ช่วยเหลือ - ค้นหาข้อมูล - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
อ่านเว็บบอร์ดในเวอร์ชั่นเต็ม : เสียวสวาด
AmpolJane Community > นอกกำแพงวัด > จับฉ่าย
Ducklast


คำอ่าน

เสียวสวาด
จากเค้ามูน ปุนแปงเป็นกอน
โดย
ไซสุวัน แพงพง
(นักบิน-กะวี-นักเขียน)

ซอลท์เลค ซิตี้,ยูท่าห์,ยูเอสเอ
ซินซ 20 เฟบ,2010 ทู 21 เฟบ.2011
คอปปี้ไร้ท์ 2010 บาย ไซสุวัน แพงพง


------------------------


"เสียวสวาด"สืบทอดวันนะคะดีเค้ามูน จาก "หนังสือเสียวสวาด"
ซึ่งได้พิมเผยแผ่โดย กมวันนะคะดี,กะซวงสึกสา,สะบับพิม
คั้งที่ 1 มีนา 1968

ต้นสะบับดังก่าว พัลนาเป็นปะเพดวันนะคะดีพื้นเมืองลาว:
"ฮ้อยแก้ว" ปน "ฮ้อยกอง",ส่วนเสียวสวาดสะบับใหม่นี้
แต่งเป็นกอนอ่าน มี 45 บท ด้วยพาสาลาวยุกสะไหมปัดจุบัน
เพื่อเป็นกานปะกอบส่วน สเลิมสลองนะคอนหลวงเวียงจัน
คบฮอบ 450 ปี.

ในคำนำสะบับเค้ามูน บางตอนเขียนไว้ว่า:

"หนังสือเรื่องท้าวเสียวสวาด เป็นหนังสือนิทานสุพาสิด ที่อาจานแต่
บูรานได้ปะพันไว้ ด้วยพาสาเว้าทัมมะดา แต่บางแห่งก่อมี
กาบกอนสับปนแต่เล็กน้อย. เสียวสวาดเป็นหนังสือขนาดปานกาง
มียู่ 10 ผูกใบลาน ซึ่งจานเป็นอักสอนทัม หนังสือนี้ นับเป็น
วันนะคดีลาวได้สะบับนึ่ง เพาะได้ฮับความย้องยอสอระเสินจาก
ปะซาซนลาวมาแล้ว เกือบจะเถิง 300 ปี และมีความจะเริน
แผ่ผายไปทั่วทุกบ้าน ที่มียู่ในดินแดนปะเทดลาว"

"เสียวสวาด" โดย ไซสุวัน แพงพง,สะบับใหม่นี้ สงวนลีขะสิด.
เลิ่มพิมลงในบ้อก จากสะหะรัดอะเมริกา,17 ตุลา 2010
----------------------------------
ถอดความเป็นภาษาไทย

เสียวสวาด
จากเค้ามูลเดิม ดัดแปลงเป็นกลอน
โดย
ไชยสุวรรณ แพงพง
(นักบิน-กวี-นักเขียน)

Salt lake City,Utah,USA
Since 20 Feb.2010 to 21 Feb.2011
Copyright 2011 by Xaysouvanh Phengphong

"เสียวสวาด" สืบทอดวรรณคดี เค้ามูลจาก"หนังสือเสียวสวาด"
ซึ่งได้พิมพ์เผยแพร่โดย กรมวรรณคดี,กระทรวงศึกษา,ฉบับพิมพ์
ครั้งวันที่ 1 มีนา 1968.

ต้นฉบับดังกล่าว พรรณาเป็นประเภทวรรณคดีพื้นเมืองลาว
"ร้อยแก้ว"ปน"ร้อยกรอง" ส่วนเสียวสวาดฉบับใหม่นี้
แต่งเป็นกลอนอ่าน มี 45 บท ด้วยภาษาลาวยุคสมัยปัจจุบัน
เพื่อเป็นส่วนประกอบการเฉลิมฉลองนครเวียงจันท์
ครบรอบ 450 ปี

ในคำนำฉบับเค้ามูล บางตอนเขียนไว้ว่า :

