ช่วยเหลือ - ค้นหาข้อมูล - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
อ่านเว็บบอร์ดในเวอร์ชั่นเต็ม : 2555-2556 สงกรานต์เมืองลาว
AmpolJane Community > นอกกำแพงวัด > ท่องเที่ยว
หน้า : 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 28, 29, 30, 31, 32, 33, 34, 35, 36, 37, 38, 39, 40
ღ•♥AD♥•ღ




ฟ้อนลำตังหวาย เป็นทำนองลำของหมอลำในแคว้นสะหวันนะเขต(สวรรค์เขต)สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรียกว่า “ขับลำตั่งหวาย”
หากพิจารณาเป็นคำแล้ว คำว่า “ตั่ง” หมายถึงเก้าอี้นั่งขนาดเล็กที่ทำจากหวาย

สันนิษฐานว่าการขับลำตั่งหวาย เป็นทำนองหมอลำในหมู่บ้านที่มีอาชีพผลิตตั่งหวาย และเมื่อทำนองขับลำชนิดนี้ได้เผยแพร่เข้ามาสู่ภาคอีสาน
จึงเพี้ยนเสียงเป็น “ลำตังหวาย” ซึ่งมีจังหวะทำนองที่ไพเราะและสนุกสนาน โดยเฉพาะเนื้อหากลอนลำมักจะมีเนื้อหาการยกย่องชายหญิง และมีการร้องโต้ตอบกัน

ฟ้อนลำตังหวาย เป็นชุดการแสดงเมื่อ นายประดิษฐ์ แก้วชิน ได้ไปพบการแสดงนี้ในอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี
เห็นว่าการแสดงหมอลำตังหวายมีทำนองสนุกสนาน จึงได้ทดลองให้เด็กนักเรียนมาฝึกหัด
แล้วนำออกไปแสดงในงานปีใหม่ ที่ทุ่งศรีเมืองกลางเมืองอุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ.2514

ต่อมา อ. ศิริเพ็ญ หัวหน้าภาควิชานาฏศิลป์วิทยาลัยครูอุบลราชธานี (มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี)
เห็นควรจะส่งเสริมให้เป็นชุดการแสดงประจำจังหวัด จึงได้นำเอาต้นแบบไปเพิ่มเติมให้สวยงามมากยิ่งขึ้น


เนื้อร้อง "ลำตังหวาย" ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

(เกริ่นนำ) โอ..... บุญเอ๋ย บุญอีนางที่เคยสร้าง ซางบ่เป็นหนทาง โอ๊ยหนทาง พอให้น้องได้เที่ยว ละซางมีบาปมาแล่นเข็น ละซางมีเวรมาแล่นต้อง ทำให้น้องห่างพี่ชาย ห่างพี่ชาย โอ๊ยละนา ....

(กล่าวคำกลอน)
ตังหวายนี้มีมาแต่โบราณ ชาวอีสานบำรุงไว้อย่าให้หาย
ของเขาดีมีไว้อย่าทำลาย ขอพี่น้องทั้งหลายจงได้ชม
เขมราฐอำเภอถิ่นบ้านเกิด ช่วยกันเถิดรักษาไว้อย่าได้สูญ
ท่าฟ้อนรำต่างๆช่วยเพิ่มพูน อย่าให้สูญเสียศิลปะเรา
…………………

(ขึ้นทำนองลำ)

(หญิง) บัดนี้ข้าขอยอนอแม่นมือน้อม ชุลีกรเด้อแม่นก้มกราบ ชูสลอนนอนบนอบนิ้ว ถวายไท้ดอกผู้อยู่เทิง อ้ายพี่คนงามนี่นา หนาคิงกลม (เยือกๆๆๆ)

(หญิง) ชายเอย จุดประสงค์นอแม่นหมายแม้น เพื่อเผยศิลป์นอพื้นบ้านเก่า ของไทยเฮานอตั้งแต่ก่อน โบราณผู้ให้เฟื่องให้ฟู อ้ายพี่ของน้องนี่นา คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(ชาย) คำนาง ปูเป็นทางนอเพื่อเลือกแต้ม ทางอีสานนอบ่ให้หลุดหล่น มรภ.อุบลฯ เฮาแม่นพวกพ้อง นำมาฮ้อง ออกโฆษณา หล่าพี่คนงามนี่เอย หนองหมาว้อ (เยือกๆๆๆ)

(หญิง) ชายเอย หาเอาตังกะละแม่นหวายเซิ้ง ลำแต่เทิงน้อบ้านเจียดก่อ สืบแต่กอเด้อซุมผู้เฒ่า ใบลานพู้นดอกพื้นกะหาย ดอกพื้นกะหาย ดอกพื้นกะหาย อ้ายพี่ของน้องนี่นา คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(ชาย) คำนาง คนจบๆเด้อแม่นจั่งน้อง งามๆเด้อแม่นจั่งน้อง ซางบ่ไปน้อแม่นกินข้าว หัวมองหนอแม่นนำไก่ คนขี้ฮ้ายคือว่าจั่งอ้าย กินข้าวแม่นบ่ายปลา หล่าพี่คนงามนี่เอย ครูบ้านนอก (เยือกๆๆๆ)

(หญิง) ชายเอย คิดถึงคราวนอแม่นเฮาเว้า อยู่เถียงนาน้อบ่มีฝา แม่สิฟาดนอแม่นไม้ค้อน แม่สิย้อนนอแม่นไม้แส้ ตีน้องนั่นแต่ผู้เดียว นั่นแต่ผู้เดียว นั่นแต่ผู้เดียว อ้ายพี่ของน้องนี่นา คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(ชาย) นางเอย ไปบ่เมือนอแม่นนำอ้าย เมือนำนอแม่นอ้ายบ่ ค่ารถอ้ายบ่ให้เสีย ค่าเฮืออ้ายบ่ให้จ้าง อ้ายสิตายนอแม่นเป็นซ้าง เอราวัณนอให้น้องขี่ ตายเป็นรถนอแม่นแท็กซี่ ให้น้องนี่ขี่ผู้เดียว ขี่ผู้เดียว ขี่ผู้เดียว หล่าพี่คนงามนี่เอย คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(หญิง) ชายเอย ย้านบ่จริงนอแม่นจั่งว่า สีชมพูนอแม่นจั่งว่า หย้านคือตอกกะลิแม่นมัดกล้า ดำนาแล้วดอกเหยียบใส่ตม เหยียบใส่ตม เหยียบใส่ตม อ้ายพี่ของน้องนี่นา คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(ชาย) บัดนี้ ขอสมพรนอแม่นไปให้ ทหารไทยนอแม่นกล้าแกร่ง ทั้งชายแดนและตำรวจน้ำ อ.ส.กล้าท่านจงเจริญ สรรเสริญภิญโญนอเจ้า ขอให้สุขนอแม่นทั่วหน้า ชาวประชาทุกคืนทุกวัน ทุกคืนทุกวัน ทุกคืนทุกวัน หล่าพี่คนงามนี่เอย คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(ขึ้นทำนองเต้ยโขง)

เอ้าลาลาลาลาที เอ้าลาลาลาลาที ขอให้โชคดีเถิดนะแฟนจ๋า
เสียงจากลูกทุ่งบ้านนา เสียงจากลูกทุ่งบ้านนา โชคดีเถิดหนาลองฟังกันใหม่
ถ้าหากสนใจฉันขอขอบคุณ ถ้าหากสนใจฉันขอขอบคุณ
คันไกลคันไกลกันแล้ว คันไกลคันไกลกันแล้ว เฮือแจวมันไกลจากฝั่ง เฮือแจวมันไกลจากฝั่ง ดอกสะมังละมันไกลจากต้น จากต้นละจากต้น จากต้น บ่มีได้แม่นกลิ่นหอม นั่นละนาหนานวลนา ละนาคนไทยนี่นา หางตาเจ้าลักท่าลา พวกฉันขอลาไปแล้ว พวกฉันขอลาเจ้าไปแล้ว


จากบ้านมหาดอทคอม
prigtai
QUOTE( ღ•♥AD♥& @ May 21 2012, 11:10 PM) *




ฟ้อนลำตังหวาย เป็นทำนองลำของหมอลำในแคว้นสะหวันนะเขต(สวรรค์เขต)สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรียกว่า “ขับลำตั่งหวาย”
หากพิจารณาเป็นคำแล้ว คำว่า “ตั่ง” หมายถึงเก้าอี้นั่งขนาดเล็กที่ทำจากหวาย

สันนิษฐานว่าการขับลำตั่งหวาย เป็นทำนองหมอลำในหมู่บ้านที่มีอาชีพผลิตตั่งหวาย และเมื่อทำนองขับลำชนิดนี้ได้เผยแพร่เข้ามาสู่ภาคอีสาน
จึงเพี้ยนเสียงเป็น “ลำตังหวาย” ซึ่งมีจังหวะทำนองที่ไพเราะและสนุกสนาน โดยเฉพาะเนื้อหากลอนลำมักจะมีเนื้อหาการยกย่องชายหญิง และมีการร้องโต้ตอบกัน

ฟ้อนลำตังหวาย เป็นชุดการแสดงเมื่อ นายประดิษฐ์ แก้วชิน ได้ไปพบการแสดงนี้ในอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี
เห็นว่าการแสดงหมอลำตังหวายมีทำนองสนุกสนาน จึงได้ทดลองให้เด็กนักเรียนมาฝึกหัด
แล้วนำออกไปแสดงในงานปีใหม่ ที่ทุ่งศรีเมืองกลางเมืองอุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ.2514

ต่อมา อ. ศิริเพ็ญ หัวหน้าภาควิชานาฏศิลป์วิทยาลัยครูอุบลราชธานี (มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี)
เห็นควรจะส่งเสริมให้เป็นชุดการแสดงประจำจังหวัด จึงได้นำเอาต้นแบบไปเพิ่มเติมให้สวยงามมากยิ่งขึ้น


เนื้อร้อง "ลำตังหวาย" ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

(เกริ่นนำ) โอ..... บุญเอ๋ย บุญอีนางที่เคยสร้าง ซางบ่เป็นหนทาง โอ๊ยหนทาง พอให้น้องได้เที่ยว ละซางมีบาปมาแล่นเข็น ละซางมีเวรมาแล่นต้อง ทำให้น้องห่างพี่ชาย ห่างพี่ชาย โอ๊ยละนา ....

(กล่าวคำกลอน)
ตังหวายนี้มีมาแต่โบราณ ชาวอีสานบำรุงไว้อย่าให้หาย
ของเขาดีมีไว้อย่าทำลาย ขอพี่น้องทั้งหลายจงได้ชม
เขมราฐอำเภอถิ่นบ้านเกิด ช่วยกันเถิดรักษาไว้อย่าได้สูญ
ท่าฟ้อนรำต่างๆช่วยเพิ่มพูน อย่าให้สูญเสียศิลปะเรา
…………………

(ขึ้นทำนองลำ)

(หญิง) บัดนี้ข้าขอยอนอแม่นมือน้อม ชุลีกรเด้อแม่นก้มกราบ ชูสลอนนอนบนอบนิ้ว ถวายไท้ดอกผู้อยู่เทิง อ้ายพี่คนงามนี่นา หนาคิงกลม (เยือกๆๆๆ)

(หญิง) ชายเอย จุดประสงค์นอแม่นหมายแม้น เพื่อเผยศิลป์นอพื้นบ้านเก่า ของไทยเฮานอตั้งแต่ก่อน โบราณผู้ให้เฟื่องให้ฟู อ้ายพี่ของน้องนี่นา คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(ชาย) คำนาง ปูเป็นทางนอเพื่อเลือกแต้ม ทางอีสานนอบ่ให้หลุดหล่น มรภ.อุบลฯ เฮาแม่นพวกพ้อง นำมาฮ้อง ออกโฆษณา หล่าพี่คนงามนี่เอย หนองหมาว้อ (เยือกๆๆๆ)

(หญิง) ชายเอย หาเอาตังกะละแม่นหวายเซิ้ง ลำแต่เทิงน้อบ้านเจียดก่อ สืบแต่กอเด้อซุมผู้เฒ่า ใบลานพู้นดอกพื้นกะหาย ดอกพื้นกะหาย ดอกพื้นกะหาย อ้ายพี่ของน้องนี่นา คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(ชาย) คำนาง คนจบๆเด้อแม่นจั่งน้อง งามๆเด้อแม่นจั่งน้อง ซางบ่ไปน้อแม่นกินข้าว หัวมองหนอแม่นนำไก่ คนขี้ฮ้ายคือว่าจั่งอ้าย กินข้าวแม่นบ่ายปลา หล่าพี่คนงามนี่เอย ครูบ้านนอก (เยือกๆๆๆ)

(หญิง) ชายเอย คิดถึงคราวนอแม่นเฮาเว้า อยู่เถียงนาน้อบ่มีฝา แม่สิฟาดนอแม่นไม้ค้อน แม่สิย้อนนอแม่นไม้แส้ ตีน้องนั่นแต่ผู้เดียว นั่นแต่ผู้เดียว นั่นแต่ผู้เดียว อ้ายพี่ของน้องนี่นา คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(ชาย) นางเอย ไปบ่เมือนอแม่นนำอ้าย เมือนำนอแม่นอ้ายบ่ ค่ารถอ้ายบ่ให้เสีย ค่าเฮืออ้ายบ่ให้จ้าง อ้ายสิตายนอแม่นเป็นซ้าง เอราวัณนอให้น้องขี่ ตายเป็นรถนอแม่นแท็กซี่ ให้น้องนี่ขี่ผู้เดียว ขี่ผู้เดียว ขี่ผู้เดียว หล่าพี่คนงามนี่เอย คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(หญิง) ชายเอย ย้านบ่จริงนอแม่นจั่งว่า สีชมพูนอแม่นจั่งว่า หย้านคือตอกกะลิแม่นมัดกล้า ดำนาแล้วดอกเหยียบใส่ตม เหยียบใส่ตม เหยียบใส่ตม อ้ายพี่ของน้องนี่นา คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(ชาย) บัดนี้ ขอสมพรนอแม่นไปให้ ทหารไทยนอแม่นกล้าแกร่ง ทั้งชายแดนและตำรวจน้ำ อ.ส.กล้าท่านจงเจริญ สรรเสริญภิญโญนอเจ้า ขอให้สุขนอแม่นทั่วหน้า ชาวประชาทุกคืนทุกวัน ทุกคืนทุกวัน ทุกคืนทุกวัน หล่าพี่คนงามนี่เอย คนงามเอย (เยือกๆๆๆ)

(ขึ้นทำนองเต้ยโขง)

เอ้าลาลาลาลาที เอ้าลาลาลาลาที ขอให้โชคดีเถิดนะแฟนจ๋า
เสียงจากลูกทุ่งบ้านนา เสียงจากลูกทุ่งบ้านนา โชคดีเถิดหนาลองฟังกันใหม่
ถ้าหากสนใจฉันขอขอบคุณ ถ้าหากสนใจฉันขอขอบคุณ
คันไกลคันไกลกันแล้ว คันไกลคันไกลกันแล้ว เฮือแจวมันไกลจากฝั่ง เฮือแจวมันไกลจากฝั่ง ดอกสะมังละมันไกลจากต้น จากต้นละจากต้น จากต้น บ่มีได้แม่นกลิ่นหอม นั่นละนาหนานวลนา ละนาคนไทยนี่นา หางตาเจ้าลักท่าลา พวกฉันขอลาไปแล้ว พวกฉันขอลาเจ้าไปแล้ว


จากบ้านมหาดอทคอม


บักหว้าสีชมพูหายไปไสล่ะป้าแอ็ด... blink.gif

....................................................ด้วยรัก...
มนัส
ที่วงเล็บไว้ "(เยือกๆๆๆๆ)" นี่คืออะไรครับ รึว่าคือลูกคอ


