IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

รบกวนเวลาอันมีค่าของอาจารย์อำพลช่วยแนะนำวิธีการเขียนเรื่องหรือเล่าเรื่องให้น่าสนใจหน่อยได้ไหมขะรับ
Tippayarn
โพสต์ Jul 4 2009, 04:54 PM
โพสต์ #1


คุณพระ
***

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 149
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เธ›เธฒเธเน€เธเธฃเน‡เธ”
หมายเลขสมาชิก : 20



ผมนึกมานานแล้วว่าอยากรบกวนเวลาอาจารย์อำพลแนะนำในการเล่าเรื่องหรือการเขียนเรื่องใ
ห้น่าสนใจน่าติดตามพอจะได้ไหมครับอาศัยปัญญาของผมอ่านเรื่องของอาจารย์หลายเที่ยวแล้ว
ก็ไม่เข้าสมองเลยอาจจะแก่เกินแกงแล้วก็เป็นได้(ไก่)
ขอบคุณครับอาจารย์อำพล
[color="#0000FF"][/color]


--------------------
ถ้าเป็นไปได้อยากไปนิพพาน
Go to the top of the page
 
+Quote Post
 
Start new topic
คำตอบ (1 - 8)
อำพล เจน
โพสต์ Jul 5 2009, 07:56 AM
โพสต์ #2


คุณพระ
***

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 169
เป็นสมาชิกเมื่อ : 31-May 09
หมายเลขสมาชิก : 36



เกี่ยวกับเรื่องเขียนหนังสือนี้ เคยถูกถามบ่อยๆเหมือนกันว่าทำยังไงดี
เรียกว่าเป็นคำถามที่สร้างความประหลาดใจให้ผมไม่น้อย
ประหลาดใจในข้อที่ว่าทำไมจึงเลือกถามผม
ทั้งๆที่ผมเองก็ยังอยู่ในฐานะที่จะต้องถามคำถามเดียวกันนี้กับใครบางคนเหมือนกัน

นั่นหมายถึงว่าการศึกษาเรียนรู้ของคนเรานั้นไม่มีวันสิ้นสุดจริงๆ

ศาสตร์และศิลป์ในการเขียนหนังสือมีผู้อธิบายบอกกล่าวไว้มากมาย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
ศึกษาแล้วก็ได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยมาโดยตลอด

ปราชญ์แห่งการเขียนหนังสือหลายท่าน ให้ความรู้และประสพการณ์ของพวกท่านแก่ผู้อื่นด้วยความยินดี

ถ้าเราสนใจค้นหา ย่้อมจะได้ถ้อยได้ความที่เป็นหลักการชัดเจน เป็นทฤษฎีเป็นผลให้นำมาปฏิบัติได้
นั่นคือสิ่งที่พวกปราชญ์เหล่านั้นได้มอบไว้ให้แก่พวกเราผู้สนใจได้ศึกษา

แต่กับผมแล้วไม่มีตรงนี้ที่พอจะมอบอะไรๆให้ใครเลยครับ

เมื่อพบคำถามแล้ว จึงนึกตอบคำถามนี้ไม่ถูก
ด้วยว่าตนเองไม่มีดีมีเด่นพอ
จนถึงกับจะเรียกว่ามีหลักการมีทฤษฏีหรือมีวิธีปฏิบัติเฉกเช่นปราชญ์ทั้งหลายได้เลย

คำถามของท่านที่ได้ถามมาแล้วนั้น
ผมจะไม่ตอบ
ถ้าตอบก็อาจผิดมากกว่าถูก
และจะเป็นโทษแก่ตัวผมและตัวท่านในที่สุด

ดังนั้นขอให้ท่านทำความเข้าใจว่าที่ผมจะพูดจะเขียนต่อจากนี้ไปไม่ใช่คำตอบ
จะเรียกว่าอะไรก็ได้แต่ไม่ใช่คำตอบ
ถ้าถือเป็นคำตอบเมื่อไหร่ ย่อมจะก้าวล่วงเข้าไปหาคำว่าตอบถูกหรือผิดทันที
ซึ่งปราชญ์ทั้งหลายกำลังถือปากกา พร้อมจะเลือกกาเครื่องหมายทั้งสองลงไป โดยที่ผมนึกละอายแก่ใจตนอย่างบอกไม่ถูก