"หนังสือเรื่องท้าวเสียวสวาด เป็นหนังสือนิทานสุภาษิต ที่อาจารย์แต่
โบราณได้ประพันธ์ไว้ ด้วยภาษาพูดธรรมดา แต่บางแห่งก็มี
กาพย์ กลอนสลับปนแต่เล็กน้อย. เสียวสวาดเป็นหนังสือขนาดปานกลาง
มีอยู่ 10 ผูกใบลาน ซึ่งจารเป็นอักษรธัม หนังสือนี้นับเป็น
วรรณคดีลาวได้ฉบับหนึ่ง เพราะได้รับความยกย่องสรรเสริญจาก
ประชาชนลาวมาแล้ว เกือบจะถึง 300 ปี และมีความเจริญ
แผ่ขยายไปทั่วทุกบ้าน ที่มีอยู่ในดินแดนประเทศลาว"

"เสียวสวาด"โดย ไชยสุวรรณ แพงพง,ฉบับใหม่นี้สงวนลิขสิทธิ์.
เริ่มพิมพ์ลงในบล็อค จากสหรัฐอเมริกา,17 ตุลา 2010
--------------------------------

เสียว = ความฉลาดเฉลียว ตรงกับภาษาอังกฤษว่า smart,clever
สวาด = พัด,โบก เช่นลมพัดเรียกว่าลมสวาด (เป็นชื่อพันธ์ไม้ชนิดหนึ่งด้วย)

เสียวสวาด ควรหมายถึงการพัดกระพือความฉลาดเฉลียวออกไป

ตอนหนึ่งของคำนำได้กล่าวว่า
"หนังสือเรื่องท้าวเสียวสวาด เป็นหนังสือนิทานสุภาษิต...."

ชื่อเสียวสวาดอาจเป็นชื่อของท่านผู้รจนาหนังสือนี้ขึ้น
Yellow Ribbons
ข้อยมาติดตามข่าวคราว ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้างโด๊ย (ครับ)

biggrin.gif laugh.gif biggrin.gif

Ducklast


คำอ่าน

ยอปากกา น้อมใส่เก้า กอยก่าวอะทิถาน
วินยานบันพะชน ชื่อเชิงนามก้า
ปะดิดพาสาให้ แซงลาวเคือยาด
สลาดเฮียนฮ่ำฮู้ อักสอนใซ้สื่อสาน

ฮานี้ เฮียมใฝ่ส้าง เติมต่อขยายสือ
เลื่องลือ ในใบลาน ปู่จานกะวีไว้
มอบให้ มวนลาวล้วน ตามฮอยสืบทอด
ตลอดทุกแหล่งหล้า หวนสะดุ้งอ่าวหลัง

ขอแก่ คุนพ่อคุ้ม คุนแม่เฮียงขวัน
คุนครูบา อาจาน เหลื่อมงำยามแต้ม
เติมแต่งกอนไหลเลื้อย สะออนใจแม้งม่วน
ชวนชื่น ลาวล้านซ้าง ผนส้างสง่างาม

เอาใจ เป็นดอกไม้ น้อมนบอะทิถาน
เฮียมจัก จานอักสอน ยุกสไมวิไลก้าว
กะวีลาวในหน้า จอคอมฯแสงอ่อน
เป็นกอน ยุกใหม่เอ้ ปะดับไว้โลกคน

วอนปู่ ซูซ่อยซว้าน ยามเปี่ยนแผงผยา
ให้ดวงตามวนชน อ่านหวนเห็นแจ้ง
เป็นแสงทัมเยืองใต้ ทางชีวีตามใต่
โลบหลงมืดบอดใบ้ ใจได้ชั่งชา

ขอปากกาเดดก้า ควนค่าคมกะวี
ราสีในคองเขียน ซ่อสะแดงเชิงชั้น
อัสจัน ใจโอ้ มะโหลี มะนุดซาด
วาดกอนลาวเอกอ้าง ลือใก้ซ่าไก กอข้าถ้อน

----------------------------------------------------

คำไทย

ไหว้วอนปู่

ยอปากกา น้อมใส่เกล้า กลอยกล่าวอธิษฐาน
วิญญาณบรรพชน ชื่อเชิงนามกล้า
ประดิษฐ์ภาษาให้ แซงลาวเครือญาติ
ฉลาดเรียนร่ำรู้ อักษรใช้สื่อสาร