.....และผูกพัน.....
ღ•♥AD♥•ღ

เห็นทีเพิ่น ลวงคำหมู่เฮา



เนื้อร้อง “ฟ้อนตังหวาย” ของวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด

ชายเอย น้องสิลำกะลิแม่นทางเต้ย ตังหวายเอยกะลิแม่นเกี่ยวอ้อย คำปากหวานละคือจั่งน้ำอ้อย ออยอ้ายคันอยู่บ่เซา เอาบ่นอละคันพี่ชายเอย คนงามเอย

ชายเอย ว่าบ่มีกะลิแม่นเครือเกี้ยว สังมาเป็นละคันเจ้ายามหย่าง ว่าใต้ล่างละคันเจ้าบ่กว้าง มาได้ละคันเจ้าผูกงัว กลัวพี่ชายนั่นสิมาลวงน้อง คนงามเอย

บัดนี้ ข้าขอยอนอกะลิแม่นมือน้อม ชุลีกรนอแม่นก้มกราบ ชูสลอนนอแม่นนอบนิ้ว ถวายไท้ ดอกผู้อยู่เทิง อ้ายพี่ละคนงามนี่นา หนาคิงคม

โอนอ จุดประสงค์เด้อแม่นหมายแม้น เพื่อเผยศิลป์เด้อพื้นบ้านเก่า ของไทยเฮานอตั้งแต่ครั้ง โบราณพู้นให้เฟื่องให้ฟู อ้ายพี่ละคนงามนี่นา หนาคิงคม

โอนอ ปูเป็นทางนอเพื่อเลือกแต้ม คองอีสานกะบ่ให้หลุดหล่น นาฏศิลป์เด้อแม่นคิดค้น นำมาฮ้องสนุกสนาน อ้ายพี่ละคนงามนี่นา หนาคิงคม

โอนอ หาเอาตั่งนอแม่นหวายเซิ้ง ลำแต่เทิงนอบ้านเจียดก่อ สืบแต่กอเด้อซุมผู้เฒ่า โบราณพู้นดอกพื้นกะหาย ดอกพื้นกะหาย ดอกพื้นกะหาย อ้ายพี่คนงามนี่นา หนาคิงคม

โอนอ ย้านบ่จริงนอแม่นจั่งว่า สีชมพูนอแม่นจั่งว่า ย้านคือตอกกะลิแม่นมัดกล้า ดำนาแล้วดอกเหยียบใส่ตม เหยียบใส่ตม เหยียบใส่ตม อ้ายพี่คนงามนี่นา หนาคิงคม

โอนอ คนจบๆเด้อแม่นจั่งอ้าย งามๆกะลิแม่นจั่งอ้าย ซางบ่ไปน้อแม่นกินข้าว หัวมองหนอแม่นนำไก่ คนขี้ฮ้ายคือว่าจั่งน้อง กินข้าวแม่นบ่ายปลา อ้ายพี่คนงามนี่นา หนาคิงคม

โอนอ คิดเห็นคราวนอแม่นเฮาเว้า อยู่เถียงนากะลิแมนวี๊ดว้าด แม่สิฟาดกะลิแม่นไม้ค้อน แม่สิย้อนกะลิแม่นไม้แส้ ตีน้องนั่นแต่ผู้เดียว นั่นแต่ผู้เดียว นั่นแต่ผู้เดียว อ้ายพี่คนงามนี่นา หนาคีงคม

โอนอ ปูเป็นทางนอเพื่อเลือกแต้ม คองอีสานกะบ่ให้หลุดหล่น นาฏศิลป์เด้อแม่นคิดค้น นำมาฮ้อง
สนุกสนาน อ้ายพี่ละคนงามนี่นา หนาคิงคม

โอนอ ไปบ่เมือกะลิแม่นนำน้อง เมือนำกะลิแม่นน้องบ่ คันเมือกะลิแม่นนำน้อง ค่ารถน้องบ่ให้เสีย ค่าเฮือน้องบ่ให้จ้าง น้องสิไปกะลิแม่นเอาซ้าง เมืองสุรินทร์ละมาให้อ้ายขี่ ไปเอารถกะลิแม่นแท็กซี่ ให้อ้ายนี่แม่นขี่เมือ อ้ายพี่ละคนงามนี่นา หนาคิงคม

บัดนี้ คันแม่นสมกะลิแม่นควรแล้ว ตังหวายเอยละนางขอลาก่อน ขอแถมพรกะลิแม่นถิ่มท้าย นำอ้ายผู้มาฟัง สุขสมหวัง เด้ออ้ายบ่าวคนงาม ขอลาแล้ว....
..........................................


เนื้อร้อง “ฟ้อนตังหวาย” ของวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์

บัดนี้ ข้าขอยอนอละแม่นมือน้อม ชุลีกรนอแม่นก้มกราบ ชูสลอนนอนอบนิ้วถวายไท้ ดอกผู้อยู่เทิง คนงามของน้องนี่นา คนงามเอย (ยวกๆๆๆ)

ชายเอย จุดประสงค์นอแม่นหมายแม้น เพื่อเผยศิลป์นอพื้นบ้านเก่า ของไทยเฮานอตั้งแต่ครั้ง โบราณพู้นให้เฟื่องให้ฟู คนงามของน้องนี่นา คนงามเอย (ยวกๆๆๆ)

ชายเอย หาเอาตังนอแม่นหวายเซิ้ง ลำแต่เทิงนอบ้านเจียดก่อ สืบแต่กอ นอซุมผู้เฒ่า โบราณพู้นดอกพื้นกะหาย ดอกพื้นกะหาย ดอกพื้นกะหาย คนงามของน้องนี่นา คนงามเอย(ยวกๆๆๆ)

ชายเอย ปูเป็นทางนอเพื่อเลือกแต้ม คองอีสานนอบ่ให้หลุดหล่น นาฏศิลป์นอแม่นคิดค้น นำมาฮ้อง ออกโฆษณา อ้ายพี่คนงามน้องนา คนงามเอย(ยวกๆๆๆ)

ชายเอย คิดหนคราวนอแม่นเฮาเว้า ในเถียงนานั้นบ่มีฟ้า แม่สิฟาดนอแม่นไม้ค้อน แม่สิย้อนนอแม่นไม้แส้ ตีน้องนั่นแต่ผู้เดียว นั่นแต่ผู้เดียว นั่นแต่ผู้เดียว คนงามของน้องนี่นา คนงามเอย(ยวกๆๆๆ)

ชายเอย คนจบๆนอแม่นจั่งอ้าย งามๆกะลิแม่นจั่งเจ้า ซางบ่ไปนอแม่นกินข้าว หัวมองหนอเจ้านำไก่ คนขี้ฮ้ายคือว่าจั่งน้อง กินข้าวแม่นบ่ายปลา อ้ายพี่คนงามน้องนา คนงามเอย(ยวกๆๆๆ)

ชายเอย ไปบ่เมือนอแม่นนำน้อง เมือนำนอแม่นน้องบ่ ค่ารถน้องบ่ให้เสีย ค่าเฮือน้องบ่ให้จ้าง น้องสิตายนอแม่นเป็นซ้าง เอราวัณนอให้อ้ายขี่ ตายเป็นรถกะลิแม่นแท็กซี่ วันอ้ายดอกแม่นขี่เมือ อ้ายพี่คนงามน้องนา คนงามเอย(ยวกๆๆๆ)

ชายเอย ย้านบ่จริงนอแม่นจั่งเว้า สีชมพูนอเจ้าจั่งว่า ย้านคือตอกนอแม่นมัดกล้า ดำนาแล้วดอกเหยียบใส่ตม ดอกเหยียบใส่ตม ดอกเหยียบใส่ตม คนงามของน้องนี่นา คนงามเอย(ยวกๆๆๆ)

บัดนี้ ขอสมพรนอแม่นไปให้ ผองชาวไทยนอทุกๆท่าน สุขสราญนอทุกถ้วนหน้า หลับสดชื่นทุกคืนทุกวัน ทุกคืนทุกวัน ทุกคืนทุกวัน คนงามของน้องนี่นา น้องขอลาแล้ว….
prigtai
QUOTE(มนัส @ May 21 2012, 11:16 PM) *
ที่วงเล็บไว้ "(เยือกๆๆๆๆ)" นี่คืออะไรครับ รึว่าคือลูกคอ


.....และผูกพัน.....


ผมยังไม่แน่ใจเค้าออกเสียงว่า เยือกๆ หรือ ยวบๆ

เคยไปฟังที่สกล สาวปองเพิ้นร้องให้ฟัง แฟนเพิ้นร้องรับ ยวบๆขะรับ tongue.gif มันส์ดี555555555

....................................................ด้วยรัก...
ღ•♥AD♥•ღ
QUOTE(มนัส @ May 21 2012, 11:16 PM) *
ที่วงเล็บไว้ "(เยือกๆๆๆๆ)" นี่คืออะไรครับ รึว่าคือลูกคอ


.....และผูกพัน.....


เดาว่า เป็นแบบเพลงเรือภาคกลาง ที่จะมี( เฮ้ว เฮ้ว) มังคะ


สนุกสนาน พิมพ์ไป หัววไป

พรุ่งนี้เพิ่น มาอ่าน คงหัวว ตาหยี.... หรือไม่ก้อ angry.gif

ว้อย... laugh.gif laugh.gif blink.gif บ่แม่นข้อย เป็นคนอิสานเด้อ

จาได้ ....รู้ไปโม๊ด
laugh.gif

มีคนมาซุ่มดู 15-16 คนแน่ะ
prigtai
ไปชวนสาวอ้อยร้องให้ฟังจะร้องได้ไหมเนี่ยะ...

อยากรู้จริงๆ คำร้องรับออกเสียงว่ายังไง555555
น่าจะสนุก laugh.gif

..............................................................ด้วยรัก...
ღ•♥AD♥•ღ
QUOTE(prigtai @ May 21 2012, 11:30 PM) *
ไปชวนสาวอ้อยร้องให้ฟังจะร้องได้ไหมเนี่ยะ...

อยากรู้จริงๆ คำร้องรับออกเสียงว่ายังไง555555
น่าจะสนุก laugh.gif

..............................................................ด้วยรัก...


อยากไปนำ เมื่อไรดี tongue.gif
prigtai
พี่นัส พี่นัส ยังอยู่บ่...

สิ้นเดือนไปกินข้าวบนแพด้วยกัน ค้างคืนเดียวพอดีมะ

ไม่อยากมองจันทร์และ
ไปนั่งมองหน้าจริงๆเลยดีกั่ว แหะ แหะ...

บอกเจ๊พาตาอ้วนไปหาบักโม5555555555555


..............................................................ด้วยรัก...
prigtai
QUOTE( ღ•♥AD♥& @ May 21 2012, 11:34 PM) *
อยากไปนำ เมื่อไรดี tongue.gif


ไปสิ้นเดือนนี้เลยป้าแอ็ด ไปชวนหนุ่มๆที่อุบลอีกจั๊ก 2 - 3 คน
สนุกแน่ๆ55555555555555555555


............................................................ด้วยรัก...
ღ•♥AD♥•ღ
QUOTE(prigtai @ May 21 2012, 11:38 PM) *
ไปสิ้นเดือนนี้เลยป้าแอ็ด ไปชวนหนุ่มๆที่อุบลอีกจั๊ก 2 - 3 คน
สนุกแน่ๆ55555555555555555555


............................................................ด้วยรัก...


25-26 นี้ได้ไหม
วันที่ 1 ไปออกบู๊ทแล้ว
prigtai
QUOTE( ღ•♥AD♥& @ May 21 2012, 11:42 PM) *

25-26 นี้ได้ไหม
วันที่ 1 ไปออกบู๊ทแล้ว


เงินเดือนออกวันที่ 1เด้อป้า แหะ แหะ
แล้วไปออกบูดที่ไหนล่ะนี่ blink.gif

.............................................ด้วยรัก...
มนัส
QUOTE(prigtai @ May 21 2012, 11:35 PM) *
พี่นัส พี่นัส ยังอยู่บ่...

สิ้นเดือนไปกินข้าวบนแพด้วยกัน ค้างคืนเดียวพอดีมะ

ไม่อยากมองจันทร์และ
ไปนั่งมองหน้าจริงๆเลยดีกั่ว แหะ แหะ...

บอกเจ๊พาตาอ้วนไปหาบักโม5555555555555


..............................................................ด้วยรัก...


ต้นเดือนหรือสิ้นเดือนกันหว่า ที่วันหยุดต่อเนื่อง 3 วัน มีทริปของบริษัท
ซึ่งก็ยังไม่มั่นใจว่าจะไปได้ตามแผนเดิมรึปล่าว? ด้วยว่าต้องส่งราคาประมูลงานต้นเดือน
ตอนนี้ยังมึนๆงงอยู่เลย


....และผูกพัน....
มนัส
QUOTE(prigtai @ May 21 2012, 11:45 PM) *
เงินเดือนออกวันที่ 1เด้อป้า แหะ แหะ

.............................................ด้วยรัก...


ให้ป้าสำรองจ่ายไปก่อน.....แล้วค่อยชักดาบทีหลัง


.....และผูกพัน.....
ღ•♥AD♥•ღ
QUOTE(prigtai @ May 21 2012, 11:45 PM) *
เงินเดือนออกวันที่ 1เด้อป้า แหะ แหะ
แล้วไปออกบูดที่ไหนล่ะนี่ blink.gif

.............................................ด้วยรัก...


ที่Homepro พระราม3

QUOTE(มนัส @ May 21 2012, 11:48 PM) *
ให้ป้าสำรองจ่ายไปก่อน.....แล้วค่อยชักดาบทีหลัง


.....และผูกพัน.....


ได้ค่ะ เพราะไปถึงโน่นพ่อเลิศกะเฒ่าน้อยออก
prigtai
QUOTE(มนัส @ May 21 2012, 11:47 PM) *
ต้นเดือนหรือสิ้นเดือนกันหว่า ที่วันหยุดต่อเนื่อง 3 วัน มีทริปของบริษัท
ซึ่งก็ยังไม่มั่นใจว่าจะไปได้ตามแผนเดิมรึปล่าว? ด้วยว่าต้องส่งราคาประมูลงานต้นเดือน
ตอนนี้ยังมึนๆงงอยู่เลย


....และผูกพัน....


เออ...ใช่ๆๆๆๆ laugh.gif

ผมก็ลืมเสียได้ ไปรีแลกบ้างก็ดีขะรับ

ร่างกายเป็นเนื้อ มีเลือด ย่อมมีล้าแรงโรย
ทำงานมานานและหนัก พักบ้างนั่นแหละดี

เอ่อ...ที่ปากเซบรรยากาศดีมาก อาหารอร่อย ไมตรีมีทั่วทุกที่ขะรับ แหะ แหะ

....................................................ด้วยรัก...


prigtai
QUOTE(มนัส @ May 21 2012, 11:48 PM) *
ให้ป้าสำรองจ่ายไปก่อน.....แล้วค่อยชักดาบทีหลัง


.....และผูกพัน.....