เอาเป็นว่าเรามาคุยกันแบบเด็กๆที่เมื่อผู้ใหญ่ได้ยินแล้วนึกเอ็นดู ไม่ว่าจะคุยผิดคุยถูกก็ตาม

เผื่อเอาไว้ว่าหากปราชญ์แห่งหนังสือท่านใดผ่านมาได้ยิน ก็จะนึกเมตตาท่านกับผมที่กำลังคุยถึงเรื่องที่เขาเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง
ท่านกับผมอาจได้รับประโยชน์จากความกรุณาของปราชญ์ท่านนั้นด้วยกัน

ค่อยคุยกันต่อนะครับ
เช้านี้อากาศดีครับ เมฆถักทอตัวเองจนเป็นประหนึ่งแพรผืนเดียวคลี่คลุมไปทั่วฟ้า
บังตะวันเอาไว้หมดดวง

ขออนุญาตเอาจักรยานออกไปท่องแถวท้องนาบ้านบก บ้านผึ้ง บ้านบุ่งหวาย ที่โอบล้อมวัดหนองป่าพง เอาบรรยากาศสักรอบก่อน

เดี๋ยวก็กลับมา

วันนี้ผมจะอยู่คุยกับท่านที่นี่
ไม่หนีไปไหน
Go to the top of the page
 
+Quote Post
za_arnt
โพสต์ Jul 5 2009, 08:24 AM
โพสต์ #3


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 851
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-June 09
จาก : ❤4 ซ.เพชรเกษม 46/1 แยก 2 บางหว้า ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 43




tongue.gif รับอากาศสดชื่นรอบๆ นั้นมาฝากด้วยนะคะ เก็บใส่กระป๋องมาก็ได้ + มารอฟังค่ะ tongue.gif


--------------------

~@ WELCOME TO AMPOLJANE.COM @~
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jul 5 2009, 09:40 AM
โพสต์ #4


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14



QUOTE(อำพล เจน @ Jul 5 2009, 07:56 AM) *
..............

เช้านี้อากาศดีครับ เมฆถักทอตัวเองจนเป็นประหนึ่งแพรผืนเดียวคลี่คลุมไปทั่วฟ้า
บังตะวันเอาไว้หมดดวง


หรือขออนุญาตเอาจักรยานออกไปท่องแถวท้องนาบ้านบก บ้านผึ้ง บ้านบุ่งหวาย
ที่โอบล้อมวัดหนองป่าพง เอาบรรยากาศสักรอบก่อน

เดี๋ยวก็กลับมา

วันนี้ผมจะอยู่คุยกับท่านที่นี่
ไม่หนีไปไหน


...........................................

เกี่ยวกับเรื่องเขียนหนังสือนี้ เคยถูกถามบ่อยๆเหมือนกันว่าทำยังไงดี
เรียกว่าเป็นคำถามที่สร้างความประหลาดใจให้ผมไม่น้อย
ประหลาดใจในข้อที่ว่าทำไมจึงเลือกถามผม
ทั้งๆที่ผมเองก็ยังอยู่ในฐานะที่จะต้องถามคำถามเดียวกันนี้กับใครบางคนเหมือนกัน



tongue.gif ก็ด้วยสำนวนชวนอ่านแบบนี้ของคุณอำพลมังคะ

ที่คุณ Tippayarn และใครต่อใครมากมาย(รวมดิฉันด้วย)รออ่านกันได้ทุกวัน
เปิดเข้ามาไม่เห็นโพสต์ใหม่ของเจ้าบ้านก็ดูเหงาๆกันไป

คงเป็นเหตุผลที่คำถามที่คุณTippayarn ถาม
ถูกชงมาให้คุณอำพลตอบค่ะ

อย่าประหลาดใจเลยนะคะ



และงานนี้.....ขอสมัครรอเรียนรู้ด้วยคนนะคะ





--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
อำพล เจน
โพสต์ Jul 5 2009, 03:30 PM
โพสต์ #5