บัดนี้ เรียมใฝ่สร้าง เติมต่อขยายสือ
เลื่องลือในใบลาน ปู่จารกวีไว้
มอบให้มวลลาวล้วน ตามรอยสืบทอด
ตลอดทุกแหล่งหล้า หวนสะดุ้งอ่าวหลัง

ขอแก่คุณพ่อคุ้ม คุณแม่เรียงขวัญ
คุณครูบาอาจารย์ เหลื่อมงำยามแต้ม
เติมแต่งกลอนไหลเลื้อย สะออนใจแม้งม่วน
ชวนชื่นลาวล้านซ้าง ผลสร้างสง่างาม

เอาใจเป็นดอกไม้ น้อมนบอธิษฐาน
เรียมจักจารอักษร ยุคสมัยวิไลก้าว
กวีลาวในหน้า จอคอมฯแสงอ่อน
เป็นกลอนยุคใหม่เอ้ ประดับไว้โลกคน

วอนปู่ชูช่วยซว้าน ยามเปลื่ยนแผงผญา
ให้ดวงตามวลชน อ่านหวนเห็นแจ้ง
เป็นแสงธรรมเยืองใต้ ทางชีวีตามใต่
โลภหลงมืดบอดใบ้ ใจได้ชั่งชา
ขอปากกาเดชกล้า ควรค่าคมกวี
ราศีในคองเขียน ซ่อแสดงเชิงชั้น
อัศจรรย์ใจโอ้ มโหรีมนุษยชาติ
วาดกลอนลาวเอกอ้าง ลือใกล้ซ่าไกล กอข้าเทอญ


แซง = น. เชื้อสาย,เหล่ากอ,เผ่าพันธ์มนุษย์ผู้เกิดเชื้อสายเดียวกัน
สือ = น.ลายสือ , ตัวอักษร
อ่าว = ก.คำนึง,คิดถึง,ระลึกถึง (อ่าวหลัง -ระลึกถึงภายหลัง)
เหลื่อม = สะท้อนแสงเป็นประกาย
งำ = ปกปิด
แต้ม = วาด ,เขียน ,เขียนสี ,ระบายสี
สะออน = ก.ชอบใจ,พอใจ, ติดใจ
แม้ง = ก.มุ่งหมาย.ปรารถนา เช่น คันหากคึดใคร่แม้งประสงค์แท้บ่ขืน..
ม่วน = ว.ไพเราะ,เสนาะ,สนุก
เอ้ = ก.ประดับ ตกแต่งให้สวยงาม
ซว้าน = ก.ไหลริน น่ำตาไหลรินเรียกว่าซว้านไหล เสียใจเรียกว่าซว้านใจ
ซว้าน = ก. ซ้วน - ตัก , ช้อนขึ้น
แผง = น.แปรง สิ่งที่มีลักษณะเป็นแผงคล้ายแปรงสีฟัน เส้นขนที่คอหมู เรียก แผงหมู รวมทั้งแผงม้า
เยือง = ก.ส่อง,มอง เช่นว่า เชิญเยืองญาณส่องดูผายเผี้ยน
ใต้ = ว.ข้างล่าง,เบื้องต่ำ ตรงกับภาษาอังกฤษ below,beneath,low side.
เหลื่อม = ว.กั้น,บัง,ปกคลุม สิ่งที่ปกคลุมเรียกว่าเหลื่อม เช่น สิบคนมานั่งแหน แสนคนมานั่งเฝ้า บ่ปานเงาน้องมาเหลื่อม
ชั่งชา = ก.กราบทูล เช่น วัยราชฮู้คลองที่ทำผิดนำคำถวายชั่งชาทูลท้าว
ชั่งชา = ก.ชั่งน้ำหนัก เช่น " แองคอนขึ้นผางทองแล้วชั่ง ลินลั่นค้อมเบาน้อยหน่วยพัน...."
คอง = ก.รอ,คอย รอสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เช่น คองกินน้องช้างสามปีขี้บ่ออก คองเอาลูกพราะเจ้าเลยซิเถ้าแก่ตาย
(คลอง = น.ตัวบทกฏหมายโบราณ มี14อย่าง เรียก คลอง14 )
ซ่อ = ว.เสียงดังฉี่ เสียงน้ำต้มเดือดเรียกว่า ดังซ่อๆ water starting to boil.
ซ่อ = น. ช่อ - ใบไม้หรือดอกที่แตกออกเป็นพวง เรียก ช่อดอกไม้ บนหลังคาโบสถ์ก็เรียกช่อ-ช่อฟ้า
ช่อ = น.บท,ข้อ บทของมนต์เรียกว่าช่อ เช่นมนต์เป่ากระดูกช่อหนึ่ง มนต์เป่าหัวดิบช่อหนึ่ง มนต์เสน่ห์ช่อหนึ่ง
ซ่า = ก.เลื่องลือ,ปรากฏ,กระฉ่อน เช่น ลือซ่าเท้าทังทวีปเขาขาม พ้นเมืองมาช่อยทองทังค้าย
กอ = น. เชื้อสาย,ชาติ,ตระกูล,เผ่าพันธ์ คนเกิดเชื้อสายเดียวกัน คนลาว คนไทย
ถ้อน = ว.เป็นคำลงท้าย ผู้พูดต้องการให้เห็นเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ (เถินเถิ้น ก็มีผู้ใช้ในความหมายเหมือนกัน)
สิริวัชร
biggrin.gif
Ducklast
ขอบคุณขะรับ..เข้าไปแก้ไขแล้ว
Ducklast
บทที่ 1


