นก็ได้

ผู้ที่ทำผงนี้ได้สำเร็จจะบันดาลให้เทพเทวะทั้ง 16 ชั้นฟ้า ชั้นดิน 14 บาดาล 21 ชั้นพรหม ภควพรหม จนถึงสุทธาวาสขึ้นมาอำนวยพร
ผงนี้จะอุดมด้วยวาสนา บารมี ลาภสักการะ ปรารถนาสิ่งใดก็ได้ดังหวัง

คุณปถม เวลารับมอบผงโสฬสมหาพรหมจากหลวงปู่สนธ์ถึงกับมือไม้สั่น นึกไม่ถึงว่าท่านจะให้
และเมื่อรับผงมาแล้วก็ได้สร้างพระถวายหลวงปู่สนธ์ 2 รุ่น รุ่นแรกนั้นไม่มีภาพตัวอย่างให้ดู เพราะว่าหาพระไม่ได้ และพระรุ่นแรกก็ไม่ทนทานเท่าที่ควร โดยมากเปื่อยยุ่ยพังไปเอง
ส่วนรุ่น 2 นั้นทำได้แข็งแรงกว่า เพราะว่าใช้วิธีเผา พระจึงแกร่งและทนทานอยู่ได้จนทุกวันนี้

พระรุ่น 2 นี่แหละครับที่ตกน้ำแล้วลอยขึ้นวิ่งสู่ฝั่งในลำน้ำโขงแล้วไปโผล่ที่วัดท่าดอกแก้ว





หลังจากสร้างพระถวายหลวงปู่สนธ์เสร็จแล้ว คุณปถมนำผงไปคืนหลวงปู่สนธ์ แต่ว่าหลวงปู่ท่านกลับบอกว่าให้เก็บไว้สร้างพระต่อไปในอนาคต
ผงที่เหลือทั้งหมดจึงกลับมาอยู่ในครอบครองของคุณปถมอีกครั้ง
ระหว่างนี้คุรปถมได้นำผงโสฬสมหาพรหมไปขอบารมีจากครูบาอาจารย์หลายท่าน เช่น เจ้าคุณอริยคุณาสาร (ปุสโส เส็ง) 6 เดือน
พระอาจารย์วัง ฐิติสาโร แห่งภูลังกา พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร พระอาจารย์สิม พุทธาจาโร (ขณะพำนักที่สกลนคร) พระอาจารย์หัว วัดบ้านคำครึ่ง และหลวงพ่อสมาธิ สุดท้ายก็คือหลวงปู่จันทร์ เขมิโย หรือพระเทพสิทธาจารย์ ว้ดศรีเทพฯ นครพนม

หลวงปู่จันทร์ก็เป็นศิษย์ของหลวงปู่สีทัตต์เหมือนกัน โดยเป็นศิษย์ตั้งแต่สมัยยังเป็นเณร
เคยออกธุดงค์กับหลวงปู่สีทัตต์และได้เห็นอิทธิฤทธิ์ของหลวงปู่สีทัตต์มากพอสมควร
เช่นครั้งหนึ่งนั่งอยู่ในร่มไม้มีฝูงนกเกาะอยู่ข้างบน ร้องเจี๊ยวจ๊าว หลวงปู่สีทัตต์ถามเณรจันทร์ว่ารู้ไหมนกมันคุยอะไรกัน
เณรจันทร์ตอบว่าไม่รู้
หลวงปู่สีทัตต์ก็ว่า มันคุยกันจะบินไปหากินทางทิศตะวันออก
พอพูดจบฝูงนกก็บินไปทางทิศตะวันออกทั้งหมดจริง ๆ

“ต่อไปถ้าเณรปฏิบัติถึงขั้นแล้ว เณรจะฟังภาษานกออกเอง” หลวงปู่สีทัตต์ว่า

หลวงปู่สีทัตต์กับสามเณรจันทร์ หรือหลวงปู่จันทร์นั้น เข้าใจว่าจะเป็นญาติกัน เพราะว่ามีนามสกุลเหมือนกันคือ "สุวรรณมาโจ” และเป็นคนท่าอุเทนด้วยกัน
บางทีหลวงปู่สีทัตต์จะเป็นน้าเป็นลุงหลวงปู่จันทร์ก็ได้