คุณพระ
***

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 169
เป็นสมาชิกเมื่อ : 31-May 09
หมายเลขสมาชิก : 36



เคยได้ยินไหมครับ
"อ่านเยอะๆ เขียนเยอะๆ"
สองประการนี้สร้างนักเขียนให้เกิดขึ้นในบรรณพิภพมาแล้วมากมาย

การอ่านถือเป็นหัวใจสำคัญของการเขียน
อ่านเยอะจะรู้เยอะ อ่านมากจะเข้าใจมาก

อ่านเยอะอ่านมากนี้ไม่ได้หมายความว่าแค่เพียงว่า อ่านเยอะแยะมากมายหลายแนวหลายอย่างหลากเรื่องสารพัดสารเพเท่านั้น
แต่อาจหมายถึงการอ่านซ้ำอ่านซากอยู่เพียงเรื่องเดียวเล่มเดียว ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบอีกด้วย

อ่านจนจำได้ทุกบททุกคำทุกตัวอักษร
อ่านจนเห็นจนเข้าใจโครงสร้างและวิธีเขียนของเขา
อ่านจนกระจ่างในสำนวนภาษาที่เขาได้เรียบเรียงร้อยถ้อยอักษรของเขาออกมา

บางทีผลจากการอ่านนั้นยังรู้ไปถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้เขียนว่าเป็นเช่นใด
รู้กระทั่งบุคคลิกลักษณะตลอดจนอุปนิสสัยของผู้เขียนท่านนั้นว่าเป็นคนเยี่ยงไร

เหมือนที่เขาพูดไว้ว่า
"สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล" หรือ "โง่ ฉลาด ฟังพูดก็เข้าใจ"
ก็อยู่ในหลักการเดียวกัน
คือมีตัวบ่งชี้ให้ได้เห็นตรงนั้น

อ่านเยอะๆแล้ว"บ่งชี้"ย่อมเกิดขึ้นให้เราได้เห็นในสิ่งที่บางคนที่อ่านแค่รอบเดียวอาจไม่เห็น

ผมเคยดูหนังจีนเรื่องหนึ่ง แนวดรามา ตรงต้องกับรสนิยมอย่างมาก
ชื่อภาษาอังกฤษว่า"The Moon,The Sun And The Star"
ฉายที่โรงหนังเล็กๆแถวโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เลยวัดอนงคารามไปทางปากคลองสานไม่ไกล
นานมากแล้วครับ ราวๆปี2514 จึงทำให้วันนี้นึกชื่อโรงหนังนั้นไม่ออก
คลับคล้ายว่า"จันทิมาเทียเตอร์"
ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้

กับหนังเรื่องนี้นะครับ ผมดูแล้วดูอีกไม่น้อยกว่า3รอบ กระทั่งวันสุดท้ายที่หนังจะออกจากโรงยังไปดูอีก1รอบส่งท้าย
หนังออกแล้วยังอาลัยอยากจะดูอีก
กระทั่งทุกวันนี้ยังอยากได้หนังเรื่องนั้นมาเก็บไว้ดูตลอดไป

ผลจากการดูอย่างเอาจริงเอาจัง ทำให้จำได้หมด จำได้กระทั่งบทพูดของหนัง( dialogue)
ภายหลังคิดถึงหนังเรื่องนี้มากเข้า ก็เอาปากกากับกระดาษมาลงมือเขียนตามบทพูดที่ยังจำได้แม่นทุกคำตั้งแต่ต้นจนจบ

การเขียนครั้งนั้นทำให้เกิดอะไรดีๆแก่ผมอย่างไม่คาด
นึกไม่ถึงเลยครับว่าจะเกิดประโยชน์แก่ตนเองให้ได้ใช้ประโยชน์จากวันนั้นมาจนวันนี้

สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นย่อมมีเหตุมีปัจจัยส่งให้เกิด