คำอ่านแบบลาว

ยังมีนกกะแดบเด้า เนายู่ฮวงฮัง
มีความสุก คอบคัวเฮียงหน้า
พ่อแม่สอนแลงเซ้า โตเดียวลูกหนุ่ม
ให้อยู่ในแก่วก้ำ อย่าบินล้ำล่วงแดน

มื้อนึ่งลูกนกได้ บินฮ่างทางไก
เลิงลมผาย แอ่นนะพาพายฟ้า
บินไปหน้า สนุกใจซ้อยซื่น
แอะแอ่น ซมแมกไม้ พูซ้องท่งทาม

ตอนที่เพินม่วนแม้ง ซมแผ่นสีคามอยู่นั้น
แหลวใหย่บินถลาเถีง ควาบหยุมเหินหิ้ว
หมายเอากินยาใส้ อาหานนัวนกอ่อน
เล็บแหลวแขงคีบเมี้ยน จอนจ้าวสู่รัง

นกน้อยกอจึ่งได้ จาต่อแหลวหลวง
ท่านนั้น มาจับเฮา เมื่อตอนเฮาเซ้อ
เก่งจิง ควนเฮวสู้ ดวนกันคั้งใหม่
ป่อยเฮา ตั้งท่าแล้ว บ่ยำย้านท่อใย ท่านเฮย!

แหลวใหย่ขีนบ่ได้ วางป่อยอาหาน
พายลุนหลัง นัดกันตีสู้
นกน้อยคอยเตียมถ้า ในนากางแดด
ละดูไถเถือกปิ้น ขี้ไถตั้งดั่งตอ

แหลวใหย่บินเวิ่นฟ้า ตาสอดแนมเห็น
บินถลาลง ซิควาบหยุมยังเป้า
นกน้อยเลยลีบเข้า ยังขี้ไถหลบหลีก
เสียหลักแหลวพาดพั้ง หัวตำก้อนโง่นดิน

มันจึ่งตายด่าวดิ้น ย้อนความโกดโมโห
นกน้อยไววาปบ ต่าวฮวงฮังเค้า
ควนคิดคำสอนซี้ บินไกกายถิ่น
เลยล่วงล้ำ เกือบตายย้อนลิ่นความ

ผู้เถ้าเกิดก่อนนั้น มีมากปะสบกาน
เห็นปันหา นอกในไกใก้
ผู้หนุ่มควนสแวงฮู้ เฮียนนำถอนถอด
ปรัชยาบ่เพียงมาจากปื้ม ตำลาใซ้อ่านเฮียน แท้แล้ว

----------------------------------------------

คำอ่านแบบไทยพร้อมศัพท์คำแปล

ยังมีนกกะแดบเด้า เนาอยู่รวงรัง
มีความสุข ครอบครัวเรียงหน้า
พ่อแม่สอนแลงเช้า ตัวเดียวลูกหนุ่ม
ให้อยู่ ในแก่วก้ำ อย่าบินล้ำล่วงแดน