555555555555เห็นด้วยเต็มที่55555555555


QUOTE( ღ•♥AD♥& @ May 21 2012, 11:53 PM) *
ที่Homepro พระราม3



ได้ค่ะ เพราะไปถึงโน่นพ่อเลิศกะเฒ่าน้อยออก


พ่อใหญ่เลิศคือสิว่างอยู่ แต่พ่อใหญ่เป็ดซิ๊ ข่าวว่างานท่านชุมกว่ายุงแล้วขณะนี้

จะโทรฯไปคุยไปแซวยังบ่กล้าเลยขะรับ huh.gif

................................................................ด้วยรัก...
dragon
ไปนำแหน่เด้ออ้าย
Ducklast
เขาจ้างทำพระพุทธเมตตามหาปุญโญ ถวายหลวงปู่จาม มหาปุญโญ
จะนำพระทั้งหมดไปส่งมอบที่วัดป่าวิเวกวัฒนารามภายในสัปดาห์นี้ (ไม่เกินวันศุกร์)
ถือโอกาศกราบหลวงปู่ด้วย

บังเอิญจารย์จ๊อดโทรฯไปบอกว่าจะไปสวันเขต เขาจัดทัวร์วร์เข้าบ่อนคาสิโนที่นั่นวันเสาร์ นอนบ่อน1คืน วันรุ่งขึ้นกลับ
นั่งเครื่องบินจากกทม.ลงนครพนม มีรถรับส่งให้เสร็จ เป็นบริการของบ่อน ทำนองต้อนรับขับสู้ลูกค้าชั้นดีนั่นแล
ไม่ได้พบจารย์จ๊อดหลายปีแล้ว คิดถึงท่านเป็นอันมาก

ข้าพเจ้าก็เลยลังเล
เอาไงดี

ถ้าเลื่อนการเดินทางไปส่งมอบพระเป็นวันเสาร์ก็เข้าท่า อาจตามไปสมทบจารย์จ๊อดที่บ่อนสวันเขต
ได้กินแซ่บกินนัว เกิดเป็นศรีเป็นสิริแก่ปากที่ทั้งอยากทั้งแห้ง

ที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ก็หวังจะเปิดทางให้พี่น้องลองคุยกันดู

หากสนใจ ก็จะเอาตามนั้น เข้าไปนอนสวันเขตสักคืนเป็นไง

ทีนี้มาว่าเรื่องคำถามคำตอบผญา(อ่านว่า ผะ-หยา)
เห็นได้ชัดเจนว่าทุกท่านร่วมใจกันสามัคคีค้นหา ประสานมือคว้า ร่วมกันแบ่งปันข้อมูล ช่วยกันวิเคราะห์วิจารณ์อย่างน่าชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง

เป็นตาออนซอนหลายเด้

เจ๊ღ•♥AD♥•ღวิเคราะห์ว่าผญานี้ปรากฏอยู่ในบรรยากาศการเกี้ยวพาราสีระหว่างชายหญิง
นั่นเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

เท่าที่ได้ดูคำตอบทั้งหมด ต่างให้ความหมายของผญาที่ทุกท่านต่างก็เห็นคล้ายๆกันเป็นส่วนใหญ่

-การรอคอย ให้ดูเวลา จังหวะและโอกาสที่เหมาะสม อย่าใจร้อน
และอย่าลืมบุญคุณของผู้อื่นที่เคยมีต่อเราแม้จะเป็นเพียงน้อยนิดก็ตาม


-กลัวจะเป็นเหมือนอย่างหมากหว้าสีชมพูนะซิ
กลัวจะเหมือนตอกมัดกล้า พอดำนาแล้วเสร็จก็โดนทิ้งเหยียบย่ำจมโคลน

-กลัวจะเป็นอย่างเขาว่ากัน..ว่าเป็นดุจผลหว้าที่มีสีชมพู(อันไม่มีใครปรารถนา)...(ผลห
ว้าปกติมีสีม่วงเข้มจนเกือบดำเป็นผลหว้าที่อร่อยและเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป)
เหมือนกับตอกมัดกล้าต้นข้าว ที่ถูกเหยียบย้ำย่ำด้วยเท้าลงไปจนลึกสุดโคลนตมเมื่อคนที่ใช้เขาสิ้นความต้องการแล้ว

แท้จริงแล้วความหมายของผญานั้นแสดงความหมายของอนิจจัง คือความไม่เที่ยงแท้น่นอน
ไม่ว่ารูปประโยคของผญาบทนี้จะผิดเพี้ยนไปจากกันบ้าง แต่ก็มีความหมายเดียวกันทั้งสิน


-ย่านบ่จริงจังหมากหว้าสีชมพูจั่งว่า ย่านบ่คือตอกมัดกล้า ดำนาแล้วเหยียบใส่ตม

-ชายเอย ย้านบ่จริงนอแม่นจั่งว่า สีชมพูนอแม่นจั่งว่า หย้านคือตอกกะลิแม่นมัดกล้า ดำนาแล้วดอกเหยียบใส่ตม

-ย้านบ่จริงนอแม่นจั่งเว้า สีชมพูนอเจ้าจั่งว่า ย้านคือตอกนอแม่นมัดกล้า ดำนาแล้วดอกเหยียบใส่ตม

-ย่านสิเป็นจั่งหว้า สีชมพูจั่งหว่า
ย่านคือตอกมัดกล้า ดำนาแล้วเหยียบถิ่มใส่ตม

ไม่แน่นอนหรือว่าเป็นอนิจจังอย่างไร
ผญานี้เมื่อเขียนเป็นภาษาไทยดังนี้

"กลัวจะเป็นอย่างลูกหว้า สีชมพูอย่างว่า กลัวเหมือนตอกมัดกล้า ดำนาแล้วเหยียบทิ้งใส่ตม"

ลูกหว้าเมื่อยังไม่แก่จะมีสีชมพูสวยงาม แต่เวลาผ่านไปก็กลายเป็นสีดำ(อมม่วงคล้ายสีเปลือกมังคุด)
หมายความว่าสีชมพูนั้นหาได้ยั่งยืนไม่ เสมือนคำว่ารักว่าชอบที่ทั้งชายหญิงมอบให้กัน วันหนึ่งมันก็ไม่ใช่ มันจะกลายเป็นอย่างอื่น

สุดท้ายเมื่อสมใจปรารถนาของเขาแล้ว เราก็หมดค่าหมดราคา
เสมือนตอกที่ใช้ประโยชน์ในการมัดต้นกล้า พอแก้มัดแล้วตอกก็หมดประโยชน์ ถูกเหยียบทิ้งจมขี้ตมโดยไม่ใยดี

มนัส
ผมอ่านที่คุณอาเฉลยประกอบคำอธิบาย แล้วให้ข้องใจ

คุณอาว่าผญานี้เป็นผญาในบรรยากาศเกี้ยวพาราสี

แต่ทว่าคำคมเนื้อแท้ต้องการสื่อถึงสัจธรรม เรื่องความไม่เที่ยง

ไอ้กระผมก็เลยตะหงิดๆใจขึ้นมา หญิง-ชายพูด-ร้องเกี้ยวกันเนี่ย

เขาคิดไปถึงสัจธรรม ความไม่เที่ยงด้วยเหรอ


.....จะโดนดีมั๊ยเนี่ย... unsure.gif


......และผูกพัน.....
Ducklast
โปรดสละเวลาอ่านด้วยขะรับ
อีกประเดี๋ยว...ข้อยสิมาเริ่มคำถามใหม่

ไพรินทร์ พรพิบูลย์




ไพรินทร์ พรพิบูลย์ - สาวลำกล่อมทุ่ง

บัวริน โคตรหานาม หรือ ไพรินทร์ พรพิบูลย์ เกิดเมื่อที่ 18 กันยายน 2498
เป็นชาว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
มีชื่อเล่นว่า แหม่ม เรียนจบชั้น ป.4 จากโรงเรียนบ้านบางแคน ที่บ้านเกิด
วัยเด็กมีชีวิตที่ลำบากเพราะพ่อแม่ยากจน ไม่มีเงินทอง

ไพรินทร์ เริ่มชีวิตในวงการเพลงจากการไปเรียนร้องหมอลำตั้งแต่อยู่ ป.3 กับครูคำปุ่น ฟุ้งสุข หมอลำหญิงชื่อดังระดับทั่วประเทศในสมัยนั้นซึ่งเป็นญาติกัน
ท่านเป็นหัวหน้าวงสุนทราภิรมย์ และเคยมีสำนักงานอยู่ที่ กทม. (ท่านเสียชีวิตเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาในวัยเจ็ดสิบกว่าปี ) มีชื่อมากด้านความสวย ลำและฟ้อนเก่ง

ไพรินทร์เริ่มหัดหมอลำโดยเริ่มจากหมอลำกลอน ซึ่งเป็นการลำสองคนกับผู้ชาย มีแคนประกอบ
จากนั้นก็ตระเวนไปกับคณะหมอลำแม่คำปุ่น ตั้งแต่สมัยจบชั้น ป.4 แต่ยังไม่ได้ออกงานสำคัญอะไร
เธอฝึกอยู่หลายปี แต่ดวงไม่ค่อยดี เคยได้ออกรายการวิทยุในกรุงเทพบ้างเหมือนกัน โดยร้องออกอากาศแบบสดๆ
ตอนนั้นยังเด็กมากอายุประมาณ 13 - 14 ปี เธอเคยไปเปิดการแสดงถึงเวียงจันทร์

เวลาผ่านมาอีกปีสองปี แม่คิดถึง ก็เลยไปรับลูกกลับ พอดีแม่ครูคำปุ่นมีน้องสาวเป็นช่างเสริมสวย เลยส่งเธอไปเรียนเสริมสวยที่นั่น
แต่เธอก็ยังชอบร้องหมอลำเล่นเหมือนเดิม ตอนนั้นเริ่มเป็นวัยรุ่นแล้ว

และเมื่อแม่ครูคำปุ่นกลับมาบ้านได้ฟังเธอร้องหมอลำ เห็นว่าเสียงดีก็เลยแนะนำให้รู้จักกับสุรินทร์ ภาคศิริ นักแต่งเพลงชื่อดัง
สุรินทร์จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ไพรินทร์ พรพิบูลย์ และพาไปบันทึกเสียงเพลง " สาวน้อยลำเพลิน " กับ " คอยหาบ่เห็น "
เพื่อใช้ประกอบในภาพยนตร์เรื่อง " นายอำเภอปฏิวัติ " ของรังสี ทัศนพยัคฆ์
แต่ไม่ค่อยดังเพราะหนังไม่ดังมากนัก
หลังจากนั้นก็กลับไปทำงานช่างเสริมสวย และทำนาอยู่ปีสองปี

แต่บทเพลงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคือ " ลำกล่อมทุ่ง " จากเรื่อง " มนต์รักแม่น้ำมูล" ปี 2520 ของดวงกมลมหรสพ
จากการเขียนบทและกำกับเองของพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ครูเพลงชื่อดัง
ซึ่งเพลงนี้ถือเป็นเพลงที่ไพรินทร์ภูมิใจที่สุด

เธอเล่าว่าเพลงนี้ เธอเดินทางมาจากต่างจังหวัดตอนกลางคืน รุ่งเช้าก็เข้าห้องอัดเลย ไม่มีการท่องเพลงแต่อย่างใด

(แต่ข้อมูลของสุรินทร์ บอกว่าได้พาไพรินทร์มาร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง " มนต์รักนักรบ " ของรังสี ทัศนพยัคฆ์ เป็นครั้งแรก
แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักของแฟนเพลง และเพิ่งมาดังในการบันทึกเสียงครั้งที่ 2 ในการบันทึกเสียงประกอบภาพยนตร์เรื่องมนต์รักแม่น้ำมูลนี่เอง)

เพลงนี้ติดอันดับเข้าชิงเพลงยอดเยี่ยมเสาอากาศทองคำของสถานีวิทยุเสียงสามยอด
ได้เข้าชิงรุ่นเดียวกับเพลง สาวอีสานรอรัก โดย อรอุมา สิงห์สิริ กับ หงษ์ทองคะนองลำ โดยหงษ์ทอง ดาวอุดร
แต่ทั้งสามเพลงนี้ไม่ได้รางวัลเลย ส่วนงานเพลงชุดต่อมาที่ได้รับความนิยม คือ " โซลสาละวัน " ของพงษ์ศักดิ์

เมื่อภาพยนตร์และเพลงโด่งดังสุรินทร์ จึงตั้งวงหมอลำชื่อ " ทิดโสลำเพลิน " ราวปี 2520 ไพรินทร์จึงได้มาร่วมวงด้วย
โดยช่วงนั้นต้องขึ้นล่องกรุงเทพฯ-อุบลฯ เพราะเปิดร้านตัดเสื้อทำผมที่บ้านเกิดด้วย เธออยู่กับครูสุรินทร์ราว 3 - 4 ปี

ต่อมาไพรินทร์ กลับไปอยู่บ้านเกิด และแต่งงานจนมีลูกสาว 1 คน ชื่อ ชงโค วงศ์ใหญ่
ผลงานเพลงชุดล่าสุดของไพรินทร์ พรพิบูลย์ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาคือ ชุด หมอลำพันธุ์แท้ โดยร้องคู่กับ พิมพ์ใจ เพชรพลาญใจ
โดยการสร้างสรรค์ของใหญ่ อยุธยา

ปัจจุบันไพรินทร์เปิดร้านเสริมสวยเล็กๆ อยู่ซอยจามร 66 ปากทางลำลูกกา จ.ปทุมธานี
และยังคงร้องเพลงประจำทุกคืน อยู่ที่ร้านอีสานบ้านนา ข้าง สน.คูคต จ.ปทุมธานี


ข้อมูลส่วนหนึ่งและภาพมาจากนสพ.คมชัดลึก

ลำกล่อมทุ่ง

คำร้อง สุรินทร์ ภาคศิริ

ทำนอง เพลงพื้นเมืองลาว

ขับร้อง ไพรินทร์ พรพิบูลย์

เปิ่นเวินแฟนเพิ่นให้เวินไปใส (เดินเข้าไป)

ขั้นบ่แม่นแฟนไฝ่ขอให้อ้ายเวิ่นมาทางพี่ (นารียอนเปล)

น้องนี่หนาตาดำ ๆ เป็นคนขี้ราย (เดินเข้าไป)

คนขี้ร้ายบ่สมอ้ายเพิ่นบ่สน (เดินเข้าไป)

อุกเดโอ๊ะอุกใจเด่แต่น้องมันจน (เดินเข้าไป)

โอ๋หนออุกเด่ โอ๊ะอุกใจเด่แต่น้องมันจน (เดินเข้าไป)

โอ้ะมะเหลือใจเด่ น้องบ่อได้อ้ายมานอนซ้อน (นารียอนเปล)

เจ้าดอกเอย * เจ้าดอกซ้อนเอย เฮ่อ เออ เอ่อ เฮ่อ เออ เอ่อ เออ เอ๋ย

เจ้าดอกมะลิลา สาวหมอลำต้องกินน้ำตา น้อยวาสนาเพราะบ่าวคนโก้

เออ เฮ่อ เอย เออ เฮ่อ เอย เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่มมณีอำไพ

น้องเป็นสาวหมอลำ บ่พองามขำ บ่สนใจ

เปิ่นเวิ่นฮักเพิ่นน้องบุญบ่สม (เดินเข้าไป)

บุญน้องบ่สมพี่ชายบ่ก้มเข้ามาใกล้ (นารียอนเปล)

อ้ายเป็นหงส์ลงมาฮายบินไปเวิ่นเวิน *

ฮ้องเฮียกเอิ่นตัวอ้ายเพิ่นบ่เหลียว *

ออนซอนน้องขอฮ่วมหมอนเพิ่นได้บ่เด๋ *

ออนซอนน้องของฮ่อมหมอนเพิ่นได้บ่เด้ *

เจ้าผู้เขียวใบมอนก้อนคำของน้องผู้งามเอ้ย (นารียอนเปล)

เจ้าดอกเอย เจ้าดอกฮักเอย

เฮ่อ เออ เอ่อ เฮ่อ เออ เอ่อ เออ เอ๋ย

เจ้าดอกกำจาย ชาตินี้บ่ได้พี่ชายไปโตนน้ำตายหาดทรายตื้นตื้น

เออ เฮ่อ เอย เออ เฮ่อ เอย เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่มมโนนาย