นึกย้อนหลังไปสมัยยังเด็กมากๆ
ยังไม่เข้าโรงเรียนด้วยซ้ำ
แต่กลับจำได้ไม่ลืม
พี่สาวคนหนึ่งชอบอ่านนิยาย ชอบถึงขนาดจุดเทียนแอบอ่านอยู่ในมุ้งทุกคืน
นั่นคงเป็นภาพที่ผมซึมซับเข้าไว้เป็นนิสสัยไม่รู้ตัว

พอเรียนชั้นป.4ผมก็เริ่มอ่านอย่างหนัก อ่านจนพวกพี่ๆเขาเริ่มกังวลว่าผมจะเป็นบ้า
เอาหนังสือนิยายทั้งชุดไปซ่อน
เรื่องนั้นคือ"ลูกคนยาก"เขียนโดย จ.ไตรปิ่น
ผมรู้ดีครับว่าเขาซ่อนหนังสือไว้ที่ไหน แกล้งทำไม่รู้ให้เขาตายใจ แล้วแอบไปหยิบออกมาแอบอ่านไม่ให้ใครเห็นทีละเล่มจนจบทั้งชุด

อ่านลูกคนยากจบแล้วก็แอบลักเอาเรื่องอื่นที่เหลืออยู่มาแอบอ่านจนหมดบ้าน โดยไม่มีใครรู้หรือจับได้

หลังจากนั้นการอ่านก้าวหน้ามาก
อ่านเล็บครุฑของคุณอาพนมเทียน
อ่าน พล นิกร กิมหงวน ของ ป.อินทรปาลิต
อ่านงานเขียนของจำลอง พิสนาคะแนวกำลังภายใน
ต่อเนื่องจนถึงยุคคุณพี่ ว ณ เมืองลุง หรือ น,นพรัตน์ กระทั่งเห็นพัฒนาการในการใช้สำนวนที่ไม่เหมือนกัน
อ่านบางกอกรายสัปดาห์ตั้งแต่ฉบับแรกที่ออกวางตลาด จนติดนิยายสมิงเจ้าท่าของพี่ เพชร สถาบัน(สิทธา เชตวัน)
รวมไปถึงเล่มแรกที่วางตลาดของหนังสือฟ้าเมืองไทยของพี่อาจินต์ ปัญจพรรค์
วารสารชัยพฤกษ์ก็อ่านด้วยครับ
ทำให้เห็นแนวเขียนที่เป็นลักษณะแปลกต่างกัน

อ่านเยอะแยะจนจำไม่หวัดไม่ไหวจริงๆ

ลุกลามไปถึงวันที่ไม่มีอะไรจะให้อ่าน หันรีหันขวางคว้าหนังสือเรียนมาอ่านก็เอา
วิชาภาษาไทย วรรณคดี ผมอ่านจบเล่มนั้นตั้งแต่เทอมแรก อ่านล่วงหน้าก่อนครูจะสอน
วิชาประวัติศาตร์อ่านเจอเรื่องพระเจ้าตากสิน รู้สึกไม่จุใจ เข้าห้องสมุดหาอ่านเพิ่มเติม เจอเรื่อง ใครฆ่าพระเจ้ากรุงธน ของ หลวงวิจิตรวาทการ ยืมออกมาอ่านจบในคืนเดียว
ได้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนั้นมาเขียนรายงานวิชาประวัติศาสตร์ ให้ครูถึงกับทึ่งเลยครับ

อ่านทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นฟ้าบ่กั้น ของ ลาว คำหอม , ชั่วชีวิต ของ อ.อุดากร,เรื่องสั้นของ มนัส จรรยงค์,งานแปลที่พิเศษสุดทุกเรื่องของ อุษณา เพลิงธรรม,เรื่องผีของ เหม เวชกร ฯลฯ
อ่านย้อนไปถึงเรื่องของนักเขียนในอดีต กุหลาบ สายประดิษฐ์,อิศรา อมันตกุล.มาลัย ชูพินิจ เป็นต้น

ไม่เว้นกระทั่งเรื่องแปล
ผมรู้จักจอห์น สไตเบ็คตั้งแต่ยังเรียนชั้นประถม รวมทั้ง เออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์ และเซอร์ เอช ไรเดอร์ แฮกการ์ด