นกกระแดบเด้า = นกกระเด้าดิน , นกเด้าดิน เป็นนกชนิดหนึ่งเวลาเดินมันกลัวดินถล่ม มันต้องขย่มพื้นดินก่อน ถ้าเห็นว่าดินไม่ถล่มมันจึงเดินต่อไป
แลงเซ้า = เย็นเช้า ในที่นี้หมายถึง ทุกวัน
แก่ว = บริเวณ , ถิ่น , เขตแขวง , ดินที่เป็นสันขึ้นเรียก สันแก่ว
ก้ำ = ทิศ , ฝ่าย , เบื้อง , ด้าน ก้าม ก็ว่า

แก่วก้ำ ในที่นี้ใช้ในความหมายว่า บริเวณหรือถิ่นที่กำหนดเอาไว้

ล่วง ๑ (หฺล่วง) = ล้ำ , เกิน , เลยไป
ล่วง ๒ (หฺล่วง) = เกินขอบเขต , เกินเลย , ไม่มารยาท มักใช้ตำหนิบุคคลที่พูดหรือทำสอดแทรก หรือทำข้ามหัวผู้หลักผู้ใหญ่ เช่น ลูกผู้ใด๋คือมาหล่วงแท้ , เจ้าคือเฮ็ดหล่วงแท้

วันหนึ่งลูกนกได้ บินห่างทางไกล
เริงลมผาย แอ่นนภาภายฟ้า
บินไปหน้า สนุกใจช้อยชื่น
แอะแอ่นชมแมกไม้ ภูซ้องท่งทาม

ซ้อยซื่น = รื่นรมย์ใจ , เบิกบาน คำนี้น่าจะเอาแบบมาจากคำไทยที่ว่า ชื่นช้อย - งดงาม แต่ในภาษาถิ่นอิสานมีคำว่า
ซื่น = เบิกบาน , กระปรี้กระเปร่า , กระฉับกระเฉง
แอะแอ่น = กิริยาบินโฉบฉวัดเฉวียนของนก , กิริยาเอนหน้าเอนหลังของแขนและลำตัวในการฟ้อน หรือ การแอ่นหน้าแอ่นหลังของคนเมา
ซ้อง = เรียงราย , รายเรียง
ท่ง = ทุ่ง , ที่ราบโล่ง , ท้องนา
ทาม = ที่ลุ่มน้ำท่วมถึง

ภูซ้องท่งทาม แปลโดยรวมก็ประมาณว่า ภูเขารายเรียงสลับซับซ้อนไปกับท้องทุ่งที่ราบและที่ชุ่มน้ำ



ตอนที่เพลินม่วนแม้ง ชมแผ่นสีครามอยู่นั้น
แหลวใหญ่บินถลาถึง ควาบหยุมเหินหิ้ว
หมายเอากินยาใส้ อาหารนัวนกอ่อน
เล็บแหลวแข็งคีบเมี้ยน จรจ้าวสู่รัง

ม่วนแม้ง (หฺม่วนแหฺม้ง) = สนุกสนานสำราญใจ , เพลิดเพลินใจ
แหลว ๑ = นกเหยี่ยว ฮุ้ง (เหยี่ยวรุ้ง) ก็ว่า
แหลว ๒ = เหลว
ควาบ ? = คำนี้หาที่มาที่ไปไม่ได้ ในที่นี้น่าจะมาจากคำว่า ควบ - รวบเข้า หรือ ควับ - เร็ว , เสียงหวดไม้เรียว , กิริยาค้อนสะบัดหน้า
หฺยุม = ขยุม , กำ , หยิกข่วน , เป็นกอง เช่น
- หยุมแขนข่อยเฮ็ดหฺยัง (หยิกข่วนแขนฉันทำไม)
- หยุมผมไว้อย่าให้หลูด ( กำ(เส้น)ผมไว้อย่าให้หลุด)
- ผักเจ้าคือเฮ็ดเป็นหยุม ๆ ดีแท้ (ผักคุณทำไมทำเป็นกอง ๆ ดีจริง)

ควาบหยุม = ความหมายคงประมาณว่า โฉบมาขยุมเหยี่ออย่างรวดเร็ว ?