น้องฮักอ้ายปานใดบ่เซื่อคำไผหนอกินน้ำตา


จากการไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ผู้รู้บางคนบอกว่า ทำนองเพลงนี้มาจากเพลง ขับทุ้มหลวงพระบาง
เพลงเก่าคลาสสิกของหลวงพระบาง เมืองหลวงเก่าของลาว
ทำนองนี้มีการนำมาดัดแปลงในเพลงไทยหลายเพลง
อย่างเพลงสวรรค์บ้านนอกของวงโฮป หรือ นำทำนองมาใส่เนื้อไทยแบบดุ้นๆเลยอย่างเช่นเพลง ลำกล่อมทุ่ง

บ้างก็บอกว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน แถว อ.น้ำปาด จ. อุตรดิตถ์ ก็มีการร้องเพลงทำนองนี้
โดยเมื่อร้องจบท่อนแล้ว ก็จะมีลูกคู่ขานรับกันว่า " เอาเข้าไป " บ้าง " เอาแท้ละว้า " บ้าง
และคิดว่าบทเพลงที่ชาวน้ำปาด ร้องกันมาแต่อดีตนั้น เป็นขับทุ้มหลวงพระบาง เพราะจากตำนานระบุว่าคนแถบนี้อพยพมาจากทางเหนือของลาวแถวๆหลวงพระบาง
แต่คิดว่า ปัจจุบัน ที่อุตรดิตถ์คงจะเสื่อมความนิยมหมดแล้ว

ข้อมูลส่วนนี้ได้มาจากอินเตอร์เน็ตครับ

ด้านสุรินทร์ ภาคศิริ ผู้แต่งบอกไว้ในหนังสือ " เบื้องหลังเพลงดัง " ว่า ในเรื่องมนต์รักแม่น้ำมูล เขาได้รับมอบหมายให้เขียนเพลงประกอบ 2 เพลง
โดยเพลงหนึ่งกำหนดมาว่าต้องมีกลิ่นหมอลำ แต่ไม่ใช่หมอลำล้วนๆ
แต่ขณะที่คิดไม่ออกอยู่นั้น ก็นึกไปถึงเทปที่ได้รับจากอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจลาว ที่หลบหนีภัยการเมืองมาอยู่เมืองไทย
และได้รู้จักกัน และได้มอบเทปทำนองลำต่างๆชองลาวที่มีอยู่ให้สุรินทร์ ก่อนจะเดินทางไปอยู่ในต่างประเทศ
ในเทปเหล่านั้น สุรินทร์ชื่นชอบทำนองที่ชื่อว่า " ลำขับทุ้ม " ทำนองลำของหลวงพระบาง
เพราะมีความไพเราะและฟังง่าย มีท่วงทำนองแบบรำวงผสมเซิ้ง จึงนำมาดัดแปลงให้ทันสมัย ใส่เนื้อกึ่งลูกทุ่งอีสานเข้าไป และให้ชื่อว่า " ลำกล่อมทุ่ง "

เนื่องจากตัวนักร้องเป็นมือใหม่ในวงการ ประกอบกับการตั้งความหวังเอาไว้สูงของผู้กำกับ
เนื่องจากต้องการให้เพลงนี้เป็นเพลงเด่นของหนัง การบันทึกเสียงจึงไม่ราบรื่น และต้องใช้เวลากันถึง 1 วันเต็มๆจึงจะแล้วเสร็จ
ในภาพยนตร์ เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ ที่รับบทเป็นหัวหน้าคณะหมอลำ เป็นผู้ร้อง

ด้วยความสำเร็จของทั้งหนังและเพลง ทำให้มีเพลงแก้ตามมาในภายหลังชื่อ " ลำเลาะทุ่ง" ขับร้องโดยไวพจน์ เพชรสุพรรณ
โตนน้ำตายหาดทรายตื้นตื้น

( โพสต์โดย คันทรี่แมน www.oknation.net )

หมายเหตุ-เนื้อเพลงที่ปรากฏนี้ ยังมีที่เขียนศัพท์ผิดเพี้ยนเป็นบางคำ สักครู่ข้อยจะกลับมาแก้ไขให้ใกล้เคียงกับความถูกต้องที่สุด
ทำเท่าที่จะทำได้ แล้วจะเริ่มคำถามประจำวันนี้
Yellow Ribbons
QUOTE(Ducklast @ May 22 2012, 07:50 AM) *
ทีนี้มาว่าเรื่องคำถามคำตอบผญา(อ่านว่า ผะ-หยา)
เห็นได้ชัดเจนว่าทุกท่านร่วมใจกันสามัคคีค้นหา ประสานมือคว้า
ร่วมกันแบ่งปันข้อมูล ช่วยกันวิเคราะห์วิจารณ์อย่างน่าชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง

เป็นตาออนซอนหลายเด้

เจ๊ღ•♥AD♥•ღวิเคราะห์ว่าผญานี้ปรากฏอยู่ในบรรยากาศการเกี้ยวพาราสีระหว่างชายหญิง
นั่นเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

เท่าที่ได้ดูคำตอบทั้งหมด ต่างให้ความหมายของผญาที่ทุกท่านต่างก็เห็นคล้ายๆกันเป็นส่วนใหญ่

-การรอคอย ให้ดูเวลา จังหวะและโอกาสที่เหมาะสม อย่าใจร้อน
และอย่าลืมบุญคุณของผู้อื่นที่เคยมีต่อเราแม้จะเป็นเพียงน้อยนิดก็ตาม


-กลัวจะเป็นเหมือนอย่างหมากหว้าสีชมพูนะซิ
กลัวจะเหมือนตอกมัดกล้า พอดำนาแล้วเสร็จก็โดนทิ้งเหยียบย่ำจมโคลน

-กลัวจะเป็นอย่างเขาว่ากัน..ว่าเป็นดุจผลหว้าที่มีสีชมพู(อันไม่มีใครปรารถนา)...(ผลห
ว้าปกติมีสีม่วงเข้มจนเกือบดำเป็นผลหว้าที่อร่อยและเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป)
เหมือนกับตอกมัดกล้าต้นข้าว ที่ถูกเหยียบย้ำย่ำด้วยเท้าลงไปจนลึกสุดโคลนตมเมื่อคนที่ใช้เขาสิ้นความต้องการแล้ว

แท้จริงแล้วความหมายของผญานั้นแสดงความหมายของอนิจจัง คือความไม่เที่ยงแท้น่นอน
ไม่ว่ารูปประโยคของผญาบทนี้จะผิดเพี้ยนไปจากกันบ้าง แต่ก็มีความหมายเดียวกันทั้งสิน


-ย่านบ่จริงจังหมากหว้าสีชมพูจั่งว่า ย่านบ่คือตอกมัดกล้า ดำนาแล้วเหยียบใส่ตม

-ชายเอย ย้านบ่จริงนอแม่นจั่งว่า สีชมพูนอแม่นจั่งว่า หย้านคือตอกกะลิแม่นมัดกล้า ดำนาแล้วดอกเหยียบใส่ตม

-ย้านบ่จริงนอแม่นจั่งเว้า สีชมพูนอเจ้าจั่งว่า ย้านคือตอกนอแม่นมัดกล้า ดำนาแล้วดอกเหยียบใส่ตม

-ย่านสิเป็นจั่งหว้า สีชมพูจั่งหว่า
ย่านคือตอกมัดกล้า ดำนาแล้วเหยียบถิ่มใส่ตม

ไม่แน่นอนหรือว่าเป็นอนิจจังอย่างไร
ผญานี้เมื่อเขียนเป็นภาษาไทยดังนี้

"กลัวจะเป็นอย่างลูกหว้า สีชมพูอย่างว่า กลัวเหมือนตอกมัดกล้า ดำนาแล้วเหยียบทิ้งใส่ตม"

ลูกหว้าเมื่อยังไม่แก่จะมีสีชมพูสวยงาม แต่เวลาผ่านไปก็กลายเป็นสีดำ(อมม่วงคล้ายสีเปลือกมังคุด)
หมายความว่าสีชมพูนั้นหาได้ยั่งยืนไม่ เสมือนคำว่ารักว่าชอบที่ทั้งชายหญิงมอบให้กัน วันหนึ่งมันก็ไม่ใช่ มันจะกลายเป็นอย่างอื่น

สุดท้ายเมื่อสมใจปรารถนาของเขาแล้ว เราก็หมดค่าหมดราคา
เสมือนตอกที่ใช้ประโยชน์ในการมัดต้นกล้า พอแก้มัดแล้วตอกก็หมดประโยชน์ ถูกเหยียบทิ้งจมขี้ตมโดยไม่ใยดี


แหะๆ...ข้อยไม่เคยรู้เลยว่า ลูกหว้าก่อนสุกเป็นสีชมพู

จึงตีความหมายคำว่า "สีชมพู" ผิดพลาดไปไกลเลย

ทั้งๆ ที่เป็นความหมายธรรมดาสามัญ ไม่ได้พิสดารอะไร


ก่อนที่ท่าน Ducklast มาเฉลยความหมาย เพียงอ่านคำแปลของพี่ๆ เพื่อนๆ ท่านอื่น

ข้อยก็รู้แน่แก่ใจแล้วหละ ว่าแปลความหมายผิดแน่ๆ ผิดคักๆ ผิดมากๆ ผิดล้ายหลาย


คิดแล้ว...มันน่าอายแท้ๆ น้อ พ่อแม่พี่น้อง !!!

(แค่น่าอาย แต่ก็ไม่อายหรอกครับ...ฮิๆๆ)


ข้อยขอรอแก้มือในคราวหน้าก็แล้วกัน

laugh.gif tongue.gif laugh.gif
Ducklast
QUOTE(มนัส @ May 22 2012, 08:29 AM) *
ผมอ่านที่คุณอาเฉลยประกอบคำอธิบาย แล้วให้ข้องใจ

คุณอาว่าผญานี้เป็นผญาในบรรยากาศเกี้ยวพาราสี

แต่ทว่าคำคมเนื้อแท้ต้องการสื่อถึงสัจธรรม เรื่องความไม่เที่ยง

ไอ้กระผมก็เลยตะหงิดๆใจขึ้นมา หญิง-ชายพูด-ร้องเกี้ยวกันเนี่ย

เขาคิดไปถึงสัจธรรม ความไม่เที่ยงด้วยเหรอ


.....จะโดนดีมั๊ยเนี่ย... unsure.gif


......และผูกพัน.....


ไม่ได้พูดถึงสัจจธรรมจั๊กหน่อย
เนื้อหาของผญาเป็นการเปรียบเทียบ เป็นอุปมาอุปมัย

สีชมพูมันไม่เที่ยง เพราะมันกลายเป็นสีดำได้ยังไงล่ะ
ถ้ามันเที่ยงมันก็ต้องเป็นสีชมพูตลอดไปซีล่ะ

เขาพูดเพื่อบอกว่าที่เขามาชอบมารักเรานั้นก็อาจเป็นเหมือนหว้าสีชมพูนั่นแล


ღ•♥AD♥•ღ

ลำกล่อมทุ่ง
เป็นเพลงที่มักอีหลี+++ เพิ่งได้ทราบประวัติ ขอบคุณเด้อคะ




ความน่าฮักของเพลง

เจ้าดอกเอย เจ้าดอกฮักเอย
เฮ่อ เออ เอ่อ เฮ่อ เออ เอ่อ เออ เอ๋ย
เจ้าดอกกำจาย ชาตินี้บ่ได้พี่ชายไปโตนน้ำตายหาดทรายตื้นตื้น


ส่วนอันนี้ของ มณีมุกดาที่ชอบมากๆ




tongue.gif tongue.gif tongue.gif โปรดสละเวลาอ่านด้วยขะรับ
อีกประเดี๋ยว...ข้อยสิมาเริ่มคำถามใหม่

ไพรินทร์ พรพิบูลย์


ครั้งนี้คงไม่ต้องไปค้นที่อื่นมาตอบ laugh.gif laugh.gif laugh.gif

มนัส
ขอบคุณครับคุณอา

แต่ต้องรีบไปทำงานต่อ ค่อยแว๊ปเข้ามาดูคำถามอีกที

ส่วนโพสท์ก่อนหน้านี้ของคุณอา กว่าจะอ่านจบ เหนื่อยเลยครับ

กลับเข้ามาดูคำถามจะย้อนละเลียดอ่านอีกรอบครับ



....และผูกพัน.....
Ducklast
ขอบคุณเอื้อยแอ๊ดจัง
หาเพลงมาให้ทันใจดีหลาย

แอ๊ดจัง คืออะไร ถามไปแล้ว ไม่ต้องตอบอีกนะขะรับ

เอ้า..เอาเด้อออออ
ฟังกันอีกรอบ พร้อมๆกับดูเนื้อเพลงไปด้วย



เนื้อเพลง : ลำกล่อมทุ่ง


เปิ่นเวิ่น แฟนเพิ่น ให้เวิ่นไปสา
คั่นบ่แม่นแฟนไผ ขอให้อ้ายเวิ่น มาทางพี่ (พี้)
น้องนี้หนา ตาดำดำ เป็นคนขี้หล้าย
คนขี้หล้าย บ่สมอ้าย เพิ่นบ่สน

อุกเด โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้หนออุกเด้ โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้มาเหลือใจเด้ น้องบ่ได้อ้าย มานอนซ้อน

เจ้าดอกเอย
เจ้าดอกซ้อนเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกมะลิลา สาวหมอลำ นั้นกินน้ำตา
น้อยวาสนา เพราะบ่าวคนโก้ เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮ่อเอย

เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มณีอ่ำถ่ำ น้องเป็นสาวหมอลำ
โอ้พ่องามขำ บ่สนใจ

เปิ่นเวิ่น ฮักเพิ่น น้องบุญ บ่สม
โอ้บุญน้องบ่สม พี่ชายบ่ก้ม เข้ามาใกล้
อ้ายเป็นหงส์ ลงมาผ่ายบินไปเวิ่นเวิ่น
ฮ้องเรียกเอิ้นตัวอ้าย เพิ่นบ่เหลียว

ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
เจ้าผู้เขียวใบมอน ก้อนคำของน้อง คนงามเอ้ย

เจ้าดอกเอย เจ้าดอกฮักเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกกำจาย ชาตินี้ บ่ได้พี่ชาย ไปโตนน้ำตาย หาดทรายตื้นตื้น
เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮอเอย เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มโนใน
น้องฮักอ้ายปานใด ต้องเสียพระทัยหนอกินน้ำตา

-------------------------------------------------------------
มีคำศัพท์ที่ต้ิองให้ความสนใจสักเล็กน้อย
และจงอธิบายว่าแต่ละคำหมายถึงอะไรในภาษาไทย

เปิ่นเวิ่น =................(โดยมากเห็นเขียนเป็นแป่นแว่น ที่ถูกต้องคือเปิ่นเวิ่น)
เวิ่น =.................
ขี้หล้าย = .............. (จริงๆแล้วคำนี้เพี้ยนมาจาก-ขี้ฮ้าย)
อุก =..................(มาจาก-อุกอั่ง )
นอนซ้อน =..............
ดอกซ้อน =..............