เหลือเชื่อจริงๆ การอ่านหนังสือนี่มันไม่เคยรู้จักคำว่าอิ่ม ไม่เคยพอ ยิ่งเสพย์สิ่งหิว

หันไปหาแนวปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์ เอามาอ่านมั่ง
อ่านท่านพุทธทาส มาหัดตายกันเถอะ อ่านคาริล ยิปราน อ่านใต้ทะเล 2หมื่นโยชน์ของ จูลส์ เวิร์น ( Jules Verne)
อ่านเมาคลีลูกหมาป่า เจมส์ บอนด์ ของเอียน เฟลมมิ่ง

แล้วก็อ่านจนต้องอาศัยเครื่องหมายนี้ล่ะครับ ---> ฯ ล ฯ

การอ่านทั้งหลายทั้งปวงที่ช่างดูเหมือนผมจะเป็นคนบ้า
ดังที่พวกพี่น้องเขากังวล ควรค่าจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้เกิดการเขียนบทพูดด้วยรำลึกและอาลัยต่อหนังเรื่องนั้นในกาลต่อมา

หลังจากนั้น
ผมซึ่งถือตนเองว่าอ่านเยอะพอ ได้เริ่มต้นจะเป็นคนเขียนเยอะกับเขามั่ง

ห้วงเวลานี้แหละที่ผมเริ่มจำกัดการอ่านของตนเอง เหลือเพียงงานเขียนของพี่อาจินต์ ปัญจพรรค์ กับ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
ซึ่งทุกวันนี้ผมยึดถือทั้งสองท่านเป็นครูโดยที่พวกท่านไม่เคยรู้


ขณะไหนเขียนหนังสือไม่ออก แค่หยิบงานของท่านใดก็ได้ เอามาเปิดอ่านเสียนิดหน่อย ก็สามารถจะกลับไปนั่งเขียนลื่นปรู๊ดโดยพลัน

************

นี่ครับหนังสือ2เล่มที่ผมอ่านซ้ำอ่านซากและยังเก็บไว้อ่านอยู่จนทุกวันนี้

เล่มแรก รวมงานเขียนของมรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหนังสือพิมพ์แจกงานศพท่านผู้ใดไม่ทราบ รายละเอียดตรงนี้หายไปพร้อมกับปก
เหลืออยู่ตามสภาพที่เห็น กระดาษเริ่มเหลือง เกือบจะกรอบ กำลังจะหมดอายุ




4หน้าแรก(2แผ่น)เป็นข้อเขียนของฝรั่งเกี่ยวกับพุทธศาสนา หลังจากนั้นเป็นข้อเขียนของคุณชายทั้งหมด





หนังสือเล่มนี้ศักดิ์สิทธิ์มากครับ
ไฟไม่ไหม้

ครั้งหนึ่งหนังสือพระนับร้อยเล่มที่เก็บสะสมไว้ทั้งกล่อง สกปรกเสียหายเพราะหนูมันทะลวงเข้าไป จึงให้ลูกน้องยกทั้งกล่องเอาไปเผา
ไม่ตรวจดูด้วยว่ามีหนังสืออะไร กลัวว่าดูแล้วจะกลับใจไม่เผา
หนังสือของคุณชายคึกฤทธิ์เล่มนี้ติดไปด้วย
เชื่อหรือไม่
เป็นหนังสือเล่มเดียวไฟไม่ไหม้
นอกนั้นไหม้เป็นขี้เถ้าหมด ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่มีรูปหลวงพ่อหลวงปู่อะไรๆ ที่เขาชอบลือกันว่ากระทั่งรูปของท่านยังไม่ไหม้นั้น ยังวอดไปกับไฟในพริบตา
แต่หนังสือ มรว.คึกฤทธิ์ นี่แหละที่ปลอดภัยอยู่เพียงเล่มเดียว