นัว = อร่อย , รสชาติดี , รสกลมกล่อม
เมี้ยน ๑ = เก็บ , เก็บงำ
เมี้ยน ๒ = ฆ่าทิ้ง เช่น เว้าบ่ฟังควมกูสิเมี้ยนสาบ้อ ( พูดแล้วไม่เชื่อฟังกูจะฆ่าทิ้งซะเป็นไร)
จ้าว = รีบร้อน , รีบเร่ง
จ้าวจ้าว = รุ้นแรงขึ้น , กระตือรือร้นขึ้น , ดูดดื่มยิ่งขึ้น
-ปวดแขนจ้าวจ้าว ( ปวดแขนรุนแรงขึ้น)
-เจ้าคือปวดจ้าวจ้าวแท้ ( คุณทำไมดูกระตือรือร้นจริง)
-หนุ่มมักสาวจ้าวจ้าว (ชายหนุ่มรักหญิงสาวอย่างดูดดื่ม)


นกน้อยก็จึ่งได้ จาต่อเหยี่ยวหลวง
ท่านนั้นมาจับเรา เมื่อตอนเราเซ่อ
เก่งจริงควรเราสู้ ดวลกันครั้งใหม่
ปล่อยเราตั้งท่าแล้ว บ่ยำย้านเท่าไย ท่านเฮย

จา = พูด มาจากคำว่า เจรจา
เซ้อ = เซ่อ - เผลอเรอ , ไม่ทันระวัง
ดวน = ยืมมาจากภาษาตะวันตกคำว่า Duel ไทยใช้ ดวล -สู้กันแบบตัวต่อตัว
ตั้งท่า = ตั้งหลักได้ , ตั้งตัวได้
ยำย้าน = กลัวเกรง
ท่อใย = เท่าเส้นไยเล็ก ๆ (แยกเป็น ท่อ - เท่า และ ใย - เส้นไยเล็ก ๆ อย่างเส้นไหมหรือไยแมงมุม คำนี้ในพจนานุกรมของ อ.ปรีชา ใช้ว่า ท่อไย)

ยำย้านท่อใย มีความหมายประมาณว่า ไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่เศษเสี้ยวของเส้นไย

ปล.บทนี้น่าจะพิมพ์อักษรลาวผิดตรงคำว่า
ควนเฮว พิมพ์ ว แทน า (ควนเฮา - ควรเรา)
ส่วนคำว่า เก่ง พิมพ์ เป็น เกั่ง นั้นเข้าใจว่าเป็นเพราะระบบการเขียน อาจใช้ไม้ซัด(ไม้หัน) แทนเสียง เอะลดรูป ตามแบบของการเขียนอักษรไทน้อยก็ได้




แหลวใหญ่ขืนบ่ได้ วางปล่อยอาหาร
ภายลุนหลัง นัดกันตีสู้
นกน้อยคอยเตรียมท่า ในนากลางแดด
ฤดูไถเถือกปลิ้น ขี้ไถตั้งดั่งตอ

ขิน , ขีน = ขืน , ฝืน , ขัด , ขัดขืน
ลุน = ภายหลัง , ทีหลัง
ถ่า , ถ้า = รอ , คอย
เถือก = ดาษไป , ทั่วไป
ปิ้น = ปลิ้น , พลิก , หงาย
ขี้ไถ = ก้อนดินที่ผานไถไถขึ้น


แหลวใหญ่บินร่อนฟ้า ตาสอดแนมเห็น
บินถลาลง จะควาบหยุมยังเป้า
นกน้อยเลยลีบเข้า ยังขี้ไถหลบหลีก
เสียหลักแหลวพลาดพลั้ง หัวตำก้อนโง่นดิน

เวิ่น = ร่อน , ถลา , บินให้สูง
เวิ่นเวิ่น = ปลิวถลา , ลอยเคว้งคว้าง , ถลาลม
แนม = มอง , จ้อง , มองตาม
ลีบ = แฟบ , แบบ , ห่อตัวให้เล็กลงเพื่อเข้าที่แคบ , อาการห่อตัวด้วยความกลัว