ส่วนเนื้อเพลงทั้งหมด ใครอยากจะเขียนให้เป็นภาษาไทย อยากอธิบายความหมายเพิ่มเติม...เชิญ
บางทีท่านอาจจะได้คะแนนพิเศษ ได้สิทธิชิงรางวัลถูกใจคนถามในอนาคต
เรียกว่ารางวัลสะสมคะแนนถูกใจไปเรื่อยๆขะร๊าบบบบ

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะข้อยก็ฮักเพลงนี้มาแต่แรกยินเหมียนกัน
-------------------------------------------------------------------------
เปียกปูน
ขับทุ้มหลวงพระบาง
ต้นแบบลำกล่อมทุ่ง....ไพเราะที่สุด
ฟังแล้วอยากตาย
ตายแล้วก็อยากเกิดใหม่ที่หลวงพระบางพู่นเลยฮะ

ღ•♥AD♥•ღ

QUOTE(เปียกปูน @ May 22 2012, 10:45 AM) *
ขับทุ้มหลวงพระบาง
ต้นแบบลำกล่อมทุ่ง....ไพเราะที่สุด
ฟังแล้วอยากตาย
ตายแล้วก็อยากเกิดใหม่ที่หลวงพระบางพู่นเลยฮะ



ฟังแล้ว "ใจละลาย" เพราะมาก ๆ
ขอเนื้อเพลงด้วยสิคะคุณเปียกปูน(ชื่อน่ากิน)

ทำไมหาที่ทำ mp3 ใน Youtube ไม่เจอแล้ว.... จาโหลดจั๊กหน่อย..
ღ•♥AD♥•ღ
QUOTE(Ducklast @ May 22 2012, 10:35 AM) *
ขอบคุณเอื้อยแอ๊ดจัง
หาเพลงมาให้ทันใจดีหลาย

แอ๊ดจัง คืออะไร ถามไปแล้ว ไม่ต้องตอบอีกนะขะรับ

เอ้า..เอาเด้อออออ
ฟังกันอีกรอบ พร้อมๆกับดูเนื้อเพลงไปด้วย



เนื้อเพลง : ลำกล่อมทุ่ง


เปิ่นเวิ่น แฟนเพิ่น ให้เวิ่นไปสา
คั่นบ่แม่นแฟนไผ ขอให้อ้ายเวิ่น มาทางพี่ (พี้)
น้องนี้หนา ตาดำดำ เป็นคนขี้หล้าย
คนขี้หล้าย บ่สมอ้าย เพิ่นบ่สน

อุกเด โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้หนออุกเด้ โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้มาเหลือใจเด้ น้องบ่ได้อ้าย มานอนซ้อน

เจ้าดอกเอย
เจ้าดอกซ้อนเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกมะลิลา สาวหมอลำ นั้นกินน้ำตา
น้อยวาสนา เพราะบ่าวคนโก้ เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮ่อเอย

เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มณีอ่ำถ่ำ น้องเป็นสาวหมอลำ
โอ้พ่องามขำ บ่สนใจ

เปิ่นเวิ่น ฮักเพิ่น น้องบุญ บ่สม
โอ้บุญน้องบ่สม พี่ชายบ่ก้ม เข้ามาใกล้
อ้ายเป็นหงส์ ลงมาผ่ายบินไปเวิ่นเวิ่น
ฮ้องเรียกเอิ้นตัวอ้าย เพิ่นบ่เหลียว

ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
เจ้าผู้เขียวใบมอน ก้อนคำของน้อง คนงามเอ้ย

เจ้าดอกเอย เจ้าดอกฮักเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกกำจาย ชาตินี้ บ่ได้พี่ชาย ไปโตนน้ำตาย หาดทรายตื้นตื้น
เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮอเอย เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มโนใน
น้องฮักอ้ายปานใด ต้องเสียพระทัยหนอกินน้ำตา

-------------------------------------------------------------
มีคำศัพท์ที่ต้ิองให้ความสนใจสักเล็กน้อย
และจงอธิบายว่าแต่ละคำหมายถึงอะไรในภาษาไทย

เปิ่นเวิ่น =................(โดยมากเห็นเขียนเป็นแป่นแว่น ที่ถูกต้องคือเปิ่นเวิ่น)
เวิ่น =.................
ขี้หล้าย = .............. (จริงๆแล้วคำนี้เพี้ยนมาจาก-ขี้ฮ้าย)
อุก =..................(มาจาก-อุกอั่ง )
นอนซ้อน =..............
ดอกซ้อน =..............

ส่วนเนื้อเพลงทั้งหมด ใครอยากจะเขียนให้เป็นภาษาไทย อยากอธิบายความหมายเพิ่มเติม...เชิญ
บางทีท่านอาจจะได้คะแนนพิเศษ ได้สิทธิชิงรางวัลถูกใจคนถามในอนาคต
เรียกว่ารางวัลสะสมคะแนนถูกใจไปเรื่อยๆขะร๊าบบบบ

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะข้อยก็ฮักเพลงนี้มาแต่แรกยินเหมียนกัน
-------------------------------------------------------------------------


ขอตอบ เพราะแปลไว้นานเติบ
ยังไม่มีใครเฉลยให้ + ชิงรางวัล biggrin.gif

เปิ่นเวิ่น = รูปหล่อ หน้าตาดี

เวิ่น = เดินไปซะ /....... มองมา..... หายจ้อย ??? laugh.gif

ขี้หล้าย = ขี้เหร่ ไม่สวย(แต่น่าฮัก)

อุก = กลุ้มใจ

นอนซ้อน = นอนเคียง

ดอกซ้อน = wub.gif แอบรัก(รักคุด) laugh.gif
wub.gif

ขออนุญาติไม่แปลทั้งหมด สรุปก็คือ *** อกหักเพราะ รักคุด *** blink.gif
Ducklast


เพลงขับทุ้มหลวงพระบาง
โอนี โอที / ออยใจ มาไลฮัก -ขับร้อง

ใหม่ๆหัวใจน้องว่างบ่น้อ
ฝากฮักนวลละออ
ขอเป็นเขยพ่อเมืองหลวงพะบาง

วาสนาบุนนำพาย่านบ่สมไซ
ย่านแกงหน่อไม้ไผ่บ้านบ่สมยานาง
มายามายากลำบากแต่อ้ายนี้เด
โอ้นอมายาก โอ้มาลำบากแต่อ้ายนี้เด

อกซิเพกางใจ
บ่ได้นางเดมานอนซ้อน

เจ้าดอกดอกเอย... เจ้าดอกดอกเอย...
เอ๊อ เออ เออ เอ่อ เอ๊อ เออ เออ เอ่อ เอ๋ย
โอ่ยละวาเจ้าดอกหมากนาว
บ่ได้น้องเมื่อยามเป็นสาว
อุยอ้ายสิเอาแม่นยามฮ้าง

เอ่อ เอ๊อ เออ เอ๊ย เจ้าแก้ม
เจ้าแก้มละผู้แก้มอ่อนอ่อน
คันว่าเดิกออนซอน
อ้ายบ่ว่างเด้อ..แอวน้อง

โอ่ว่าแก้มป่อยล่อย
หอยไต่เจ้าคันนาเอย
แข่งบ่คาไต่คันนามาด่อมๆ
น้องนี้หนา..ตาดำเอยเป็นคนขี้ฮ้าย

คนขี้ฮ้ายบ่สมอ้ายบ่าวผู้งาม
มายาก..ลำบากแต่น้องนี้เด
โอ่น้อมายาก มาลำบากแต่น้องนี้เด
ยากแท้เด บ่ได้อ้ายมาซมซ้อน

เจ้าดอกดอกเอย... เจ้าดอกดอกเอย...
เอ๊อ เออ เออ เอ่อ เอ๊อ เออ เออ เอ่อ เอ๋ย
โอ่ยละว่า เจ้าดอกคันคิน
คันน้องนี้มีปีกบิน
น้องจะพาอ้ายบินเหวิ่นฟ้า

เอ่อ เอ๊อ เออ เอ๊ย เจ้าแก้ม
เจ้าแก้มละมาแก้มใหม่ๆ
คันได้กินแกงไค
ย่าได้ไลเด้อแกงซิ้น


--------------------------------------

มีคำหนึ่ง - เหวิ่น
คือคำเดียวกันกับ - เวิ่นขะรับ
Yellow Ribbons
QUOTE(Ducklast @ May 22 2012, 10:35 AM) *
เอ้า..เอาเด้อออออ
ฟังกันอีกรอบ พร้อมๆกับดูเนื้อเพลงไปด้วย



เนื้อเพลง : ลำกล่อมทุ่ง


เปิ่นเวิ่น แฟนเพิ่น ให้เวิ่นไปสา
คั่นบ่แม่นแฟนไผ ขอให้อ้ายเวิ่น มาทางพี่ (พี้)
น้องนี้หนา ตาดำดำ เป็นคนขี้หล้าย
คนขี้หล้าย บ่สมอ้าย เพิ่นบ่สน

อุกเด โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้หนออุกเด้ โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้มาเหลือใจเด้ น้องบ่ได้อ้าย มานอนซ้อน

เจ้าดอกเอย
เจ้าดอกซ้อนเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกมะลิลา สาวหมอลำ นั้นกินน้ำตา
น้อยวาสนา เพราะบ่าวคนโก้ เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮ่อเอย

เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มณีอ่ำถ่ำ น้องเป็นสาวหมอลำ
โอ้พ่องามขำ บ่สนใจ

เปิ่นเวิ่น ฮักเพิ่น น้องบุญ บ่สม
โอ้บุญน้องบ่สม พี่ชายบ่ก้ม เข้ามาใกล้
อ้ายเป็นหงส์ ลงมาผ่ายบินไปเวิ่นเวิ่น
ฮ้องเรียกเอิ้นตัวอ้าย เพิ่นบ่เหลียว

ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
เจ้าผู้เขียวใบมอน ก้อนคำของน้อง คนงามเอ้ย

เจ้าดอกเอย เจ้าดอกฮักเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกกำจาย ชาตินี้ บ่ได้พี่ชาย ไปโตนน้ำตาย หาดทรายตื้นตื้น
เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮอเอย เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มโนใน
น้องฮักอ้ายปานใด ต้องเสียพระทัยหนอกินน้ำตา

-------------------------------------------------------------
มีคำศัพท์ที่ต้ิองให้ความสนใจสักเล็กน้อย
และจงอธิบายว่าแต่ละคำหมายถึงอะไรในภาษาไทย

เปิ่นเวิ่น =................(โดยมากเห็นเขียนเป็นแป่นแว่น ที่ถูกต้องคือเปิ่นเวิ่น)
เวิ่น =.................
ขี้หล้าย = .............. (จริงๆแล้วคำนี้เพี้ยนมาจาก-ขี้ฮ้าย)
อุก =..................(มาจาก-อุกอั่ง )
นอนซ้อน =..............
ดอกซ้อน =..............

ส่วนเนื้อเพลงทั้งหมด ใครอยากจะเขียนให้เป็นภาษาไทย อยากอธิบายความหมายเพิ่มเติม...เชิญ
บางทีท่านอาจจะได้คะแนนพิเศษ ได้สิทธิชิงรางวัลถูกใจคนถามในอนาคต
เรียกว่ารางวัลสะสมคะแนนถูกใจไปเรื่อยๆขะร๊าบบบบ

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะข้อยก็ฮักเพลงนี้มาแต่แรกยินเหมียนกัน
-------------------------------------------------------------------------


มาอีกแล้ว...ข้อยมาอีกแล้ว

จะหน้าแตกอับอายขายหน้าอย่างไร

ข้อยก็ยังไม่เข็ดหลาบหรอกคร้าบ
laugh.gif


เปิ่นเวิ่น = ไปเลย, ผ่านไปเลย

เวิ่น = ผ่าน, แวะ

ขี้หล้าย = ขี้เหร่

อุก = ถูกใจ พึงพอใจ

นอนซ้อน = นอนเคียงกัน, ร่วมหมอนนอนเตียงเดียวกัน

ดอกซ้อน = ดอกมะลิซ้อน


****************************

เปิ่นเวิ่น แฟนเพิ่น ให้เวิ่นไปสา
คั่นบ่แม่นแฟนไผ ขอให้อ้ายเวิ่น มาทางพี่ (พี้)
น้องนี้หนา ตาดำดำ เป็นคน
ขี้หล้าย
คนขี้หล้าย บ่สมอ้าย เพิ่นบ่สน


ท่อนข้างบนนี้ ผมแปลได้ใจความว่า ดังนี้ ครับ

ไปเลย แฟนคนอื่น ขอให้ผ่านไปเสียเลย
แต่ถ้าไม่ใช่แฟนของใคร ขอให้พี่แวะมาทางนี้
น้องคนตาดำ ใสซื่อ คนนี้ เป็นคนขี้เหร่
เป็นคนขี้เหร่ ที่ไม่เหมาะสมกัน พี่จึงไม่สนใจ


****************************

ทำนองเพลงนี้คุ้นๆ อยู่นา ฟังเพลง และ เห็นเนื้อเพลงแล้ว ก็พอจะเข้าใจได้ว่า

ผู้หญิงร้องเพลงถึงผู้ชายคนหนึ่ง บอกว่าถ้ามีแฟนแล้วผู้หญิงจะไม่สนใจ

และ ขอให้ผ่านไปเลย แต่ถ้ายังไม่มีแฟน ก็ยังมีโอกาสที่จะได้คบหากัน

ในขณะเดียวกัน ก็ได้พูดถึงตนเอง ในลักษณะอ่อนน้อมถ่อมตนว่า

ตนเองไม่สวยมากพอ วาสนาก็น้อย คงไม่เป็นที่พึงใจของผู้ชาย

ผู้ชายคนนี้จึงไม่เคยหันสายตามามองเลย


ส่วนเรื่องอธิบายความหมายของเพลงทั้งหมดเป็นภาษาไทยนี่

ยอมแพ้เลยครับ...เพียงแค่นี้ ก็เอาตัวไม่รอดอยู่แล้วคร้าบ

laugh.gif tongue.gif laugh.gif
สิริวัชร
QUOTE(Ducklast @ May 22 2012, 10:35 AM) *
เปิ่นเวิ่น แฟนเพิ่น ให้เวิ่นไปสา
คั่นบ่แม่นแฟนไผ ขอให้อ้ายเวิ่น มาทางพี่ (พี้)
น้องนี้หนา ตาดำดำ เป็นคนขี้หล้าย
คนขี้หล้าย บ่สมอ้าย เพิ่นบ่สน

อุกเด โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้หนออุกเด้ โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้มาเหลือใจเด้ น้องบ่ได้อ้าย มานอนซ้อน

เจ้าดอกเอย
เจ้าดอกซ้อนเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกมะลิลา สาวหมอลำ นั้นกินน้ำตา
น้อยวาสนา เพราะบ่าวคนโก้ เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮ่อเอย

เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มณีอ่ำถ่ำ น้องเป็นสาวหมอลำ
โอ้พ่องามขำ บ่สนใจ

เปิ่นเวิ่น ฮักเพิ่น น้องบุญ บ่สม
โอ้บุญน้องบ่สม พี่ชายบ่ก้ม เข้ามาใกล้
อ้ายเป็นหงส์ ลงมาผ่ายบินไปเวิ่นเวิ่น
ฮ้องเรียกเอิ้นตัวอ้าย เพิ่นบ่เหลียว

ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
เจ้าผู้เขียวใบมอน ก้อนคำของน้อง คนงามเอ้ย

เจ้าดอกเอย เจ้าดอกฮักเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกกำจาย ชาตินี้ บ่ได้พี่ชาย ไปโตนน้ำตาย หาดทรายตื้นตื้น
เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮอเอย เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มโนใน
น้องฮักอ้ายปานใด ต้องเสียพระทัยหนอกินน้ำตา

-------------------------------------------------------------
มีคำศัพท์ที่ต้ิองให้ความสนใจสักเล็กน้อย
และจงอธิบายว่าแต่ละคำหมายถึงอะไรในภาษาไทย

เปิ่นเวิ่น =................(โดยมากเห็นเขียนเป็นแป่นแว่น ที่ถูกต้องคือเปิ่นเวิ่น)
เวิ่น =.................
ขี้หล้าย = .............. (จริงๆแล้วคำนี้เพี้ยนมาจาก-ขี้ฮ้าย)
อุก =..................(มาจาก-อุกอั่ง )
นอนซ้อน =..............
ดอกซ้อน =..............