รณธรรมรรม ธาราพันธ์ ได้ฟังเรื่องนี้ถึงกับร้องฮ้า
"จริงรึครู"
"จริง "
"ศักดิ์สิทธิ์ิ์อะไรขนาดนั้น"
"คือบังเอิญข้าเดินเข้าไปดู ไฟกำลังลุก เหลียวเห็นหนังสือเล่มนี้เข้า ตกใจเลยว่ะ รีบหยิบออกมา ไฟก็เลยไม่ไหม้ไง"

-----------------------------------------------------------------------------------------

ส่วนเล่มที่สอง
ร่ายยาวแห่งชีวิต
เป็นอัตประวัติของพี่อาจินต์เอง
พี่ท่านมอบให้ผมพร้อมลายลิขิตที่หน้าปก โดยฝากมากับพี่แอ๊ว(ราช เลอสรวง)ตั้งแต่ปี2521



ลองอ่านคำนำร่ายยาวแห่งชีวิตของพี่อาจินต์สักนิดนะครับ



ผมมีวาสนาได้เขียนภาพหน้าปกให้พี่เขาด้วย
ตั้งใจเขียนมาก แต่ภาพออกมาห่วยแตก ไม่สมกับที่ตั้งใจแม้แต่น้อย
พี่อาจินต์เวลานั้นเรียกผมว่า"เจน"

หนังสือแค่2เล่มนี้ทำให้ผมรู้จักคำว่าอิ่มและพอกับเขาบ้าง
หันไปเสพย์หนังสืออื่นแล้วมีอันต้องกลับมาเสพย์2เล่มนี้เหมือนเก่าทุกที

Go to the top of the page
 
+Quote Post
มนัส
โพสต์ Jul 5 2009, 03:49 PM
โพสต์ #6


สมเด็จเจ้าพระยา
*****

กลุ่ม : Moderator
โพสต์ : 2,115
เป็นสมาชิกเมื่อ : 31-May 09
หมายเลขสมาชิก : 40



tongue.gif .....ไม่ลงรูปประกอบในเล่ม ฝีมือคุณอาให้ชมมั่งหรือครับ?
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Tippayarn
โพสต์ Jul 7 2009, 09:55 AM
โพสต์ #7


คุณพระ
***

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 149
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เธ›เธฒเธเน€เธเธฃเน‡เธ”
หมายเลขสมาชิก : 20



รายชื่อที่อาจารย์อำพลเอ่ยมาทั้งหมดผมก็อ่าน คงจะขาดการสังเกตุเอาใจใส่อย่างมากแบบอาจารย์เลยเขียนอะไรไม่ถูก ขออนุญาตยึดแนวอาจารย์อำพลนะคขะรับ เพราะแนวอาจารย์อ่านแล้วเหมือนสายน้ำที่ไหลไม่หยุดไม่สะดุดเกาะแก่ง อ่านสนุกในสำนวนจิงๆครับ


--------------------
ถ้าเป็นไปได้อยากไปนิพพาน
Go to the top of the page
 
+Quote Post
rungrong
โพสต์ Jul 11 2009, 04:56 PM
โพสต์ #8


ออกญา
****

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 462
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เมืองชื่อมงคลดี ภาคอิสาน กลางใบขวานทอง
หมายเลขสมาชิก : 14




ในฐานะศิษย์ท่านอำพลเหมือนกัน
อยากบอก"คุณTippayarn"ในบางสิ่ง

ด้วยตัวเองก็มาเกาะแกะ หัดเขียนอะไรต่อมิอะไรที่นี่เป็นครั้งแรก
เมื่อไม่กี่เดือนมานี้

เริ่มจากไม่ประสีประสาอะไรเลย
แต่อาศัย
ดูอย่างท่านเจ้าสำนักนี่แหละค่ะ
ก็ได้Tip การเขียนจากท่านพอเอามาบอกต่อดังนี้

"ท่านคุณอำพล" หรือคุณอาของหลานๆ
มีจนถึงเป็นคุณลุง
และที่เก๋าที่สุดก็เป็นคุณปู่ ของชาวweb นั้น