ปล. เลยลีบ ตรงนี้ไม่เขียนคำไทยว่า เลยรีบ เพราะคำว่า รีบ คำลาวมีใช้คือ ฮีบ - รีบ , เร่งด่วน
ดังนั้นตรงนี้ความหมายจึงตรงตัวว่า นกห่อตัวให้เล็กลงเพื่อเข้าไปซ่อนในก้อนไถ

โง่น ๑ = กลุ่มก้อน
โง่น ๒ = กองโต , ก้อนโต ๆ


มันจึ่งตายด่าวดิ้น เพราะความโกรธโมโห
นกน้อยไววาปบ ต่าวรวงรังเค้า
ควรคิดคำสอนชี้ บินไกลเกินถิ่น
เลยล่วงล้ำ เกือบตายย้อนหลื่นความ

ย้อน ๑ (หฺย้อน) = เพราะ , เหตุว่า
ย้อน ๒ (หฺย้อน) = ขย่มตัวขึ้นลงให้เข้ากับจังหวะเพลงหรือจังหวะการฟ้อน ,
ไววา = รวดเร็ว , เร่งรีบ
ปบ = เร่ง , ด่วน , วิ่งมาในทันทีทันใด
ต่าว ๑ = กลับ , กลับคืนมา , หวนกลับ
ต่าว ๒ = ดำนาหรือตำข้าวครั้งที่สอง เช่น ดำนาต่าว , ตำเข้าต่าว
เค้า = ต้น , แรกเริ่ม
ลื่น (หฺลื่น) = เกิน , เกินพอดี , เกินขนาด
ลื่นควม (หฺลื่นควม) = ทำตัวเกินคำสั่ง , ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน


ผู้เฒ่าเกิดก่อนนั้น มีมากประสบการณ์
เห็นปัญหา นอกในไกลใกล้
ผู้หนุ่มควรแสวงรู้ เรียนนำถอนถอด
ปรัชญาบ่เพียงมาจากปื้ม ตำราใช้อ่านเรียน แท้แล้ว

เรียนนำถอดถอน ความหมายประมาณว่า เรียนแล้วนำมาใช้ให้เป็น

นำ ๑ = ตาม , ตามติด เช่น ข้อยนำหาเจ้ามาหลายมื้อแล้ว ( ฉันตามหาคุณมาหลายวันแล้ว )
นำ ๒ = เลียนแบบ , เอาอย่าง เช่น เจ้าอย่ามาเฮ็ดนำข้อย ( คุณอย่ามาเลียนแบบฉัน )
นำ ๓ = ร่วมด้วย เช่น มากินเข้านำกัน ( มากินข้าวร่วมกัน)
นำ ๔ = คำบุพบท กับ , ด้วย , โดย , ตาม เช่น มานำรถไฟ ( มาโดยรถไฟ ) มานำก้น ( มาตามหลัง ) ข้อยสิไปนำเจ้า ( ฉันจะไปกับคุณ )
นำ ๕ = คำสันธาน เพราะ , เพราะว่า เช่น เป็นนำมึงกูจั่งสอบตก ( เป็นเพราะแกฉันจึงสอบตก ) เป็นนำมึงเขาจั่งจับได้ ( เป็นเพราะแกเขาจึงจับได้ )
ปื้ม = สมุดหรือหนังสือเป็นเล่ม
แท้แล้ว = เป็นสร้อยคำใช้ลงท้ายบทประพันธ์หรือผญา หากจะแปลก็ประมาณว่า จริงนะ , ดังนี้ คล้ายกับสร้อยคำในโคลงสี่สุภาพของไทย เช่น นาแม่ , แลเฮย , ดีฤา



นี่คือหมวดอ่านเว็บบอร์ดแบบไม่มีกราฟฟิค : หมวดที่คุณสามารถดูข้อมูลได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องโหลดกราฟฟิคมากมาย ซึ่งบอร์ดได้ตัดส่วนนั้นออก เพื่อให้โหลดไวขึ้น
แต่ถ้าคุณอยากกลับไปดูข้อมูลแบบเต็มรูปแบบ ให้คุณคลิกที่นี่
.
Invision Power Board © 2001-2017 Invision Power Services, Inc.