ส่วนเนื้อเพลงทั้งหมด ใครอยากจะเขียนให้เป็นภาษาไทย อยากอธิบายความหมายเพิ่มเติม...เชิญ
บางทีท่านอาจจะได้คะแนนพิเศษ ได้สิทธิชิงรางวัลถูกใจคนถามในอนาคต
เรียกว่ารางวัลสะสมคะแนนถูกใจไปเรื่อยๆขะร๊าบบบบ

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะข้อยก็ฮักเพลงนี้มาแต่แรกยินเหมียนกัน
-------------------------------------------------------------------------


เปิ่นเวิ่น...=...พ่อรูปงามเฉิดแฉล้มแช่มช้อย

เวิ่น.......=...ละลิ่วลอย

ขี้หล้าย..=...ไม่สวยไม่งาม

อุก.......=...หนักอกหนักใจจุกแน่นอก

นอนซ้อน..=...นอนคู่เคียงกัน

ดอกซ้อน..=...ดอกไม้ที่มีกลีบซ้อนเสริมขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งผิดจากเดิม
(ดั่งคนที่จู่ๆ ก็มามีความรักความปรารถนาในผู้อื่นดุจมีเงามาซ้อนซ่อนอยู่ในใจให้ต้องครุ่นคิดอยู่มิ
รู้สร่าง)

ส่งแปลคำๆ มาแค่นี้ก่อนครับ
.
มนัส
ก่อนอื่น..ขอตอบคำศัพท์บางคำที่ต้ิองให้ความสนใจสักเล็กน้อย


เปิ่นเวิ่น = ว. หน้าตาที่เบิกบานแจ่มใส, หน้าตาดี, สวย, หล่อ
เวิ่น = ผ่าน
ขี้หล้าย = คนขี้เหล่, คนหน้าตาไม่ดี, คนไม่หล่อ, คนไม่สวย
อุก = หนักอกหนักใจ/เป็นทุกข์ทางใจ (อุกอั่ง = คิดอย่างมกมุ่นแต่ก็คิดไม่ได้สักที,คิดไม่ได้แถมยังพูดไม่ได้อีก,เก็บความรู้สึกที่ไ
ม่ดีไว้กับตัว)
นอนซ้อน = นอนเคียง
ดอกซ้อน = ดอกมะลิ



......และผูกพัน......
มนัส
QUOTE(Ducklast @ May 22 2012, 10:35 AM) *
เปิ่นเวิ่น แฟนเพิ่น ให้เวิ่นไปสา
คั่นบ่แม่นแฟนไผ ขอให้อ้ายเวิ่น มาทางพี่ (พี้)
น้องนี้หนา ตาดำดำ เป็นคนขี้หล้าย
คนขี้หล้าย บ่สมอ้าย เพิ่นบ่สน

อุกเด โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้หนออุกเด้ โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้มาเหลือใจเด้ น้องบ่ได้อ้าย มานอนซ้อน

เจ้าดอกเอย
เจ้าดอกซ้อนเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกมะลิลา สาวหมอลำ นั้นกินน้ำตา
น้อยวาสนา เพราะบ่าวคนโก้ เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮ่อเอย

เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มณีอ่ำถ่ำ น้องเป็นสาวหมอลำ
โอ้พ่องามขำ บ่สนใจ

เปิ่นเวิ่น ฮักเพิ่น น้องบุญ บ่สม
โอ้บุญน้องบ่สม พี่ชายบ่ก้ม เข้ามาใกล้
อ้ายเป็นหงส์ ลงมาผ่ายบินไปเวิ่นเวิ่น
ฮ้องเรียกเอิ้นตัวอ้าย เพิ่นบ่เหลียว

ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
เจ้าผู้เขียวใบมอน ก้อนคำของน้อง คนงามเอ้ย

เจ้าดอกเอย เจ้าดอกฮักเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกกำจาย ชาตินี้ บ่ได้พี่ชาย ไปโตนน้ำตาย หาดทรายตื้นตื้น
เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮอเอย เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มโนใน
น้องฮักอ้ายปานใด ต้องเสียพระทัยหนอกินน้ำตา


-------------------------------------------------------------------------


แฟนใครหน้าตาดีก็ให้ผ่านไปซะ
ถ้าไม่ใช่แฟนของใครก็ให้พี่ผ่านมาทางนี้
น้องนี่น๊า ตัวด้ำดำ เป็นคนขี้เหร่
คนขี้เหร่ ไม่คู่ควรกับพี่ ใครๆก็ไม่สน

กลุ้มจริง โอ้กลุ้มใจจริง ด้วยน้องมันจน
โอ้หนอกลุ้มจริง โอ้กลุ้มใจจริง ด้วยน้องมันจน
โอ้เศร้าใจจริง น้องไม่ได้พี่มานอนเคียง

เจ้าดอกเอ๋ย เจ้าดอกมะลิซ้อน เอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกมะลิลา สาวหมอลำนั้นหนาต้องกินน้ำตา
น้อยวาสนา เพราะผู้ชายคนงาม เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮ่อเอย

เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มณีอ่ำถ่ำ น้องเป็นสาวหมอลำ
โอ้พ่องามขำ ก็ไม่สนใจ

รักคนหน้าตาดี แต่บุญน้องมีไม่ถึง
โอ้บุญน้องมีไม่ถึง พี่ชายจึงไม่ลดตัวเข้ามาใกล้
พี่เป็นหงส์ ลงมาผ่ายบินไปเวิ่นเวิ่น
ร้องเรียกหาตัวพี่ พี่ก็ไม่หันมา

ปลื้มใจจริง น้องนี้ขอร่วมเรียงเคียงหมอนพี่ได้รึปล่าว?
ปลื้มใจจริง น้องนี้ขอร่วมเรียงเคียงหมอนพี่ได้รึปล่าว?
เจ้าผู้เขียวใบมอน ก้อนคำของน้อง คนงามเอ้ย

เจ้าดอกเอย เจ้าดอกรักเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกกำจาย ชาตินี้ ไม่ได้พี่ชาย ไปโดดน้ำตาย หาดทรายตื้นตื้น
เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮอเอย เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มโนใน
น้องรักพี่ปานใด ต้องเสียใจกล้ำกลืนน้ำตา

พอจะลองแปลได้ประมาณนี้

.....และผูกพัน.....
dragon
ขอเดาด้วยคนนะครับ
เปิ่นเวิ่น = หน้าตาดี, สวย, หล่อ
เวิ่น = ผ่าน
ขี้หล้าย = ขี้เหล่
อุก = หนักอกหนักใจ,คับข้องใจ,ทุกข์ใจ
นอนซ้อน = นอนเคียง
ดอกซ้อน = ดอกมะลิ
สิริวัชร
QUOTE(Ducklast @ May 22 2012, 10:35 AM) *
เนื้อเพลง : ลำกล่อมทุ่ง

เปิ่นเวิ่น แฟนเพิ่น ให้เวิ่นไปสา
คั่นบ่แม่นแฟนไผ ขอให้อ้ายเวิ่น มาทางพี่ (พี้)
น้องนี้หนา ตาดำดำ เป็นคนขี้หล้าย
คนขี้หล้าย บ่สมอ้าย เพิ่นบ่สน

อุกเด โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้หนออุกเด้ โอ้อุกใจเด้ แต่น้องมันจน
โอ้มาเหลือใจเด้ น้องบ่ได้อ้าย มานอนซ้อน

เจ้าดอกเอย
เจ้าดอกซ้อนเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกมะลิลา สาวหมอลำ นั้นกินน้ำตา
น้อยวาสนา เพราะบ่าวคนโก้ เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮ่อเอย

เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มณีอ่ำถ่ำ น้องเป็นสาวหมอลำ
โอ้พ่องามขำ บ่สนใจ

เปิ่นเวิ่น ฮักเพิ่น น้องบุญ บ่สม
โอ้บุญน้องบ่สม พี่ชายบ่ก้ม เข้ามาใกล้
อ้ายเป็นหงส์ ลงมาผ่ายบินไปเวิ่นเวิ่น
ฮ้องเรียกเอิ้นตัวอ้าย เพิ่นบ่เหลียว

ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
ออนซอน น้องขอฮ่วมหมอน เพิ่นได้ บ่เด้
เจ้าผู้เขียวใบมอน ก้อนคำของน้อง คนงามเอ้ย

เจ้าดอกเอย เจ้าดอกฮักเอย เอ่ย เอ่ย เอย เอ่ย เอ๊ย
เจ้าดอกกำจาย ชาตินี้ บ่ได้พี่ชาย ไปโตนน้ำตาย หาดทรายตื้นตื้น
เอ่อเฮ่อเอย เอ่อเฮอเอย เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่ม มโนใน
น้องฮักอ้ายปานใด ต้องเสียพระทัยหนอกินน้ำตา

-------------------------------------------------------------
มีคำศัพท์ที่ต้ิองให้ความสนใจสักเล็กน้อย
และจงอธิบายว่าแต่ละคำหมายถึงอะไรในภาษาไทย

เปิ่นเวิ่น =................(โดยมากเห็นเขียนเป็นแป่นแว่น ที่ถูกต้องคือเปิ่นเวิ่น)
เวิ่น =.................
ขี้หล้าย = .............. (จริงๆแล้วคำนี้เพี้ยนมาจาก-ขี้ฮ้าย)
อุก =..................(มาจาก-อุกอั่ง )
นอนซ้อน =..............
ดอกซ้อน =..............

ส่วนเนื้อเพลงทั้งหมด ใครอยากจะเขียนให้เป็นภาษาไทย อยากอธิบายความหมายเพิ่มเติม...เชิญ
บางทีท่านอาจจะได้คะแนนพิเศษ ได้สิทธิชิงรางวัลถูกใจคนถามในอนาคต
เรียกว่ารางวัลสะสมคะแนนถูกใจไปเรื่อยๆขะร๊าบบบบ

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะข้อยก็ฮักเพลงนี้มาแต่แรกยินเหมียนกัน
-------------------------------------------------------------------------



QUOTE(สิริวัชร @ May 22 2012, 09:23 PM) *
เปิ่นเวิ่น...=...พ่อรูปงามเฉิดแฉล้มแช่มช้อย

เวิ่น.......=...ละลิ่วลอย, เดินเยี่ยมกราย

ขี้หล้าย..=...ไม่สวยไม่งาม

อุก.......=...หนักอกหนักใจจุกแน่นอก

นอนซ้อน..=...นอนคู่เคียงกัน

ดอกซ้อน..=...ดอกไม้ที่มีกลีบซ้อนเสริมขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งผิดจากเดิม
(ดั่งคนที่จู่ๆ ก็มามีความรักความปรารถนาในผู้อื่น ดุจมีเงามาซ้อนซ่อนอยู่ในใจให้ต้องครุ่นคิดอยู่มิรู้สร่าง)

ส่งแปลคำๆ มาแค่นี้ก่อนครับ
.


และนี่คือที่ลองแปลงเล่นดู คงไม่สามารถถอดบันทัดต่อบันทัดได้ทั้งหมดนะครับ


.....หากโฉมยงหน้าแฉล้มแช่มช้อยขด................
ไม่โสดสดเป็นแฟนใครจงไปเสีย
แต่หากแม้นไม่มีใครเป็น Your dear..............
โปรด Come..here ทางนี้นะพี่ยา.....
.....ตัวน้องนั้นคนซื่อใส(ตาดำดำ)ไม่งามงด.........
พิศดูหมดไม่สมพี่...พี่ไม่สน
หนักใจเหลือ..สุดหนักใจ..หนทางจน...................
ดันทุรนอยากได้พี่..มานอนเคียง
.....เปรียบดอกไม้มาได้กลีบเพิ่มเรียงซ้อน.................
ใจอาวรณ์..ซ่อนเงาครุ่น..คิดถวิล.
สาวหมอลำมะลิลา..น้ำตาริน.................................
พี่คนโก้ไม่ผิน..ชำเลืองมา
....พี่รูปงาม..รักพี่ได้เพียงรำพึง.........................
บุญไม่ถึง..หงส์อย่างพี่..ไม่ก้มหา
ร่อนบินใกล้..แล้วไปลับ..ไม่กลับมา......................
เพรียกเรียกหา..โหยไห้..ไม่หันมอง
........พ่อรูปงาม.....................................................
น้องอยากตาม..มาร่วมหมอน
พ่อคนเขียวใบหม่อนทองคำของน้อง....................
อย่าให้ปองจนเก้อ
.......โอ้เจ้าดอกรักเอย........................................
ผิหวังเชย..ไม่สมสมัคร..จะลักโดดน้ำตาย
เพื่อจะบอกพี่ชายว่ารักมากมาย............................
เสียใจเกิน..สรรค์ใดมาอ้าง.



จบจนได้...โอ่โอ๊ะโอ...ว่าเข้าไป...อิ อิ tongue.gif
.
มนัส
ง่วงนอนแล้ว....ขอตัวไปนอนก่อนทุกๆท่าน
ขอนอนฝันหวานด้วยเพลินเพลงลำกล่อมทุ่ง
ราตรีสวัสดิ์ครับ



.....และผูกพัน.....
ღ•♥AD♥•ღ

มีหนุ่ม ๆมาเล่นปริศนา คำทายกันมากมาย
อ.สุนีย์ สินธุเดชะ ท่านฝากคำมาค่ะ .... ว่า

.............. ขี้เหร่ แปลว่า ไม่น่าดู
.............. ขี้ เหล่ แปลว่าชอบ มอง(หลี)สาว

.............. บรรทัด ...... บรร นี้เขียนถูกต้อง
.............. บัน ทัด
...... บัน นี้ใช้กับ บันไดค่ะ

.............. ดันทุรน ไม่มีคำแปลนะคะ ...... ต้องใช้ ดันทุรัง
.............. ลองเปลี่ยนเป็น เฝ้าร้อนรน..... ดีไหมคะพ่อรูปงาม tongue.gif

.............. นักเรียนคนไหนเขียนผิด แก้ไขคำของตนเองด้วยนะคะ
.............. เพราะ "ภาษาไทย" ช่วยกันสืบสาน ให้ลูกหลานเขียนให้ถูกต้องค่ะ

เห็นการแต่งความของหนุ่ม ๆแล้ว ยอมแพ้หนุ่มในบอร์ดนี้ค่ะ





แต่คุณDucklast คะ เพลง "ลำกล่อมทุ่ง".... น่าจะเปรียบได้กับเพลงไทย "รักต้องห้าม" เพลงนี้ได้มังคะ




ใยพระพรหมนำฉันให้มาได้เจอ
พานพบเธอ แต่ให้เธอมีเขาผูกพันธ์
สุดเฉลย เอ่ยความช้ำกรรมเรานั้น
เพียงแรกรัก จิตถูกบั่น สุขที่ฝันพลันมลาย

มองเห็นกัน ค่ำเช้าบ้านเราอยู่เคียง
ยินสำเนียง ยลเธอเคียงกันแล้วอยากตาย
เหมือนคนบาปต้องคำสาปให้ช้ำใจกาย
สุดเปล่าเปลี่ยวระทมเดียวดาย ด้วยพลาดหมายชายที่ปอง

ช้ำอะไรเช่นนี้ รักคนมีเจ้าของยามเธอแนบประคอง
ใจอยากเมินแต่ตาคอยมอง ทั้งที่จ้องแล้วต้องหม่นใจ

ใยพระพรหม แกล้งฉันให้มาใกล้เธอ
ปองรักเธอไฝ่บำเรอ ให้ช้ำชอกใจ
รักต้องห้าม เหมือนไฟลามเผาใจให้ไหม้
สุดจะผ่อนความร้อนคลายไป เหมือนตกอยู่ใน อ-เว-จี





ขอใช้คำตอบเดิมค่ะ biggrin.gif

เปิ่นเวิ่น = รูปหล่อ หน้าตาดี

เวิ่น = เดินไปซะ /....... เมียงมองมา..... หายจ้อย ??? laugh.gif

ขี้หล้าย = ขี้เหร่ ไม่สวย(แต่น่าฮัก)