ท่านใจดี มีอารมณ์ขัน
ใครยกย่องท่านมากๆ ท่านจะออกตัวคุยไม่ค่อยถนัด

แต่เมื่อใครต่อใคร อยากได้อัจริยภาพแบบท่าน
จะด้านงานศิลป์ กีฬา งานเขียน ธรรมะ
ท่านไม่เคยปิดบังอำพราง
บางทียั่วให้ อยากทราบหนักขึ้นๆ

หากไม่ลดละ
เวลาท่านกลับมาตอบนั่นแหละ


ดูให้ดีเถอะ
ท่านทำตัวอย่างสอนเราไปด้วย
โดยไม่ให้เรารู้ตัว ว่ากำลังถูกสอน

เช่น ตอนที่ตัวเองเริ่มเขียน ปวด..ปวด..ปวด...ฯ ตอนแรกๆ เลย
มีแต่คำอธิบาย ยาวเป็นพืด

ท่านก็เข้ามาให้กำลังใจ แนะว่าน่ามีภาพนะ

หรือที่เขียนต่อความยาวจนสุดบันทัด
ท่านก็เข้ามาคุยด้วย
โดยการเขียนแสดงการแบ่งวรรคตอนให้อ่านง่าย เป็นตัวอย่างให้เราดู
คือเขียนสักประโยค หรือครบความที่พอเป็นที่เข้าใจได้
ก็ Enter ลงไป มันจะทำให้ง่ายต่อการอ่าน
ของคนที่เข้ามาอ่านค่ะ

และถ้าสังเกตท่านให้ดี
การทำให้เรื่องน่าติดตามนั้น
เรื่องที่ท่านเขียนมักจะ
ฉีกแนวไปจากที่เขาเขียนๆ กันอยู่แล้วค่ะ

และท่านก็ใช้
สำนวนง่ายๆ ไม่พยายามประดิษฐ์คำให้เป็นคำยากๆ
เราท่านจึงอ่านกันฮาเฮ รอกี่วันก็รอกัน
เพราะมันสนุก มีชีวิตชีวา

นอกจากนี้ การสะกดคำ ควรให้ผิดพลาดน้อยที่สุด
ดูตัวอย่างก่อนโพสต์ก่อนก็ดีค่ะ
คุณอำพลท่านระวังเรื่องตัวสะกด
การเขียนมิให้มีคำผิดชำแรกแทรกอยู่
เป็นเรื่องที่ท่านพิถีพิถันมาก


นี่ก็คือ สิ่งที่ตัวเองพอสรุปได้ จากที่คุณอำพลท่านค่อยๆ สอนให้
เอามาแบ่งปันคุณTippayarn ไม่ให้เหงามือ
อยากเล่าอะไร เล่าเลยค่ะ
พอเขียนบ่อยๆ มันจะลื่นไหล และรื่นขึ้น เพราะเราจะไม่เกร็ง

แต่ละคนก็มีความรู้และประสบการณ์ดีๆ ด้วยกัน
การเล่า ก็เท่ากับทำให้องค์ความรู้ได้รับการถ่ายทอดต่อไป มิให้สูญหาย

อะไรที่คนไม่ค่อยรู้ แต่เรารู้ ยิ่งน่าเล่าที่สุด

คุณTippayarn ถามคุณอำพลแบบนี้
ดิฉันเชื่อว่าคุณอยากเขียน
แต่ยังกังวลอยู่

ในwebเก่า ก็เคยผ่านตาที่คุณเล่าเรื่องผ๊ หรือสิ่งลึกลับ
คุณมีเรื่องจะเล่าจากที่คุณไปปฏิบัติธรรมในที่ต่างๆ

เล่าเลยค่ะ

รออ่านนะคะ





--------------------
....ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Tippayarn
โพสต์ Jul 14 2009, 08:39 AM
โพสต์ #9


คุณพระ
***

กลุ่ม : Members
โพสต์ : 149
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-May 09
จาก : เธ›เธฒเธเน€เธเธฃเน‡เธ”
หมายเลขสมาชิก : 20



ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำและความเป็นคนช่างสังเกตของคุณ rungrong


--------------------
ถ้าเป็นไปได้อยากไปนิพพาน
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



RSS ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 31st October 2014 - 04:40 PM