ตอนที่ผงโสฬสมหาพรหมไปถึงมือหลวงปู่จันทร์นั้น คุณอาคมเล่าว่าหลวงปู่จันทร์เห็นแล้วก็จำได้ ถึงกับออกปากว่าไปเอาผงนี้มาจากไหนอย่างไร
และหลังจากนั้นก็แบ่งผงนี้ไว้ประมาณ 1 ชั้นปิ่นโต
ผงนี้ได้นำมาสร้างพระเครื่องรุ่น 2500 ของหลวงปู่จันทร์ คือพระสมเด็จและพระนางพญา ที่คนทั่วไปรู้จักกันดีแล้วนั่นเอง

ประวัติและเรื่องราวของหลวงปู่สีทัตต์ มีปรากฏอยู่ในหนังสือประวัติพระพุทธบาทบัวบก จังหวัดอุดรธานี ใครไปนมัสการพระพุทธบาทบัวบกก็สามารถซื้อมาอ่านได้
และถ้าเป็นแฟนศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริงแล้วก็จะต้องเคยอ่านประวัติหลวงปู่สีทัตต์จาก
ที่นี่มาแล้ว
ดูเหมือนว่าจะเป็นคุณเวทย์ วิทยาคม เขียน หรือไม่ก็คุณสุวิทย์ เกิดพงษ์บุญโชติ
ให้ย้อนกลับไปค้นเล่มเก่า ๆ มาอ่านก็จะได้ความพิสดารแห่งประวัติท่าน ผมจะงดไม่กล่าวถึง

คุณอาคมได้เล่าไว้อย่างน่าทึ่งและเหลือเชื่อว่า ตอนที่พ่อของเขานำผงนี้ไปถวายพระอาจารย์ฝั้น เมื่อท่านเห็นผงแล้วก็ถึงกับก้มกราบ พระอาจารย์วังก็กราบเหมือนกัน

ผงโสฬสมหาพรหมเมื่อมาอยู่ในครอบครองของคุณปถมแล้ว คุณปถมได้นำผงนี้ไปเก็บไว้ที่วัดเทพศิรินทร์ โดยเอาไว้ในพระอุโบสถ (ว่าตามคุณอาคมนะครับ)
ผงนี้ก็มีอันอยู่ในพระอุโบสถวัดเทพฯ ตลอดมา เพราะว่าท่านเจ้าคุณนรฯ ปลุกเสกพระในพระอุโบสถนี้เสมอ

นับได้ว่าผงนี้ยิ่งนานยิ่งขลังเป็นทวี

ถ้าจะว่าไปแล้วผงนี้ใช่จะได้สร้างแต่พระถวายหลวงปู่สนธ์ 2 รุ่น (ระหว่างปี 2493-94) แล้ว ยังได้สร้างถวายพระอาจารย์ฝั้นและพระอาจารย์สิมด้วย
ทั้งของพระอาจารย์ฝั้นและพระอาจารย์สิมเป็นพระพิมพ์เดียวกัน ต่างกันที่สีของเนื้อพระ
คือของพระอาจารย์ฝั้นสีอิฐเผาออกแดงอมส้ม ส่วนของพระอาจารย์สิมสีดำ และของพระอาจารย์สิมองค์ใหญ่กว่าพระอาจารย์ฝั้นเล็กน้อย ด้านหลังพระจะมีลายผ้าปรากฏ
แต่ของพระอาจารย์ฝั้นหลังเรียบไม่มีลายอะไร

ไล่กันจริง ๆ ก็น่าเป็นดังนี้ คือสร้างถวายหลวงปู่สนธ์ก่อน ต่อมาก็หลวงปู่จันทร์ วัดศรีเทพฯ สร้างเป็นพระสมเด็จ 3 พิมพ์ พระนางพญา 3 พิมพ์ใน พ.ศ. 2500
ต่อมาก็เป็นของพระอาจารย์ฝั้นและพระอาจารย์สิมตามลำดับ
สุดท้ายก็เป็นของหลวงปู่ทิม อิสริโก หรือพระครูภาวนาภิรัต วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง

หลวงปู่สีทัตต์ ดูเหมือนว่าวาระสุดท้ายของท่านยังเป็นความลับดำมืด ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าท่านมรณภาพเมื่อไหร่ที่ไหน
คาดว่าคงทิ้งสังขารอยู่บนภูเขาควายอันลึกลับซับซ้อนแห่งประเทศลาวนั่นเอง

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นไปอย่างพอมองเห็นภาพความขลังของผงโสฬสมหาพรหม หรืออาจเป็นผงอิทธิเจมหาลาภก็ตาม ว่ามีการเดินทางยาวไกล
และสร้างชื่อเสียงไว้อย่างลึกลับแค่ไหน เพื่อหวังว่าผงนี้และเจ้าของผงคือหลวงปู่สีทัตต์จะไม่ถูกลืม

ใครมีศรัทธาก็คงต้องดิ้นรนขวนขวายหากันเอาเอง

ท่าดอกแก้ว ของหลวงปู่สนธ์นั้น ถ้าหากว่าใครมีพ่อแม่ปู่ย่าเป็นทหารในแถบจังหวัดนครพนมหรือใกล้เคียง ให้รื้อค้นหิ้งพระดู
บางทีจะพบท่าดอกแก้วได้
เพราะว่าหลวงปู่สนธ์ท่านแจกท่าดอกแก้วไปในหมู่ทหารเป็นส่วนมาก ไม่ค่อยได้แจกแก่ประชาชนอาชีพอื่น



--------------------
อฺตตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถนญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
สอนผู้อื่นเช่นใดพึงสอนตนเช่นนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
(พุทธ)ขุ.ธ.๒๕/๓๖
Go to the top of the page
 
+Quote Post

โพสต์ในหัวข้อนี้
- อ.ต้องราชภัฏอุบล   อยากทราบประวัติหลวงปู่สนธ์ สุรชโย วัดท่าดอกแก้ว   Aug 16 2011, 10:15 AM
- - Ducklast   ข้อเขียนเก่าของเฒ่าอำพล เจน เขียนไว้นานปี ตีพิมพ์ท...   Aug 16 2011, 11:21 AM
- - George   พระท่าดอกแก้ว แพงมากกกกก   Aug 16 2011, 04:47 PM
- - เซี่ยวลี้ปวยเกี่ยม   ใช่พระนางพญาหลวงปู่จันทร์ วัอศรีเทพหรือเปล่าครับปู...   Aug 16 2011, 05:21 PM
|- - dragon   QUOTE(เซี่ยวลี้ปวยเกี่ยม @ Aug 16 2011, 05...   Aug 17 2011, 08:05 AM
- - เซี่ยวลี้ปวยเกี่ยม   ใช่พิมพ์สมเด็จของหลวงปู่จันทร์หรือเปล่าครับ   Aug 16 2011, 05:24 PM
- - เซี่ยวลี้ปวยเกี่ยม   ด้านหลังครับ   Aug 16 2011, 05:25 PM
- - Ducklast   นางพญาใช่เลย สมเด็จพิมพ์นี้ไม่เคยเห็น แต่ดูเนื้อหา...   Aug 16 2011, 06:42 PM
- - อ.ต้องราชภัฏอุบล   พี่อำพลครับ เขาว่ารุ่นที่ดังๆแพงๆคือพระเครื่องที่ค...   Aug 16 2011, 08:14 PM
- - prigtai   "การเดินทางของผงโสฬส มหาพรหม..." http...   Aug 17 2011, 12:50 AM
- - Ducklast   QUOTE(prigtai @ Aug 17 2011, 12:50 AM) ...   Aug 18 2011, 08:35 AM
- - ball   ขอแจมครับ ช่างเลี่ยมโหลยโท่ยอยู่บ้านหัวเรือ   Aug 22 2011, 01:35 PM
- - ball   เอาใหม่ รูปไม่ขึ้น   Aug 22 2011, 01:45 PM
- - ball   ด้านหลังครับ   Aug 22 2011, 01:57 PM
- - Ducklast   QUOTE(อ.ต้องราชภัฏอุบล @ Aug 16 2011, 08...   Aug 23 2011, 08:04 AM


Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 21st October 2014 - 12:52 AM