อุก = กลุ้มใจ

นอนซ้อน = นอนเคียง

ดอกซ้อน = wub.gif แอบรัก(รักคุด) laugh.gif
wub.gif

smile.gif สรุปก็คือ *** เธออกหักเพราะ รักคุด เพราะพ่อรูปงามไม่เมียงมองมา*** blink.gif
Ducklast
ท่านYellow Ribbonsเฉียบขาดด้วยการตอบคำว่าดอกซ้อนกับนอนซ้อนได้ถูกต้องเป็นคนแรก (ปกติตอบผิดเป็นแรกซำเหมอ..ฮ่าๆ)
นอนซ้อน = นอนเคียงกัน, ร่วมหมอนนอนเตียงเดียวกัน
ดอกซ้อน = ดอกมะลิซ้อน

ในขณะสาวเถ่าลาวเวียงจันทร์ตอบว่า
ดอกซ้อน = wub.gif แอบรัก(รักคุด) laugh.gif [/color] wub.gif ( ปกติตอบถูกเป็นคนแรก..ฮ่าๆ)

ท่านสิริวัชรตอบคำว่าอุกได้ถูกต้อง อุก.......=...หนักอกหนักใจจุกแน่นอก
แต่ท่านก็ตอบแบบนายแพดหรือนางแพด ก็เลยเอาอาการเจ็บป่วยทางกายเข้ามาร่วมด้วย คือจุกแน่นอก(อาจมีหายใจไม่ออกขัดๆข้องๆปนมานำกัน)
คำตอบคำว่าอุกของท่านสิริวัชร พ้องกันกับคำตอบของdragon อุก = หนักอกหนักใจ,คับข้องใจ,ทุกข์ใจ
ท่านมนัสก็ตอบถูกด้วย อุก = หนักอกหนักใจ/เป็นทุกข์ทางใจ (อุกอั่ง = คิดอย่างมกมุ่นแต่ก็คิดไม่ได้สักที, คิดไม่ได้แถมยังพูดไม่ได้อีก, เก็บความรู้สึกที่ไม่ดีไว้กับตัว)

โดยเฉพาะคำว่า เวิ่น.......=...ละลิ่วลอย คือลักษณาการที่ใกล้เคียงที่สุด ท่านสิริวัชรตอบถูก

แต่กับคำว่าเปิ่นเวิ่น ท่านมนัสเป็นท่านเดียวมั๊งที่ตอบได้ถูกต้อง
เปิ่นเวิ่น = ว. หน้าตาที่เบิกบานแจ่มใส, หน้าตาดี, สวย, หล่อ

แต่ว่าตัดคำว่าหน้าตา สวย หล่อ ออกไปให้เหลือแค่หน้าตาที่เบิกบานแจ่มใสก็พอ
เพราะคำว่าสวยหล่อก็มีคำว่าโก้กับคำว่าจบให้ใช้อย่างตรงความหมายอยู่แล้ว

เฉลย

เปิ่นเวิ่น = หน้าตาเบิกบานแจ่มใส

เวิ่น(เหวิ่น) = ร่อนถลา เป็นอาการของนกที่ร่อนถลาไปมา(อีแร้งกับเหยี่ยวชอบทำแบบนี้) เรียกว่านกเวิ่น บางทีก็เรียกว่านกเซิ่น (เชื้อชาติแฮ้งบ่ห่อนเวิ่นนำแหลว แนวหงส์คำบ่ห่อนเซิ่นนำฮุ้ง)

ขี้หล้าย =ขี้เหร่

อุก =กลุ้มใจ

นอนซ้อน = นอนคู่เคียงกัน ใช้กับหนุ่มสาวที่เป็นคู่กัน แต่เมื่อเป็นคำว่าซ้อนคำเดียว ความหมายตรงตัว คือลักษณะของอะไรๆที่ทับซ้อนกัน
อย่างเงาะก็มีรูปพระสังข์แฝงเร้นอยู่ ก็เรียกว่าซ้อนได้เหมือนกัน

ดอกซ้อน = มะลิซ้อน

เท่าที่ดูทุกท่านเรียบเรียงเนื้อเพลง ก็เห็นว่าทำได้ถูกต้องเป็นอันมาก ขอปรบมือให้

เชื่อว่าอีกบ่นานช้า จะเก่งกล้าภาษาลาวกันทุกคน
ไปเมืองลาวเมื่อไหร่ บ่ต้องอาศัยนายภาษา
ღ•♥AD♥•ღ

wub.gif ยินดีปรีดาปราโทมย์ กับทุกท่านนำค่ะ
wub.gif

ข้อยก็ตอบถึกหลายข้อเด้

คำว่า "ดอกซ้อน" แปลว่าดอกมะลิ.... ให้ถูกต้องคือ "มะลิซ้อน" หรือเปล่า

ที่แปลว่า "แอบรัก" เพราะเป็นความนัย "ในคำ" แหละค่ะว่า "รักซ้อน ซ่อนรัก" biggrin.gif biggrin.gif biggrin.gif
เพราะเหมือนแอบตามเงาของเธอไปเรื่อย ๆโดยไม่มีความหวัง...... แง้...เศร้าอ่ะ sad.gif


คำถามใหม่มาเลย .... แต่ไปสำเพ็งก่อนนะ
จะกิน "ข้าวเสียโป"... รู้จักกันไหมคะ "ข้าวเสียโป" biggrin.gif เผื่อเฒ่าน้อย กะทุกคน tongue.gif

ยิงคำถามมาเลย ...... สงสัยต้องซื้อซัมซุงโน๊ตฯ
ไว้ตอบเวลาไม่อยู่บ้าน laugh.gif
มนัส
เคยได้ยินน่ะครับ "ข้าวเสียโป" แล้วก็เหมือนว่าจะเคยชิมเคยกินมาแค่ครั้งเดียวครับ

อุ๊บ....รู้อิ่มตื้อขึ้นมาในทันใด.. biggrin.gif


....และผูกพัน.....
Ducklast
ที่จริงภาษาลาวไม่ยาก คนไทยสามารถเข้าใจได้
โดยเฉพาะภาษาเพลงก็เป็นภาษาไม่ซับซ้อน
เว้นแต่เพลงลาวเดิมพื้นบ้านใช้ภาษาเดิมๆเก่าแก่ จะเข้าใจยาก
แต่เพลงรุ่นใหม่ แต่งเนื้อเพลงโดยคนรุ่นใหม่ จะง่ายต่อการฟัง
เพราะว่าคนรุ่นใหม่ก็ลืมภาษาลาวดั้งเดิมไปบ้างแล้วเหมือนกัน

เมื่อได้เห็นได้ฟังเพลงรุ่นหลังๆ จะมีเรื่องยากบ้างก็เพียงรูปศัพท์ที่ใช้เรียกอะไรๆบางอย่างเท่านั้น ที่อาจเรียกไม่เหมือนกัน

อย่างเช่นเพลงกุหลาบปากซัน ที่เป็นเพลงเก่าแก่ ได้ยินตั้งแต่สมัยเด็ก
ภาษาเพลงก็เป็นที่เข้าใจได้ง่ายๆ

เนื้อเพลงที่นำมาให้ดู ข้าพเจ้าถอดออกจากภาษาลาวชนิดคำต่อคำ
เขียนและสะกดตามภาษาอย่างเหมือนที่สุด
ลองดูว่าเมื่อทุกท่านฟังไปอ่านไป จะเข้าใจไหม



เนื้อเพลงกุหลาบปากซัน

แดนดินถิ่นไก เหลือตา
ยู่สุดนะพา ยังมีดอกฟ้า แสนงาม
หากไผได้เห็นจะมัวหลง
เฝ้าฝันพะวงหลงติดตาม
สาวเอยสาวงาม งามเหลือใจ

งามจิงดั่งคำเขาชม
หากได้สุกสม ชื่นชมกับน้องสมใจ
อ้ายขอไฝ่ฝันแต่นางเดียว
บ่ขอข้องเกี่ยวยิงอื่นใด
เฝ้าแต่หลงไหลไฝ่ฝันใจปอง

โอ..กุหลาบสะหวัน
แห่งเมืองปากซัน ที่อ้ายยังฝันหมายปอง
ใจหวังคู่เคียงปะคอง
กุหลาบเป็นสีดั่งทอง
เมื่อยามแสงส่องจากดวงสุลี

ยามแลงค่ำลงน้ำซัน
โอ..บ่ลิคัน
น้ำซันไหลผ่านใสดี
แลเห็นหมู่สาวเจ้าล่องลอย
หมู่ปาใหย่น้อยลอยหลิ้นคี
สิ้นแสงสุลี สดสีแสงจัน

โอ..กุหลาบสะหวัน
แห่งเมืองปากซัน ที่อ้ายยังฝันหมายปอง
ใจหวังคู่เคียงปะคอง
กุหลาบเป็นสีดั่งทอง
เมื่อยามแสงส่องจากดวงสุลี

ยามแลงค่ำลงน้ำซัน
โอ..บ่ลิคัน
น้ำซันไหลผ่านใสดี
แลเห็นหมู่สาวเจ้าล่องลอย
หมู่ปาใหย่น้อยลอยหลิ้นคี
สิ้นแสงสุลี สดสีแสงจัน

-----------------------------
มีศัพท์ 2 คำ
ขอถามว่าแต่ละคำคืออะไรในภาษาไทย

บ่ลิคัน =.........

หลิ้นคี=..........
Yellow Ribbons
QUOTE( ღ•♥AD♥& @ May 23 2012, 07:48 AM) *

wub.gif ยินดีปรีดาปราโทมย์ กับทุกท่านนำค่ะ
wub.gif

คำถามใหม่มาเลย .... แต่ไปสำเพ็งก่อนนะ
จะกิน "ข้าวเสียโป"... รู้จักกันไหมคะ "ข้าวเสียโป" biggrin.gif เผื่อเฒ่าน้อย กะทุกคน tongue.gif

แหะๆ...ไม่รู้จัก "ข้าวเสียโป" เลยครับ พี่ ღ•♥AD♥

ต้องรบกวนมาเฉลยให้ทราบเป็นความรู้สักกะนิด ครับ

laugh.gif biggrin.gif laugh.gif
มนัส
............

ยามแลงค่ำลงน้ำซัน
โอ..บ่ลิคัน
น้ำซันไหลผ่านใสดี
แลเห็นหมู่สาวเจ้าล่องลอย
หมู่ปาใหย่น้อยลอยหลิ้นคี
สิ้นแสงสุลี สดสีแสงจัน

-----------------------------
มีศัพท์ 2 คำ
ขอถามว่าแต่ละคำคืออะไรในภาษาไทย

บ่ลิคัน = เมืองบอลิคัน อยู่ในแขวงบอลิคำไซ

ขยายความเพิ่มเติม
"แขวงบอลิคำไซ เป็นแขวงใหญ่อันดับที่ 10 ของประเทศ เพิ่งแยกออกมาจากแขวงเวียงจันทน์ และแขวงคำม่วนเมื่อปีพ.ศ. 2527 มีพื้นที่ 15,977 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 5 เมือง (อำเภอ) คือ เมืองปากซัน เมืองบอลิคัน เมืองท่าพระบาท ปากกระดิ่ง คำเกิด และเวียงทอง มีประชากรประมาณ 227,000 คน แขวงบอลิคำไซนี้เป็นเสมือนประตูสู่ภาคกลางและภาคใต้ของลาว ระยะทางห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปเพียงแค่ 150 กิโลเมตร ด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติจากป่าสงวนแห่งชาติภูเขาควาย และน้ำกระดิ่ง ซึ่งถือเป็นแม่น้ำสำคัญที่คอยหล่อเลี้ยงผู้คนในเมือง และยังเป็นจุดกำเนิดของสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ หลายแห่ง
เมืองปากซัน เป็นเมืองเอกของแขวงบอลิคำไซที่มีเศรษฐกิจดีเมืองหนึ่งจากการเกษตรกรรมของชาวบ้าน มีเหมืองแร่ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างเมืองปากซันกับจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นจังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากจ.หนองคายเมื่อต้นปีพ.ศ. 2554 ที่ผ่านมาอีกด้วย ชื่อของเมืองบอลิคำไซนั้นมาจากคำว่า “บอลิ” หมายถึง เมืองเก่าของราชอาณาจักร นั่นคือเมืองบอลิคัน “คำ” หมายถึง เมืองคำเกิด ที่ก่อตั้งในปีพ.ศ. 1900 ในรัชสมัยเจ้าฟ้างุ่ม “ไซ” หรือ “ไช” หมายถึงชัยชนะของการปฏิวัติประเทศ จึงนำมารวมกันเป็นชื่อเมือง จากพรมแดนที่ติดกับแขวงสำคัญอย่างเวียงจันทน์ และเชียงขวางทางด้านทิศเหนือ แขวงคำม่วนทางทิศใต้ ส่วนด้านทิศตะวันออกและตะวันตกติดต่อกับด่านชายแดนสากลไทยและเวียดนาม จึงทำให้เมืองกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญ"


หลิ้นคี= (น่าจะหมายถึง) รายล้อม (หมู่ปาใหย่น้อยลอยหลิ้นคี ก็น่าจะแปลได้ว่า หมู่ปลาใหญ่น้อยว่ายเวียนรายล้อม หรือหมู่ปลาใหญ่น้อยว่ายเวียนรอบๆตัว)


"ยามย่ำค่ำลงเล่นน้ำตก
โอ...บอลิคัน
น้ำตกใสไหลผ่าน
แลเห็นสาวๆว่ายน้ำ
หมู่ปลาใหญ่น้อยว่ายเวียนรอบกาย
สิ้นแสงตะวัน พลันแสงจันทร์ใสสด"

.....และผูกพัน.....
Yellow Ribbons
QUOTE(Ducklast @ May 23 2012, 09:49 AM) *
มีศัพท์ 2 คำ
ขอถามว่าแต่ละคำคืออะไรในภาษาไทย

บ่ลิคัน =.........

หลิ้นคี=..........


ครั้งนี้ท่าน Ducklast ทายคำศัพท์เพียง 2 คำ

ช่วยลดอาการปวดหัว มึนตึ้บ ไปได้หลายเติบ

คำศัพท์น้อยอย่างนี้ ค่อยมีเวลาพัก หายใจหายคอ ได้บ้างเนอะ laugh.gif

*****************************
ยามแลงค่ำลงน้ำซัน
โอ..บ่ลิคัน
น้ำซันไหลผ่านใสดี
แลเห็นหมู่สาวเจ้าล่องลอย
หมู่ปาใหย่น้อยลอย หลิ้นคี
สิ้นแสงสุลี สดสีแสงจัน



บ่ลิคัน = ช่างน่าอัศจรรย์ (เดาแบบมั่วๆ โดยไม่มีมูลให้เดาเลยครับ...แหะๆ)

หลิ้นคี= แหวกว่าย
(อันนี้น่าจะใกล้เคียงหน่อย)

ดูๆ แล้ว ก็น่าจะถูกสักคำนา

laugh.gif biggrin.gif laugh.gif
Yellow Ribbons
QUOTE(มนัส @ May 23 2012, 11:02 AM) *
............

ยามแลงค่ำลงน้ำซัน
โอ..บ่ลิคัน
น้ำซันไหลผ่านใสดี
แลเห็นหมู่สาวเจ้าล่องลอย
หมู่ปาใหย่น้อยลอยหลิ้นคี
สิ้นแสงสุลี สดสีแสงจัน

-----------------------------
มีศัพท์ 2 คำ
ขอถามว่าแต่ละคำคืออะไรในภาษาไทย

บ่ลิคัน = เมืองบอลิคัน อยู่ในแขวงบอลิคำไซ

ขยายความเพิ่มเติม
"แขวงบอลิคำไซ เป็นแขวงใหญ่อันดับที่ 10 ของประเทศ เพิ่งแยกออกมาจากแขวงเวียงจันทน์ และแขวงคำม่วนเมื่อปีพ.ศ. 2527 มีพื้นที่ 15,977 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 5 เมือง (อำเภอ) คือ เมืองปากซัน เมืองบอลิคัน เมืองท่าพระบาท ปากกระดิ่ง คำเกิด และเวียงทอง มีประชากรประมาณ 227,000 คน แขวงบอลิคำไซนี้เป็นเสมือนประตูสู่ภาคกลางและภาคใต้ของลาว ระยะทางห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปเพียงแค่ 150 กิโลเมตร ด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติจากป่าสงวนแห่งชาติภูเขาควาย และน้ำกระดิ่ง ซึ่งถือเป็นแม่น้ำสำคัญที่คอยหล่อเลี้ยงผู้คนในเมือง และยังเป็นจุดกำเนิดของสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ หลายแห่ง
เมืองปากซัน เป็นเมืองเอกของแขวงบอลิคำไซที่มีเศรษฐกิจดีเมืองหนึ่งจากการเกษตรกรรมของชาวบ้าน มีเหมืองแร่ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างเมืองปากซันกับจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นจังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากจ.หนองคายเมื่อต้นปีพ.ศ. 2554 ที่ผ่านมาอีกด้วย ชื่อของเมืองบอลิคำไซนั้นมาจากคำว่า "บอลิ" หมายถึง เมืองเก่าของราชอาณาจักร นั่นคือเมืองบอลิคัน "คำ" หมายถึง เมืองคำเกิด ที่ก่อตั้งในปีพ.ศ. 1900 ในรัชสมัยเจ้าฟ้างุ่ม "ไซ" หรือ "ไช" หมายถึงชัยชนะของการปฏิวัติประเทศ จึงนำมารวมกันเป็นชื่อเมือง จากพรมแดนที่ติดกับแขวงสำคัญอย่างเวียงจันทน์ และเชียงขวางทางด้านทิศเหนือ แขวงคำม่วนทางทิศใต้ ส่วนด้านทิศตะวันออกและตะวันตกติดต่อกับด่านชายแดนสากลไทยและเวียดนาม จึงทำให้เมืองกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญ"


หลิ้นคี= (น่าจะหมายถึง) รายล้อม (หมู่ปาใหย่น้อยลอยหลิ้นคี ก็น่าจะแปลได้ว่า หมู่ปลาใหญ่น้อยว่ายเวียนรายล้อม หรือหมู่ปลาใหญ่น้อยว่ายเวียนรอบๆตัว)


"ยามย่ำค่ำลงเล่นน้ำตก
โอ...บอลิคัน
น้ำตกใสไหลผ่าน
แลเห็นสาวๆว่ายน้ำ
หมู่ปลาใหญ่น้อยว่ายเวียนรอบกาย
สิ้นแสงตะวัน พลันแสงจันทร์ใสสด"

.....และผูกพัน.....


อะจ๊าก...ตอบเสร็จแล้ว วกกลับมาดูคำตอบของท่านมนัส

อา...บ่ลิคัน เป็นชื่อเมืองในประเทศลาว หรือนี่ ???

ข้อยแปลความหมายผิดไปไกลลิบโลกเลย

laugh.gif tongue.gif laugh.gif
สิริวัชร
QUOTE( ღ•♥AD♥& @ May 23 2012, 05:40 AM) *

มีหนุ่ม ๆมาเล่นปริศนา คำทายกันมากมาย
อ.สุนีย์ สินธุเดชะ ท่านฝากคำมาค่ะ .... ว่า

.............. ขี้เหร่ แปลว่า ไม่น่าดู
.............. ขี้ เหล่ แปลว่าชอบ มอง(หลี)สาว

.............. บรรทัด ...... บรร นี้เขียนถูกต้อง
.............. บัน ทัด
...... บัน นี้ใช้กับ บันไดค่ะ

.............. ดันทุรน ไม่มีคำแปลนะคะ ...... ต้องใช้ ดันทุรัง
.............. ลองเปลี่ยนเป็น เฝ้าร้อนรน..... ดีไหมคะพ่อรูปงาม tongue.gif

.............. นักเรียนคนไหนเขียนผิด แก้ไขคำของตนเองด้วยนะคะ
.............. เพราะ "ภาษาไทย" ช่วยกันสืบสาน ให้ลูกหลานเขียนให้ถูกต้องค่ะ

เห็นการแต่งความของหนุ่ม ๆแล้ว ยอมแพ้หนุ่มในบอร์ดนี้ค่ะ





แต่คุณDucklast คะ เพลง "ลำกล่อมทุ่ง".... น่าจะเปรียบได้กับเพลงไทย "รักต้องห้าม" เพลงนี้





คำที่ท้วงมาเป็นของผม 2 คำครับ
1. บันทัด ต้องแก้ให้ถูกเป็น บรรทัด

ผมจำมาจากที่เคยท่องตอนเด็กๆ มีประโยคว่า "เขียนบันทึกลงบันทัดหัดไว้หนู"
เมื่อมาค้นพจนานุกรมดูเช้านี้ มีแต่คำว่า "บรรทัด" ไม่มีคำ "บันทัด" เลย
ประโยคที่ผมท่องคงน่าจะเป็นประโยคฝึกหัด ที่เขาเขียนว่า
"เขียนบันทึกลงบรรทัดหัดไว้หนู" มากกว่า

เมื่อผมจำแค่เสียง ก็เลยเขียนผิด
ขอบคุณคุณครูแอ๊ด ในคำท้วงครับ

2. ดันทุรน คำนี้ ผมไม่แก้ครับ
เนื่องจากผมต้องการใช้เพื่อหมายถึง
การฝืนดึงดัน จนถึงเข้าขั้น "ทุรนทุราย"
ไม่ใช่ ดันทุรัง ที่เป็นการฝืนทำลงไปทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่ถูกต้อง
ภาษากลอน หากเขียนคำครบทั้งหมด ก็ยาวไปผมจึงใช้แค่นี้ครับ tongue.gif
.
ส่วนเพลง รักต้องห้าม นั้น
คุณแอ๊ดช่างหามาเทียบเคียงได้ ตรงดีครับ
เห็นด้วยครับ
.
สิริวัชร
QUOTE(Ducklast @ May 23 2012, 09:49 AM) *
ที่จริงภาษาลาวไม่ยาก คนไทยสามารถเข้าใจได้
โดยเฉพาะภาษาเพลงก็เป็นภาษาไม่ซับซ้อน
เว้นแต่เพลงลาวเดิมพื้นบ้านใช้ภาษาเดิมๆเก่าแก่ จะเข้าใจยาก
แต่เพลงรุ่นใหม่ แต่งเนื้อเพลงโดยคนรุ่นใหม่ จะง่ายต่อการฟัง
เพราะว่าคนรุ่นใหม่ก็ลืมภาษาลาวดั้งเดิมไปบ้างแล้วเหมือนกัน

เมื่อได้เห็นได้ฟังเพลงรุ่นหลังๆ จะมีเรื่องยากบ้างก็เพียงรูปศัพท์ที่ใช้เรียกอะไรๆบางอย่างเท่านั้น ที่อาจเรียกไม่เหมือนกัน

อย่างเช่นเพลงกุหลาบปากซัน ที่เป็นเพลงเก่าแก่ ได้ยินตั้งแต่สมัยเด็ก
ภาษาเพลงก็เป็นที่เข้าใจได้ง่ายๆ

เนื้อเพลงที่นำมาให้ดู ข้าพเจ้าถอดออกจากภาษาลาวชนิดคำต่อคำ
เขียนและสะกดตามภาษาอย่างเหมือนที่สุด
ลองดูว่าเมื่อทุกท่านฟังไปอ่านไป จะเข้าใจไหม



เนื้อเพลงกุหลาบปากซัน

แดนดินถิ่นไก เหลือตา
ยู่สุดนะพา ยังมีดอกฟ้า แสนงาม
หากไผได้เห็นจะมัวหลง
เฝ้าฝันพะวงหลงติดตาม
สาวเอยสาวงาม งามเหลือใจ

งามจิงดั่งคำเขาชม
หากได้สุกสม ชื่นชมกับน้องสมใจ
อ้ายขอไฝ่ฝันแต่นางเดียว
บ่ขอข้องเกี่ยวยิงอื่นใด
เฝ้าแต่หลงไหลไฝ่ฝันใจปอง

โอ..กุหลาบสะหวัน
แห่งเมืองปากซัน ที่อ้ายยังฝันหมายปอง
ใจหวังคู่เคียงปะคอง
กุหลาบเป็นสีดั่งทอง
เมื่อยามแสงส่องจากดวงสุลี

ยามแลงค่ำลงน้ำซัน
โอ..บ่ลิคัน
น้ำซันไหลผ่านใสดี
แลเห็นหมู่สาวเจ้าล่องลอย
หมู่ปาใหย่น้อยลอยหลิ้นคี
สิ้นแสงสุลี สดสีแสงจัน

โอ..กุหลาบสะหวัน
แห่งเมืองปากซัน ที่อ้ายยังฝันหมายปอง
ใจหวังคู่เคียงปะคอง
กุหลาบเป็นสีดั่งทอง
เมื่อยามแสงส่องจากดวงสุลี

ยามแลงค่ำลงน้ำซัน
โอ..บ่ลิคัน
น้ำซันไหลผ่านใสดี
แลเห็นหมู่สาวเจ้าล่องลอย
หมู่ปาใหย่น้อยลอยหลิ้นคี
สิ้นแสงสุลี สดสีแสงจัน

-----------------------------
มีศัพท์ 2 คำ
ขอถามว่าแต่ละคำคืออะไรในภาษาไทย

บ่ลิคัน =.........

หลิ้นคี=..........


เพลงนี้ชอบครับ ไพเราะ เย็นๆดี
เวลาข้ามไปลาว พวกสาธารณสุขเราจะต้องมีคนร้องเพลงนี้บนรถทุกที

บ่ลิคัน....=..ตอนนี้ไม่ค้นน่าจะแปลได้ประมาณว่า= สันเขื่อน (ขอไปค้นก่อนครับ กลัวได้ฮา อย่างผีพ่วนอีก)
หลิ้นคี....=..คลอเคลีย, คลุกคลี (เช่นกัน ขอรอค้นนิด แล้วจะมาปรับใหม่ หรือ ฟันธง ครับ)
.
Ducklast
QUOTE(สิริวัชร @ May 23 2012, 12:48 PM) *
เพลงนี้ชอบครับ ไพเราะ เย็นๆดี
เวลาข้ามไปลาว พวกสาธารณสุขเราจะต้องมีคนร้องเพลงนี้บนรถทุกที


เพลงนี้ได้ยินครั้งแรกราวๆ45ปีมาแล้ว
ข้าพเจ้าเป็นเด็ก 10 ขวบโดยประมาณ

คนร้องคือ ก.วิเสส

คนไทยรู้จักดีคือเพลงไทยดำรำพัน

คนแต่งเนื้อร้องและทำนองคือ สุลีวัณ (จำปา ลัดตะนะสะหวัน)

และก็นี่เลย ก.วิเสส



ทีนี้ก็สละเวลาดูสารคดี ปากซัน บอลิคำไซ สักนิดหน่อย



ธีร์
laugh.gif ว่างเว้นไปวันเดียวกระทู้วิ่งไปไกลเชียว

อาแอ๊ดครับคำว่า ตังหวาย ผมเคยได้ยินผ่านหูผ่านตามา ไม่น่าจะแปลว่า ตั่งหวาย
เพราะ ตั่งหวาย ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการลำ

ตังหวาย , ตังวาย ที่เคยผ่านหูผ่านตามานั้น มาจากคำว่า ตั้งถวาย

คือการลำและรำ(ฟ้อน,เซิ้ง)นั้นแต่เดิมเล่นถวายแถนให้แถนชม
ต่อมาปรับเข้าหาพุทธก็ยังไม่ทิ้งธรรมเนียมเดิมแต่เปลี่ยนจากถวายแถน
มาเป็นถวายเป็นพุทธบูชาด้วย ให้แถนชมด้วย ดังจะเห็นได้ว่า
งานบุญ งานวัดต่าง ๆ มักมีมหรสพแสดงเสมอ ได้กุศโลบายหลายทาง
เป็นพุทธบูชา ถวายแถน เรียกคนให้มาชม ได้รื่นเริง แสดงความสามัคคี
ญาติพี่น้องทางไกลได้มาพบกัน หนุ่มสาวได้คบหาดูใจกัน ฯลฯ

สังเกตจากกลอนลำมักจะขึ้นต้นด้วยการบูชาพระหรือบูชาเทวดาก่อนเสมอ
ถึงแม้เนื้อหาจะเป็นเกี้ยวพาราสีปนอยู่ด้วยก็ตาม แต่ท้ายสุดก็วกเข้าหา อนิจจัง
ซึ่งเป็นคำสอนของพุทธศาสนาแฝงอยู่ดังที่อาอำพลว่าไว้

................................................................................

ทีนี้วกมาหาคำถามในเพลงกุหลาบปากซันบ้าง

ยามแลงค่ำลงน้ำซัน
โอ..บ่ลิคันน้ำซันไหลผ่านใสดี
แลเห็นหมู่สาวเจ้าล่องลอย
หมู่ปาใหย่น้อยลอยหลิ้นคี
สิ้นแสงสุลี สดสีแสงจัน

บ่ลิคัน = น่าจะเป็นชื่อของภูเขาหรือโตรกผา หรือไม่ก็เกาะแก่ง แต่นึกชื่อเทียบไม่ออก
แต่ทางภาษาบาลีมีอยู่ใกล้เคียงคือ เขาสัตบริภัณฑ์ ในป่าหิมพานต์ที่รายล้อมเขาพระสุเมรุ
มีเขายุคนธร , อิสินธร , เนมินธร , กรวิก , สุทัศน์ , วินตกะ , อัศกัณ คำเก่า ๆ เรียก
เขาสัตพัน , เขาสัตบริพัน , เขาสัตบริคัน ก็มี

หลิ้นคี = หลิ้น , หลิ่น , คำนี้แปลว่า เล่น แต่คำว่า คี มีปัญหาคือนึกคำแปลไม่ออก
แต่ดูตามบริบทแล้ว คี น่าจะแปลว่า คลื่นน้ำ , ฟองน้ำ , ริ้วพรายระยับของคลื่น

ดังนั้น หลิ้นคี น่าจะแปลว่า เล่นคลื่น , โต้คลื่น

แต่มีคำเก่า ๆ อยู่คือ แม่คีไฟ อันหมายถึงฐานรองไฟ หรือเตาเชิงกรานของภาคกลางยุคเก่า
และคำว่า คีไฟ คือ ลูกคลีไฟ ลูกกลมถักด้วยเถาวัลย์ให้กลมมีลวดรัดเผาไฟแล้วตี
เหมือนตีคลีนิยมเล่นในตอนกลางคืน แต่ไม่น่าจะเกี่ยวกันกับปลาเล่นคลื่น

เอ....หรือว่า คี จะหมายถึงฟองอากาศ หรือ วงกระเพื่อมของน้ำที่ปลาผุดขึ้นมา "บ้อน" หนอ



นี่คือหมวดอ่านเว็บบอร์ดแบบไม่มีกราฟฟิค : หมวดที่คุณสามารถดูข้อมูลได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องโหลดกราฟฟิคมากมาย ซึ่งบอร์ดได้ตัดส่วนนั้นออก เพื่อให้โหลดไวขึ้น
แต่ถ้าคุณอยากกลับไปดูข้อมูลแบบเต็มรูปแบบ ให้คุณคลิกที่นี่
.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.